l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ l ประเทศจีน l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l ตั๋วเครื่องบิน l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
จดโดเมน 350 บาท ฟรีทันที โฮสติ้ง 5 MB siamdatanet.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    จดโดเมน เพียง 270 บาท
    สระบุรี
    พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งท่องเที่ยว
    หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดี ประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่นเมืองชุมทาง
     
     
     

    ประวัติความเป็นมา


    สระบุรี เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งแต่โบราณสันนิษฐานว่าตั้งขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๐๙๒ ในรัชสมัยสมเด็จ พระมหาจักรพรรดิ์ การตั้งเมืองนี้ สันนิษฐานว่าพระองค์โปรดเกล้าฯให้แบ่งพื้นที่เขตเมืองลพบุรีกับเมืองนครนายก บางส่วนมารวมกัน ตั้งขึ้นเป็นเมือง สระบุรี ทั้งนี้เพื่อต้องการให้เป็นศูนย์ระดมพลเมืองในยามศึกสงคราม เพราะฉะนั้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา จึงมักพบเรื่องราวของจังหวัดสระบุรีเกี่ยวกับการศึกสงครามอยู่เสมอ สำหรับที่มาของคำว่า “ สระบุรี ” สันนิษฐานว่า เพราะเหตุที่ทำเลที่ตั้งครั้งแรกมีบึงอยู่ใกล้ คือ “บึงหนองโง้ง” เมื่อตั้งเมืองขึ้นจึงได้นำเอาคำว่า “สระ” มารวมเข้ากันกับคำว่า “บุรี” เป็นชื่อเมือง “ สระบุรี ”
    สระบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๑๐๗ กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๓ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง หนองแซง เสาไห้ บ้านหมอ พระพุทธบาท หนองโดน แก่งคอย มวกเหล็ก วังม่วง วิหารแดง หนองแค ดอนพุด และเฉลิมพระเกียรติ มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ ๓,๕๗๖ ตารางกิโลเมตร

    อาณาเขต


    ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดลพบุรี
    ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดนครนายก
    ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดลพบุรี

     
     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผนที่จังหวัดสระบุรี
     
    การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดสระบุรีสามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ได้แก่
    • รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน ผ่านอำเภอวังน้อย อำเภอหนองแค ตำบลหินกอง ถึงสี่แยกสะพานต่างระดับสระบุรีให้เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ หรือตรงไปก็จะถึงตัวเมืองจังหวัดสระบุรี
    • รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศของ บริษัท ขนส่ง จำกัด ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต ๒) ถนนกำแพงเพชร ๒ วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒-๖๖ หรือ www.transport.co.th
    • ทางรถไฟ มีบริการเดินรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปจังหวัดสระบุรีทุกวัน วันละหลายขบวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒ ชั่วโมง และบางขบวนยังสามารถแวะลงได้ที่สถานีแก่งคอย และสถานีมวกเหล็กได้ด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. ๑๖๙๐, ๐ ๒๒๒๐ ๔๓๓๔, ๐ ๒๒๒๐ ๔๔๔๔ (สำรองตั๋วทางโทรศัพท์ล่วงหน้า ๓ วัน ขึ้นไปแต่ไม่เกิน ๖๐ วัน) หรือ www.raiway.co.th
    ระยะทางจากอำเภอเมืองสระบุรีไปอำเภอต่าง ๆ
    • อำเภอเสาไห้ ๘ กิโลเมตร
    • อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ๘ กิโลเมตร
    • อำเภอแก่งคอย ๑๕ กิโลเมตร
    • อำเภอหนองแค ๒๑ กิโลเมตร
    • อำเภอหนองแซง ๒๕ กิโลเมตร
    • อำเภอพระพุทธบาท ๒๘ กิโลเมตร
    • อำเภอวิหารแดง ๒๘ กิโลเมตร
    • อำเภอบ้านหมอ ๓๐ กิโลเมตร
    • อำเภอมวกเหล็ก ๓๘ กิโลเมตร
    • อำเภอหนองโดน ๓๘ กิโลเมตร
    • อำเภอดอนพุด ๔๒ กิโลเมตร
    • อำเภอวังม่วง ๖๔ กิโลเมตร
    ระยะทางจากจังหวัดสระบุรีไปจังหวัดใกล้เคียง
    • ลพบุรี ๔๖ กิโลเมตร
    • นครนายก ๕๘ กิโลเมตร
    • ปราจีนบุรี ๘๖ กิโลเมตร
    • นครราชสีมา ๑๕๒ กิโลเมตร
     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     

    อำเภอเมือง

     
    1. กังหันลม ๔/๒ ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๒๓ ๐๕๗๙ (ต้มยำไก่บ้าน คอหมูย่าง)
    2. เขาตะกร้า ๔๓๗/๑ ถ.มิตรภาพ ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๗๘๖ (อาหารตามสั่ง เปิด ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ น.)
    3. ข้าวต้มลิ้มกวงมุ้ย ถ.พิชัย โทร. ๐ ๔๐๙๕ ๙๙๒๔, ๐ ๖๐๓๗ ๑๑๐๗ (ข้าวต้ม ข้าวมันไก่)
    4. คนเห็น ๔๔/๑ ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๓๕๘๔ (ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว กุ้ง-ปูอบหม้อดิน ข้าวต้ม เปิด ๑๗.๐๐-๐๒.๐๐ น.)
    5. ครัวบ้านสวน ๘๒/๓ ถ.เทศบาล ๓ ต.ปากเพรียว เลียบทางรถไฟข้างโรงเรียนอนุบาลยุววิทยา โทร. ๐ ๓๖๓๑ ๓๖๘๕ (อาหารไทย ปูหล่น ปลาช่อนนาเผาเกลือ ห่อหมกปลาช่อน ยำถั่วพลู เปิด ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    6. ครัวไทย Q8 ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๑๖๘๔ ๔๕๕๙, ๐ ๙๙๐๐ ๓๙๗๗ (อาหารไทย เปิด ๒๔.๐๐ น.)
    7. ช. เลิศรส ๑๗๙/๔ ถ.สุดบรรทัด ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๒๗๙, ๐ ๓๖๒๒ ๒๕๗๗ (อาหารจีน ๐๙.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    8. ซุ้มกอ ๘๒ ถ.เทศบาล ๕ โทร. ๐ ๓๖๓๑ ๗๔๒๕ (กบระเบิด ซุปเปอร์ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน-ปลาน้ำเงิน)
    9. ตลับเงิน ๓๐/๑ ถ.มิตรภาพ (ขาเข้า) ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๓๖๒๒, ๐ ๓๖๓๑ ๕๗๓๔ (อาหารตามสั่ง เห็ดญี่ปุ่นผัดพริกไทยดำ ยำตะไคร้ไก่กรอบ ส้มตำปลาดุกฟู เปิด ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐)
    10. ต้นก้ามปู ถ.เทศบาล ๕ โทร. ๐ ๓๖๓๑ ๗๔๘๕ (อาหารตามสั่ง เปิด ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น.)
    11. ตาหยี ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๓๑ ๙๑๓๒, ๐ ๑๖๕๕ ๙๖๒๗ (อาหารตามสั่ง เปิด ๑๗.๐๐-๒๔.๐๐ น. )
    12. นัดชานชลา หน้าสถานีรถไฟ โทร. ๐ ๓๖๓๑ ๓๗๓๐-๒ (อาหารปลาสำลียำมะม่วง ปลาทับทิบทอดน้ำปลา-สามรส เนื้อปลากรายผัดพริกไทยดำ)
    13. บุญบันดาล ๒๑๕/๑ ต.ปากเพรียว ถ.สุดบรรทัด โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๐๙๐ (อาหารไทย-จีน-ฝรั่ง เปิด ๑๐.๐๐-๒๑.๐๐ น.)
    14. บุศร์น้ำทอง ๑๗๕/๑๘ ซ.๑๓ ถ.สุดบรรทัด โทร. ๐ ๓๖๓๑ ๕๕๑๖-๘ (อาหารไทย-จีน-ฝรั่ง เปิด ๑๑.๐๐- ๐๒.๐๐ น.)
    15. พรเพชรงาม ๕๑๐/๑ ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๓๑ ๗๓๐๓ (อาหารไทย กระเพาะปลาผัดแห้ง ปลากะพงสองแผ่นดิน)
    16. ริมคลองชล ๗๐๐/๑๕ ต.ปากเพรียว ถ.พิชัย โทร. ๐ ๓๖๓๑ ๒๕๔๐ (นกกระจอกเทศ ปลา เปิด ๑๐.๐๐- ๒๔.๐๐ น.)
    17. เรือนรับรองอาหารเวียดนาม ๖๖๗/๕ ถ.พิชัย ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๑๘๐ (อาหารเวียดนาม ตามสั่ง)
    18. เรือนชาน ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๑๒๕๓ ๓๔๕๓ (อาหารตามสั่ง เปิด ๑๗.๐๐-๒๔.๐๐ น.)
    19. ห้องอาหารพลอย ในโรงแรมสระบุรี อินน์ โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๘๘๘๘ (อาหารไทย จีน ยุโรป)
    20. อำนวยจิตต์ ๔๓๕/๒ ถ.มิตรภาพ ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๑๓๗๔ (อาหารไทย-จีน-ทะเล เปิด ๑๐.๐๐-๒๓.๐๐ น.)
    21. ออร์คิดส์ ๗/๓ ม.๒ ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๒๘๕๕ (นกกระจอกเทศผัดพริกไทยดำ สเต็กหมู-เนื้อ)
     

    อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

     
    1. เฉลิมพระเกียรติสเต๊กเฮ้าส์ กม. ที่ ๑๑๘ โทร. ๐ ๑๙๙๑ ๑๐๒๗ (อาหารไทย จีน ฝรั่ง เปิด ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ น.)
    2. แพปลาแม่น้ำป่าสัก ต.สวนดอกไม้ โทร. ๐ ๓๖๓๙ ๑๐๖๖ (อาหารไทย เปิด ๑๐.๐๐-๒๒.๓๐ น.)
    3. แพทับทิมสยาม ต.ม่วงงาม โทร. ๐ ๑๙๙๔ ๗๙๓๓ (อาหารตามสั่ง เปิด ๑๑.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    4. สุกี้แพะตุ๋น ๒๔๖ ม.๗ ต.หน้าพระลาน ถ.พหลโยธิน ข้าง สภต.หน้าพระลาน โทร. ๐ ๓๖๓๕ ๑๑๒๒, ๐ ๓๖๓๓ ๔๕๘๗ (อาหารตามสั่ง สุกี้แพะตุ๋น แกงเขียวหวานปลากราย เปิด ๐๙.๐๐-๒๐.๐๐ น.)
     

    อำเภอเสาไห้

     
    1. แพทับทิมสยาม ม.๒ ต.ม่วงงาม โทร. ๐ ๑๙๙๔ ๗๙๓๓, ๐ ๑๙๔๘ ๒๓๘๑ (ปลาทับทิมทอดกระเทียม- นึ่งมะนาว เปิด ๑๐.๐๐-๒๑.๐๐ น. บริการล่องเรือลำน้ำป่าสัก)
     

    อำเภอพระพุทธบาท

     
    1. ไก่ย่างวรนุช ถ.พหลโยธิน –บ้านหมอ
    2. ครัวจอมพล ๙๖/๗ ม.๘ ต.ธารเกษม ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๒๖ ๖๔๘๗ (อาหารตามสั่ง เปิด ๑๐.๐๐- ๒๓.๐๐ น.)
    3. บ้านต้นไม้ ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๒๖ ๖๓๓๑, ๐ ๓๖๓๒ ๑๙๖๙ (อาหารตามสั่ง เปิด ๑๑.๐๐-๒๔.๐๐ น.)
    4. สุกี้นกน้อย ๔๑/๑ ถ.พหลโยธิน หมู่ ๙ ต.พุกำจาน โทร. ๐ ๓๖๒๖ ๗๘๘๒, ๐ ๓๖๒๖ ๗๐๘๒ (อาหารตาม สั่ง, สุกี้ เปิด ๐๙.๓๐-๒๓.๐๐ น.)
    5. สุขสันต์ คันทรี ๓/๒ ม.๙ ต.พุกร่าง โทร. ๐ ๓๖๒๖ ๗๙๑๖ (อาหารแกงส้มปลาช่อน ปลานึ่งมะนาว เปิด ๑๑.๐๐-๒๔.๐๐ น.)
     

    อำเภอแก่งคอย

     
    1. สวนอาหารร่มไทร ๑๙/๑ ม.๑๐ ถ.สายบ้านนา-แก่งคอย ต.ชะอม โทร. ๐ ๙๘๒๓ ๓๒๒๑, ๐ ๙๙๐๕ ๔๑๘๖ (อาหารตามสั่ง เปิด ๐๗.๐๐-๒๔.๐๐ น.)
    2. อาหารอร่อย ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๒๕ ๑๑๔๔, ๐ ๓๖๒๕ ๑๖๖๘-๙ (อาหารตามสั่ง เปิด ๑๐.๐๐-๒๑.๓๐ น. )
     

    อำเภอมวกเหล็ก

     
    1. กุสุมา ๑๔๔ ม.๔ ต.มวกเหล็ก โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๔๙๕, ๐ ๓๖๓๔ ๑๔๙๑ (อาหารตามสั่ง เปิด ๐๗.๓๐- ๑๗.๐๐ น.)
    2. ครูต้อ ๒๒ ม.๑๐ ถ.มิตรภาพ กม.ที่ ๑๔๑-๑๔๒ โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๒๘๓, ๐ ๓๖๓๔ ๑๘๒๐ (อาหารไทย ฝรั่ง สเต๊กหมู-เนื้อ สาขา ๑ เปิด ๐๘.๓๐-๒๐.๓๐ น., สาขา ๒ เปิด ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    3. ครัวน้ำตก ถ.สายน้ำตกเจ็ดสาวน้อย โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๗๒๐๓, ๐ ๑๖๘๖ ๑๕๕๙, ๐ ๖๐๓๖ ๓๗๘๓ (อาหารไทย เปิด ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    4. ครัวคุณมาลี ๑๙๙ ม.๗ ถ.มวกเหล็ก-วังม่วง ต.มวกเหล็ก โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๗๐๕๖-๗, ๐ ๑๙๔๘ ๗๔๙๘ เปิด ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.
    5. เทพประทานสเต๊กเฮ้าส์ กม. ที่ ๑๓๑ ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๗๓๕, ๐ ๓๖๓๔ ๑๗๕๕
    6. บิ๊กโจ้ยสเต๊กเฮาส์ กม. ที่ ๑๓๖ ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๔๔๐๒ (อาหารไทย สเต๊ก)
    7. ปะการัง ซีฟู้ดส์ ๑๒๔/๑ ต.มิตรภาพ โทร. ๐ ๑๘๒๕ ๓๖๘๙, ๐ ๑๙๑๐ ๔๐๐๕ (อาหารทะเล)
    8. มวกเหล็กสเต๊กเฮาส์ ๖๗/๑๑-๑๒ ถ.มิตรภาพ ปากทางเข้า อ.มวกเหล็ก หน้าองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศ
    9. มวกเหล็กพาราไดซ์ รีสอร์ท ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๓๓ ๐๑๙๓-๖ (อาหารไทย)
    10. มิสเตอร์ เอ สเต๊กเฮาส์ (ไร่ปภัสสรา) ๑๘๙ ม.๑ ถ.มวกเหล็ก-วังม่วง โทร. ๐ ๓๖๓๖ ๔๑๓๐, ๐ ๓๖๓๖ ๔๔๗๕
    11. เล็กเรสเตอร์รองค์ ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๓๒ ๗๒๗๘, ๐ ๑๗๗๑ ๐๑๐๖ (สเต๊ก อาหารชุด เปิด ๐๙.๐๐- ๑๘.๐๐ น.)
    12. วธิดาวัลเล่ย์ (ติดเขตอำเภอปากช่อง) ถ.มวกเหล็ก-น้ำตกเจ็ดสาวน้อย กิโลเมตรที่ ๘ โทร. ๐ ๓๖๓๓ ๐๐๗๗-๘ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๓๙๓ ๙๘๐๑ บ้าน ๓ หลังรวม ๒๒ ห้อง ราคา ๖๐๐-๘,๐๐๐ บาท
     

    อำเภอหนองแค

     
    1. หินกองโภชนา ๖๘ ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๓๗ ๑๕๘๕
     

    อำเภอวังม่วง

     
    1. รุ่งพิพย์ ๑๒๗ ต.วังม่วง ถ.ซับสนุ่น หน้าที่ว่าการอำเภอวังม่วง โทร. ๐ ๓๖๓๕ ๙๒๐๒ (อาหารตามสั่ง เปิด๐๘.๐๐-๒๐.๐๐ น.)
     

    อำเภอบ้านหมอ

     
    1. ครูประนอม ๖๐ ม.๑๑ ต.บางโขมด ถ.สระบุรี-อ่างทอง โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๓๓๑ (อาหารตามสั่ง ๐๙.๐๐- ๒๑.๐๐ น.)
     

    อำเภอวิหารแดง

     
    1. เล่าฮั้วง้วน ๑๓๐ ม.๑ ถ.สุวรรณศร ต.วิหารแดง โทร. ๐ ๓๖๓๗ ๗๓๓๐ (อาหารตามสั่ง เปิด ๐๘.๐๐-๒๑.๐๐ น.)
    2. ชวนชิม ๑๐๑/๑ ถ.สุวรรณศร ต.วิหารแดง โทร. ๐ ๓๖๓๗ ๗๑๑๘ (อาหารตามสั่ง เปิด ๐๘.๐๐-๒๑.๐๐ น.)
    3. รวมรส ๑๕๑ ต.หนองสรวง โทร. ๐ ๓๖๓๗ ๗๒๖๑ (อาหารตามสั่ง เปิด ๑๒.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
     
     
     
     

    ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
     

    จังหวัดสระบุรีมีสินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึกมากมายซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนำมาเป็นของฝากได้หลายอย่าง มีวางขายอยู่ตามตลาด และร้านค้าทั่วไปได้แก่

     
    1. ผลิตภัณฑ์อาหาร และนม มีผลิตภัณฑ์จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สหกรณ์ โคนมมวกเหล็ก บริษัทเอกชนต่าง ๆ และยังมีเนื้อหวาน เนื้อเค็ม กระหรี่ปั๊บ ผัก และผลไม้ตามฤดูกาล ได้แก่ มะม่วงหนองแซง ส้มเขียวหวาน น้อยหน่า ทับทิม แก้วมังกร องุ่น เป็นต้น หาซื้อได้ที่อำเภอมวกเหล็ก และตามท้องตลาดทั่วไป
    2. ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง ได้แก่ ผ้าตีนจก ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ ของชาวไทยวน มีที่ตำบลต้นตาล ตำบลท่าช้าง อำเภอเสาไห้
    3. องุ่นไร้เมล็ด อำเภอมวกเหล็ก หาซื้อได้ที่ ไร่องุ่นกำนันเม้ง ๑๐๑ ม. ๕ (ทางเข้าบ้านบ่อตะนะ) ตำบลมิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๔๖๙๓, ๐ ๓๖๓๔ ๑๐๑๕ ไร่น้ำภูฟ้า ตำบลลำพญากลาง โทร. ๐ ๑๒๑๖ ๖๔๑๙ ไร่องุ่นคุณมาลี โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๗๐๕๖-๗ ไร่ปภัสรา ชมไร่องุ่น ฟาร์มม้าและฟาร์มนกกระจอกเทศ โทร. ๐ ๓๖๓๖ ๔๑๓๐, ๐ ๓๖๓๖ ๔๔๗๕
    4. ผักหวานป่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักหวานป่า ตำบลสร่างโสก ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านหมอ สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านหมอ โทร. ๐ ๓๖๒๐ ๑๑๓๗
    5. กุนเชียงสมุนไพรเสริมไอโอดีน หมูสวรรค์ หมูทุบ หมูพะโล้ กลุ่มอาชีพแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ อำเภอมวกเหล็ก โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๕๒๑
    6. กระยาสารท ตำบลบ้านยาง อำเภอเสาไห้ โทร. ๐ ๓๖๓๓ ๓๒๐๙
    7. จักสานผักตบชวา โดยกลุ่มสตรีบ้านโคกคำ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ โทร. ๐ ๓๖๓๙ ๑๐๗๔
    8. ผลิตภัณฑ์หินอ่อน หาซื้อได้ที่ ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
    9. แชมพู ครีมนวดผม ครีมล้างหน้า สมุนไพร โดยกลุ่มอาชีพสตรีบ้านท่าตูม ตำบลท่าตูม อำเภอแก่งคอย โทร. ๐ ๓๖๓๒ ๐๕๒๙
    10. เห็ดฟาง โดยกลุ่มเกษตรกรทำนาวิหารแดง ตำบลวิหารแดง อำเภอวิหารแดง สอบถามได้ที่ บ้านกำนันจรัญ วงศ์ทับทิม โทร. ๐ ๓๖๓๗ ๗๐๗๗
    11. น้ำปลาตราปลาสร้อย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรรมหนองมน ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด ติดต่อได้ที่ บ้านผู้ใหญ่เสนาะ คล้ายดารา โทร. ๐ ๓๖๓๘ ๕๑๒๑
    12. มะม่วงหนองแซง ทุกตำบลในอำเภอหนองแซง
    13. ดอกไม้ประดิษฐ์จากก้านกล้วย โดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหนองนกชุม อำเภอโคกสะอาด ติดต่อได้ที่ เกษตรอำเภอหนองแซง โทร. ๐ ๓๖๓๖ ๖๐๔๖
    14. เนื้อตากแห้ง หาซื้อได้ที่ตลาดจำหน่ายของฝาก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
    15. กะหรี่ปั๊ป อำเภอมวกเหล็ก อำเภอเมือง และหาซื้อได้ที่ตลาดจำหน่ายของฝากในเขตจังหวัดสระบุรี
    นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้แก่ เซรามิคแก้วถักขึ้นรูป อำเภอหนองแค นม อสค. อำเภอมวกเหล็ก ข้าวซ้อมมือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ส้มเขียวหวาน อำเภอวิหารแดง ข้าวเสาไห้ อำเภอเสาไห้ ไวน์ส้ม ตำบลหนองโรง อำเภอหนองแค สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรี โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๑๓๔๗ www.moc.go.th/opscenter/sb/sb_main.htm หรือ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสระบุรี โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๑๐๒๐
     
     
     
     

    สถานที่พัก

    (ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

     
     
     

    อำเภอเมือง

     
    1. เกี่ยวอัน ๒๗๓-๕ ถ.พหลโยธิน ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๒๐๒๒-๙ จำนวน ๒๑๖ ห้อง ราคา ๓๐๐- ๑,๙๐๐ บาท
    2. ถนอมทรง ๗ ซ.๑๓ ถ.พหลยิน ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๑๙๖ จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๑๒๐-๒๐๐ บาท
    3. ทรัพย์สินรุ่งเรือง ๔๗๑ ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๒๐๓๐-๔, ๐ ๓๖๒๒ ๒๒๐๖-๙ จำนวน ๑๗๐ ห้อง ราคา ๓๕๐-๑,๒๐๐ บาท
    4. เพรียว อินน์ ๑๒ ถ.เทศบาล ๖ ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๒๐๕๙-๖๐ จำนวน ๒๕ ห้อง ราคา ๔๘๐-๕๘๕ บาท
    5. แสนสุข ๑๙๔ ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๑๐๔, ๐ ๓๖๒๒ ๑๖๓๘ จำนวน ๑๑๗ ห้อง ราคา ๑๙๐-๒๖๐ บาท
    6. แสงไทย วิลล่า ๕๑๘ ถ.สุดบรรทัด ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๒๑๑๕ จำนวน ๒๐ ห้อง ราคา ๑๐๐-๓๐๐ บาท
    7. สระบุรี โฮเต็ล๖๘ ถ.สุดบรรทัด ต.ปากเพรียว โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๖๔๖, ๐ ๓๖๒๑ ๑๘๖๑, ๐ ๓๖๒๑ ๑๕๐๐ จำนวน ๘๑ ห้อง ราคา ๒๖๐-๕๕๐ บาท
    8. สระบุรี อินน์ ๑๑๑ ม.๒ ถ.มิตรภาพ ต.ตลิ่งชัน โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๘๘๘๘ โทรสาร ๐ ๓๖๒๑ ๘๘๙๙ จำนวน ๑๐๙ ห้อง ราคา ๘๐๐-๒,๔๐๐ บาท
    9. อีง้วน ๔๙๗ ถ.พิชัยรณรงค์สงคราม โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๐๖๑ จำนวน ๒๒ ห้อง ราคา ๑๐๐-๑๘๐ บาท
    อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย ทางอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน ๗ หลัง ราคา ๖๐๐- ๒,๔๐๐ บาท มีค่ายพักแรม พักได้ค่ายละ ๖๐ คน ราคา ๖,๐๐๐ บาท/คืน
    สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ไปเอง อุทยานฯ ได้จัดเตรียมที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th
     

    อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

     

    1. อากาศดี รีสอร์ท ๒๙๘ ม.๑ ต.พุแค โทร. ๐ ๓๖๓๖ ๙๑๙๐ จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๔๐๐ บาท

    อำเภอพระพุทธบาท

    2. ทวีทรัพย์ ๙๘ ม.๗ ถ.มรรคาประสิทธิ์ ต.พระพุทธบาท โทร. ๐ ๓๖๒๖ ๖๑๐๘ จำนวน ๑๓ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๐๐ บาท
    3. ศิริพร อินน์ ๖๗ ม.๑๒ ถ.พหลโยธิน โทร. ๐ ๓๖๒๖ ๖๐๘๘ โทรสาร ๐ ๓๖๒๖ ๗๒๘๘ จำนวน ๔๑ ห้อง ราคา ๒๕๐-๔๐๐ บาท
    4. สุขสันติ ๒๑๖/๑ ม.๑๒ ต.ธารเกษม โทร. ๐ ๓๖๒๖ ๖๘๑๕ จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๒๐๐-๓๐๐ บาท
    5. สุขสันต์ รีสอร์ท ๓/๒ ม.๙ ต.พุกร่าง โทร. ๐ ๓๖๒๖ ๗๙๑๖ จำนวน ๑๗ ห้อง ราคา ๔๐๐-๕๐๐ บาท
     

    อำเภอแก่งคอย

     
    1. จิตรประไพชาเล่ต์ ๑๑๒/๒ ม. ๓ ถ.มิตรภาพ-สุขาภิบาล ๖ ต.ทับกวาง โทร. ๐ ๓๖๓๕ ๗๓๐๐ จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๕๐๐-๒,๔๐๐ บาท
    2. ไทยนิยม ๓๗๖-๘ ถ.เลียบสันติสุข โทร. ๐ ๓๖๒๔ ๔๑๘๕ จำนวน ๘ ห้อง ราคา ๑๐๐ บาท
    3. หงส์ทอง รีสอร์ท ต.แก่งคอย โทร. ๐ ๓๖๒๔ ๔๒๓๐ จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๔๐๐ บาท
    4. ไร่หวานสนิท รีสอร์ท ๘๙ ม.๓ ต.ท่ามะปราง โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๗๑๔๖ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๑๓ ๒๑๔๔ จำนวน ๗๘ ห้อง ราคา ๘๐๐-๑,๑๐๐ บาท
    5. มวกเหล็ก เฮลท์ สปา แอนด์ รีสอร์ท ๒๐๘/๑ ถ.มวกเหล็ก-วังม่วง ต.มวกเหล็ก โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๕๒๕๖-๗
    6. ศุภาลัย ป่าสัก รีสอร์ท ๗๙ ม.๑ ต.ท่าคล้อ โทร. ๐ ๓๖๒๓ ๗๕๕๔-๕๕ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๕๘ ๙๔๙๔ ต่อ ๑๒๘ จำนวน ๒๓๖ ห้อง ราคา ๑,๒๙๐-๒,๑๙๐ บาท
    7. หาดสองแคว รีสอร์ท ๘๒ ม.๘ บ้านท่าศาลา ถ.อดิเรกสาร ต.ท่าคล้อ โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๗๒๑๕, ๐ ๓๖๒๓ ๗๕๕๔-๕๕ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๔๕๗ ๔๓๗๖, ๐ ๒๘๖๘ ๘๘๔๕ มีห้องพักจำนวน ๕๐ ห้อง ราคา ๑,๐๐๐-๑,๖๐๐ บาท บ้านพัก ๑๕ หลัง ราคา ๔,๐๐๐–๗,๐๐๐ บาท
    8. หงส์ทอง รีสอร์ท โทร. ๐ ๓๖๒๔ ๔๒๓๐ จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๔๐๐-๘๐๐ บาท
     
    อำเภอมวกเหล็ก
     
    1. ค่ายลูกเสือเพชรรัชต์ ๕๑ ถ.มิตรภาพ กม.ที่ ๑๓๖ ม.๖ ต.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๕๓๐, ๐ ๓๖๓๔ ๑๗๙๔ มีบ้านพัก จำนวน ๑๐ หลัง ราคา ๔๐๐ บาท/คน (รวมอาหาร ๔ มื้อ) ห้องพัก จำนวน ๒๕ ห้อง มีที่พักตามค่าย จำนวน ๔๑ หลัง (มีกิจกรรมแอ็ดเวนเจอร์ วอล์คแรลลี่ สำหรับลูกเสือที่เข้าค่ายพักแรมหรือนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ) >
    2. ค่ายลูกเสือฉิมกุล ๑๑๓ ม.๒ ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๖๕๐ เรือนพักและบ้านพัก ๕ หลัง ราคา ๑๕๐ บาท/คน ๒,๐๐๐ บาท/หลัง (มีกิจกรรมฐานฝึกลูกเสือมากมาย)
    3. เซอร์เจมส์ รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ ๑๙๕ ม.๓ ต.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๙๑๑-๔, ๐ ๓๖๓๔ ๑๙๔๘-๕๐ จำนวน ๑๒๒ ห้อง ราคา ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท
    4. ดาวเด่น รีสอร์ท ๑๑๕ ม.๒ ถ.มิตรภาพ ต.มวกเหล็ก โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๗๔๕ จำนวน ๗ ห้อง ราคา ๑,๐๐๐- ๓,๐๐๐ บาท
    5. เทพประทาน ปาร์ควิว รีสอร์ท ๑๑๑ ม.๖ ต.มิตรภาพ ถ.มิตรภาพ กม.ที่ ๑๓๘ โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๗๕๕ จำนวน ๑๙ ห้อง ราคา ๔๕๐-๒,๐๐๐ บาท
    6. บ้านสายสวนป่าน ๔๕ ม.๘ ต.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๓๒ ๗๓๓๖-๗, ๐ ๓๖๓๒ ๗๔๐๑-๖ โทรสาร ๐ ๓๖๓๔ ๑๔๒๙ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๗๑๘ ๐๖๗๔ โทรสาร ๐ ๒๗๑๘ ๑๘๒๔ www.suansaipanresort.com, E-mail: info@suansaipanresort.com, booking@suansaipanresort.com จำนวน ๑๘ ห้อง บ้านพัก ๙ หลัง ราคา ๑,๓๒๐–๕,๕๐๐ บาท
    7. พาร์ค ฮิลล์ รีสอร์ท ๑๑๒ ม.๗ ถ.มวกเหล็ก-วังม่วง ห่างจากตลาดมวกเหล็ก และศูนย์โคนมไทยเดนมาร์ค ๒ กิโลเมตร (เขตติดต่อจังหวัดนครราชสีมา) โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๔๖๔ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๓๙ ๕๒๗๙ บ้านพัก ๑๐ หลัง ราคา ๑,๒๐๐-๔,๐๐๐ บาท
    8. ภูธาร รีสอร์ท ๕๕ ม.๒ ต.พญาเย็น (เขตติดต่อจังหวัดนครราชสีมา) โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๗๓๕๔, ๐ ๓๖๓๔ ๑๑๕๑-๒ จำนวน ๑๒ หลัง ราคา ๘๐๐-๕,๖๐๐ บาท
    9. มวกเหล็ก พาราไดซ์ รีสอร์ท ๔๒/๒ ม.๒ ต.มวกเหล็ก โทร. ๐ ๓๖๓๓ ๐๑๙๓-๕ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๗๑๙ ๙๐๕๔-๘ จำนวน ๓๗ ห้อง ราคา ๒,๐๐๐ บาท บ้านพัก ๔๐ หลัง ราคา ๕,๘๐๐ บาท
    10. มวกเหล็ก ฟอร์เรส ๒๑๓ ม.๑ ต.มวกเหล็ก โทร ๐ ๓๖๓๓ ๐๑๙๙–๒๐๐ จำนวน ๑๖ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐–๖,๐๐๐ บาท
    11. มิตเตอร์ เอ สเต๊กเฮาส์ (ไร่ปภัสรา) ๑๘๙ ม.๑ ถ.มวกเหล็ก-วังม่วง โทร. ๐ ๓๖๓๖ ๔๑๓๐, ๐ ๓๖๓๖ ๔๔๗๕
    12. มวกเหล็กเกสต์ อินน์ ๔๒๒ ม.๑ ถ.มิตรภาพ โทร. ๐ ๔๔๓๒ ๒๑๒๑ จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๕๐๐-๖๐๐ บาท
    13. ไร่กุสุมา ๑๔๔ ม.๔ ต.มวกเหล็ก-เจ็ดสาวน้อย โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๔๙๑, ๐ ๓๖๓๔ ๑๔๙๕ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๑๕๙๑, ๐ ๒๕๖๑ ๔๓๖๓-๔ จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐-๖,๕๐๐ บาท
    14. ไร่คุณฉันท์สวนสวย รีสอร์ท ๙๙ ม.๘ ถ.มิตรภาพ ต.มิตรภาพ จำนวน ๑๗ ห้อง ราคา ๑,๐๐๐-๒,๘๐๐ บาท โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๒๐๑๗
    15. ไร่พนาวัน ๑๗๗ ม.๒ อยู่ห่างจาก อ.มวกเหล็ก ๗ กิโลเมตร ก่อนถึงน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๕๐๐-๓,๐๐๐ บาท
    16. ไร่ริมธาร ๑๖๐ ม.๑ ต.มวกเหล็ก ๔๕ กิโลเมตร จากอำเภอมวกเหล็ก โทร ๐ ๓๖๓๔ ๑๒๐๙ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๑๙๖๔ ๑๓๗๗ บังกะโล จำนวน ๑๔ หลัง ราคา ๔๐๐ –๖๐๐ บาท
    17. ไร่อรุณวิทย์ รีสอร์ท ๓๒ ม.๒ ถ.มวกเหล็ก-น้ำตกสาวน้อย ต.พญาเย็น โทร. ๐ ๓๖๓๓ ๐๒๖๓-๔, ๐ ๓๖๓๔ ๔๒๘๙-๙๐ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๔๓๔ ๐๐๘๐-๙ www.arunvitresort.com จำนวน ๗๐ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐-๔,๐๐๐ บาท (มีบริการรถชมสวนส้ม และให้เช่าเรือพาย, จักรยาน)
    18. แลนด์สเคป เฮาส์ ๒๒๒ ม.๓ ต.มิตรภาพ โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๒๐๐๑, ๐ ๖๓๓๕ ๙๘๓๕, ๐ ๙๔๔๔ ๘๒๔๓ จำนวน ๒๐ ห้อง ราคา ๗๐๐-๑,๒๐๐ บาท
    19. ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพมิชชั่น ๑๙๕/๕ ถ.มิตรภาพ ต.มวกเหล็กโทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๖๒๐-๒ หรือที่โรงพยาบาล มิชชั่นกรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๑๑๐๐ จำนวน ๓๔ ห้อง ราคา ๘๐๐-๓,๘๐๐ บาท
    20. เหมือนฝัน ม.๑ ต.ซับสนุ่น มีบ้านพัก และบังกะโล ราคา ๕๐๐-๓,๐๐๐ บาท
     

    อำเภอวังม่วง

     
    1. กระท่อมทิพย์ ฮิลล์ รีสอร์ท ๑๔๔ ม.๔ ต.วังม่วง โทร. ๐ ๙๕๑๒ ๔๑๔๔ จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๑,๒๐๐- ๖,๕๐๐ บาท
    2. วังแก้ว ปาร์ค ฮิลล์ ต.วังม่วง โทร. ๐ ๓๖๓๕ ๙๒๓๖ จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๑,๓๒๐- ๕,๕๐๐ บาท
     
     
     
     

    หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ

    1. หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ
    2. ประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๓๕๐๘ , ๐ ๓๖๒๑ ๑๐๒๕
    3. โรงพยาบาลจังหวัดสระบุรี โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๐๐๘, ๐ ๓๖๓๑ ๖๕๕๕
    4. โรงพยาบาลพระพุทธบาท โทร. ๐ ๓๖๒๖ ๖๑๑๑, ๐ ๓๖๓๒ ๓๒๙๑-๖
    5. โรงพยาบาลมิตรภาพเมโมเรียล โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๒๑๓๑-๔
    6. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โทร. ๐ ๓๖๓๑ ๕๕๕๕
    7. สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสระบุรี โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๐๑๑, ๑๙๑ , ๐ ๓๖๒๑ ๑๐๑๔
    8. ตำรวจท่องเที่ยว โทร. ๑๑๕๕
    9. ตำรวจทางหลวง โทร. ๑๑๙๓
    10. สถานีขนส่งสระบุรี (บขส.) โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๘๑๐, ๐ ๓๖๒๓ ๐๖๗๖
    11. สถานีรถไฟสระบุรี โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๑๐๙๑
    12. สถานีรถไฟแก่งคอย โทร. ๐ ๓๖๒๔ ๔๐๒๐
    13. สถานีรถไฟบ้านหมอ โทร. ๐ ๓๖๒๐ ๑๓๑๑
     
     
     
     
     

    เทศกาลงานประเพณี

     
     
    1. งานโคนมแห่งชาติ จัดขึ้นที่อำเภอมวกเหล็ก ในเดือนมกราคมของทุกปี โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานของทุกปี ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเป็นอาชีพ
    2. งานนมัสการรอยพระพุทธบาท กำหนดให้มีการจัดงานนมัสการปีละ ๒ ครั้ง ตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ รวม ๑๕ วัน และในวันขึ้น ๘ ค่ำ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ รวม ๘ วัน
    3. ประเพณีกำฟ้า จัดให้มีขึ้นในวันสุกดิบ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๓ จะมีกิจกรรมการละเล่นพื้นเมือง เช่น ชนไก่ เผาข้าวหลาม ฯลฯ ส่วนในวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งเป็นวันประเพณีกำฟ้าจะมีการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฯลฯ โดยจัดงานที่ตำบลไผ่หลิ่ว อำเภอดอนพุด เป็นประจำทุกปี
    4. ประเพณีสงกรานต์สรงน้ำเสานางตะเคียนวัดสูง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ บริเวณหน้าอุโบสถวัดสูง อำเภอเสาไห้ โดยกำหนดในวันที่ ๒๓ เมษายน ของทุกปี มีการทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ และปิดทองสรงน้ำเสานางตะเคียน
    5. ประเพณีแห่พระเขี้ยวแก้ว ชาวพุทธเชื่อกันว่า "พระเขี้ยวแก้ว" เป็นพระทนต์ (ฟัน) ของสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ซึ่งในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี จะมีการจัดงานของชาวอำเภอพระพุทธบาท โดยอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากพิพิธภัณฑ์วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารออกแห่ฉลองไปรอบเมืองพระพุทธบาท โดยมีความเชื่อว่า หากมีการแห่ พระเขี้ยวแก้วแล้วจะสามารถบันดาลให้ประชาชนชาวพระพุทธบาทได้รับความร่มเย็นเป็นสุข ทำมาค้าขายดีกันทั่วหน้า และเป็นการจัดงานประจำปีของอำเภอพระพุทธบาท
    6. ประเพณีเจ้าพ่อเขาตก หรือ งานแห่เจ้าพ่อเขาตก ที่บริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จัดเป็นงานประเพณีประจำปี โดยในงานนี้จะมีการแสดงอภินิหารต่าง ๆ ของเจ้าพ่อเขาตก ควบคู่กันไปกับการกระทำพิธีลุยไฟ แห่สิงโตล่อโก๊ะ และการแสดงงิ้ว ส่วนมากชาวจีนที่เป็นลูกศิษย์อยู่ทั่วประเทศจะเดินทางมาร่วมงาน เริ่มตั้งแต่ วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๔ ติดต่อกันไป ๔ วัน
    7. ประเพณีตักบาตรดอกไม้ นับว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของอำเภอพระพุทธบาท โดยถือเอาวันเข้าพรรษา ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปี กำหนดให้มีงานตักบาตรดอกไม้ ประชาชนต่างพากันไปทำบุญตักบาตรเนื่องในวันเข้าพรรษา ที่วัด พร้อมกับถวายเทียนพรรษาแก่วัดพระพุทธบาท ซึ่งตามประเพณีชาวพุทธทั้งหลายเมื่อเสร็จจากการทำบุญตักบาตร ในตอนเช้าแล้วในช่วงบ่ายของวันเข้าพรรษาจะมีการตักบาตรดอกไม้ที่บริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท ประชาชนจะพากันไปเก็บดอกไม้ชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายต้นกระชาย หรือต้นขมิ้น มีดอกสีเหลือง หรือดอกสีขาว เรียกว่า "ดอกเข้าพรรษา" ซึ่งดอกไม้ชนิดนี้ชอบขึ้นตามไหล่เขา มีเฉพาะในช่วงเข้าพรรษา ที่จังหวัดสระบุรีเพียงจังหวัดเดียวเท่านั้น ในขณะที่พระภิกษุเดินขึ้นบันไดเพื่อที่จะนำดอกเข้าพรรษาไปนมัสการรอยพระพุทธบาทนั้นชาวบ้านก็จะนำขันน้ำ หรือภาชนะใส่น้ำลอยด้วยดอกพิกุล นั่งรออยู่ตามขั้นบันไดเพื่อคอยที่จะล้างเท้าให้แก่พระภิกษุ ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการชำระบาปที่ได้กระทำมาให้หมดสิ้นไป และดอกเข้าพรรษานี้ได้รับการบรรจุเป็นพืชสกุลใหม่ของโลก จากงานแสดงพรรณบุปผชาตินานาชาติเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๔ ที่สวนนกจูล่ง ประเทศสิงคโปร์
    8. การแข่งขันเรือยาวประเพณีลุ่มน้ำป่าสัก จัดให้มีการแข่งขันเป็นประเพณี ณ บริเวณท่าน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ทุกปี ในวันเสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือนกันยายน โดยเชิญเรือยาวจากจังหวัดต่าง ๆ แบ่งประเภทของเรือเป็น ๔ ประเภท ได้แก่ เรือยาวใหญ่ ๕๕ ฝีพาย เรือ ๓๐ ฝีพาย ๑๒ ฝีพาย และ ๑๐ ฝีพาย เข้าแข่งขันหาผู้ชนะเลิศ ถือว่าเป็นการอนุรักษ์ประเพณีของท้องถิ่นอย่างหนึ่ง
     
     
     
     

    สถานที่ท่องเที่ยว

     
     

    อำเภอเมือง

     

    1. อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น มีพื้นที่ครอบคลุม ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง แก่งคอย หนองแค และวิหารแดง มีเนื้อที่ประมาณ ๔๔ ตารางกิโลเมตร หรือ ๒๗,๘๕๖ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๔ ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม-มกราคม เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นเหมาะสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อน
    อุทยานฯ ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่ มีที่ราบในหุบเขา ยอดที่สูงที่สุดคือ เขาครก สูงประมาณ ๓๒๙ เมตร เป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามรอบ ๆ ตัวเมืองสระบุรี และอำเภอใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทหารญี่ปุ่นใช้เป็นที่ส่องกล้องดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม สภาพพื้นที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ สัตว์ป่าที่พบมีอยู่หลายชนิด เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า เก้ง ลิง หมูป่า และนกชนิดต่าง ๆ เช่น เขียวคราม กระรางหัวหงอก โพระดก บั้งรอกใหญ่ รวมทั้งผีเสื้อนานาชนิด
    ภายในบริเวณอุทยานฯ มีน้ำตกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกสามหลั่น เป็นลานหินกว้างเรียงซ้อนกันเป็นสามชั้นมองดูคล้ายบันได ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ ๓๐๐ เมตร น้ำตกโพธิ์หินดาษ ห่างจากที่ทำการประมาณ ๓๐๐ เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวเตี้ย ๆ สามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณน้ำตกเป็นลานหินกว้าง มีต้นโพธิ์แผ่กิ่งก้านสาขา และต้นน้ำที่ไหลมายังน้ำตกโพธิ์หินดาดยังไหลไปสู่ น้ำตกโตนรากไทร ซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๔๐๐ เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวตกลงมาจากหน้าผาหินสูง ๗ เมตร สู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง รอบ ๆ แอ่งน้ำมีโขดหินน้อยใหญ่ใช้เป็นที่นั่งชมน้ำตกได้ ทางอุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินเท้าเชื่อมโยงระหว่างน้ำตกเหล่านี้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง โดยไม่ต้องย้อนกลับเส้นทางเดิม น้ำตกจะมีความสวยงามมากที่สุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนตุลาคม
    สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่
    อ่างเก็บน้ำเขารวก เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก มีความจุประมาณ ๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร อยู่ระหว่างเขารวก และเขาแดง สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ มีที่สำหรับนั่งชมทิวทัศน์ และประกอบกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ เช่น พายเรือคยัค ปั่นเรือถีบ เล่นน้ำ เป็นต้น
    อุโมงค์รถไฟพระพุทธฉาย ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ ๑๒ กิโลเมตรเป็นอุโมงค์รถไฟชนิดทางเดียวกว้าง ๗ เมตร สูง ๗ เมตร ยาว ๑,๑๙๗ เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย อยู่บริเวณเขาช่องลิง รอยต่อระหว่างตำบลเจริญธรรม อำเภอวิหารแดง และตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองจังหวัดสระบุรี
    อนุสรณ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ ของกองทัพญี่ปุ่น (เขาแดง) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทหารญี่ปุ่นได้ยึดครองบริเวณเขาแดงเป็นฐานทัพ และใช้เป็นสถานที่กักขังเชลยด้วย ยังมีร่องรอยของหลุมระเบิดที่ทหารญี่ปุ่นทิ้งไว้ สิ่งปลูกสร้างที่ทหารญี่ปุ่นสร้างไว้ ได้แก่ อุโมงค์บัญชาการ สนามเพลาะตลอดแนวเขา ห้องผู้บัญชาการ ห้องเก็บสมบัติ แนวบังเกอร์
    ซากเจดีย์โบราณบนยอดเขาเรดาร์ คาดว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกฟ้าผ่าเสียหาย ปัจจุบันก็ยังพอมีร่องรอยให้เห็นอยู่ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่งคือ ทหารญี่ปุ่นได้ใช้เขาเรดาร์นี้เป็นที่ตั้งปืนใหญ่ด้วย

    นอกจากนั้นยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ๓ เส้นทาง ได้แก่ ๑) เส้นทางเขาแดง ระยะทาง ๑.๖ กิโลเมตร ๒) เส้นทางสามหลั่น-โตนรากไทร ระยะทาง ๓.๒ กิโลเมตร ๓) เส้นทางสามหลั่น-ซับปลากั้ง ระยะทาง ๔.๕ กิโลเมตร เส้นทางสุดท้ายนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักค้างแรมได้ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทราบก่อนใช้เส้นทางทุกเส้นทาง
    ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวก ทางอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน ๓ หลัง ราคา ๖๐๐- ๒,๔๐๐ บาท ค่ายพักแรม พักได้ค่ายละ ๖๐ คน ราคา ๖,๐๐๐ บาท/คืน และสำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ไปเอง อุทยานฯ ได้จัดเตรียมที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีเรือถีบ และพายเรือแคนูให้เช่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๕๑๗๑-๒ หรือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th
    การเดินทาง อุทยาน ฯ อยู่บนเส้นทางสายกรุงเทพฯ-สระบุรี ทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนมิตรภาพ ห่างจากตัวเมืองสระบุรีลงมาทางใต้ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร หากมาจากกรุงเทพฯ ให้เลี้ยวขวากลับรถ ช่วงก่อนถึงกิโลเมตรที่ ๑๐๒ เข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๒ และ ๓๐๔๖ ตามลำดับเป็นถนนลาดยางประมาณ ๘ กิโลเมตร

     
     
    2. วัดพระพุทธฉาย ตั้งอยู่เชิงเขาปถวี (ปฐวี) ตำบลหนองปลาไหล เข้าทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย หรือ รอยพระพุทธรูป อยู่บนแผ่นหินซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา มีการสร้างมณฑปครอบไว้ มีบันไดจากบริเวณวัดด้านล่างขึ้นไปยังมณฑป และต่อไปยังหน้าผาซึ่งอยู่เหนือมณฑปขึ้นไป
    นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผา ได้แก่ ภาพสัตว์ลายเส้นคล้ายตัวกวาง บริเวณข้างประตูเข้าพระพุทธฉาย พบภาพมือคน และภาพสัญลักษณ์ บริเวณจากถ้ำฤาษีไปทางพระพุทธฉายทางทิศตะวันตก พบภาพเขียนรูปไก่ ภาพพระพุทธรูป และภาพสัญลักษณ์ และบริเวณหน้าผา จปร. พบภาพลายเส้นขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน คล้ายภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ที่เคยถูกค้นพบที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เขียนด้วยยางไม้มีอายุเก่าแก่ประมาณ ๓,๐๐๐ ปี โดยเขียนสัญลักษณ์ใช้สื่อความหมายให้เข้าใจในหมู่เดียวกัน และอาจจะเป็นสื่อทางพิธีกรรม และความเชื่อของคนในยุคนั้น
    และยังพบ รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมมณฑปบนภูเขาบริเวณวัดพระพุทธฉาย และเมื่อรื้อพื้นซีเมนต์พบรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาอยู่ใต้ทรายปรากฏเห็นเป็นรูปรอยประทับในหิน
     
     
    3. ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์ ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางเข้าวัดพระพุทธฉาย ถึงก่อน ๑ กิโลเมตร เป็นสถานที่เลี้ยง และเพาะพันธุ์จระเข้ นอกจากนั้นยังมีสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ กวาง ลิง และนกพันธุ์ต่าง ๆ เปิดให้เข้าชมระหว่างเวลา ๐๘.๓๐-๑๗.๓๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๖๒๑ ๒๙๕๘  
     
    4. พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาจัตุรมุข วัดศาลาแดง ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด เป็นพระพุทธรูปประจำทิศตะวันออก หนึ่งในพระพุทธรูป ๔ องค์ ที่กรมการรักษาดินแดนสร้างขึ้นเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานให้แก่ชาวจังหวัดสระบุรี  
     

    อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

    1. สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง (พุแค) ตั้งอยู่ที่ตำบลพุแค ใช้เส้นทางสายสระบุรี-ลพบุรี (ถนนพหลโยธิน) ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร จะอยู่บริเวณทางแยกไปทางหลวงหมายเลข ๒๑ ไปเพชรบูรณ์พอดี ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพระพุทธบาทพุแค มีพื้นที่ทั้งหมด ๔,๖๙๗ ไร่ ครอบคลุมสองฟากฝั่งถนน หากไปจากสระบุรี ทางซ้ายมือ จะเป็นส่วนของอาคารสำนักงาน และห้องสมุดพรรณไม้ ทางขวามือมีบริเวณกว้างขวาง บรรยากาศร่มรื่น และมีลำ

    ธารไหลผ่าน เป็นสวนหย่อมรวบรวมพันธุ์พืชไม้ต่าง ๆ ส่วนมากจะเป็นไม้พื้นบ้าน ประกอบด้วยพรรณไม้ต่าง ๆ ๓๕ วงศ์ พรรณไม้ในวรรณคดี และพรรณไม้สมุนไพร สวนพฤกษศาสตร์จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย เป็นแหล่งรวบรวมและศึกษาวิจัยพันธุ์พืชรวมทั้งเผยแพร่และให้บริการความรู้ในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับพืช และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๗๔๕๗

    2. ถ้ำศรีวิไล ตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำศรีวิไล ตำบลหน้าพระลาน ห่างจากตัวเมือง ประมาณ ๒๒ กิโลเมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธเนาวรัตน์ ศิลปะสมัยเชียงแสน มีหินงอก หินย้อย นอกจากนั้นยังสามารถเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติ มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม การเดินทาง จากตัวเมืองสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ถึงสามแยกหนองจานมีทางแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๓๘๕ ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางโรงปูนอีกครั้งหนึ่ง
     

    อำเภอเสาไห้

    1. เสาร้องไห้ ตั้งอยู่ในศาลนางตะเคียนทอง ณ วัดสูง ตำบลเสาไห้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ประมาณ ๕๐๐ เมตร ริมทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๑ เป็นเสาไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ โดยถือกันว่าเป็นเจ้าแม่ เพราะสิ่งของที่นำไปบูชาล้วนเป็นของสตรีทั้งสิ้น มีตำนานเล่ากันว่า เมื่อครั้งสร้างกรุงเทพฯ เป็นราชธานี ได้มีการเกณฑ์เสาจากหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกเสาที่มีลักษณะงดงาม เพื่อจัดเป็นเสาเอก ทางเมืองสระบุรีได้จัดส่งเสาต้นหนึ่งที่มีลักษณะงดงามมากล่องลงมาตามลำน้ำป่าสัก แต่มาถึงกรุงเทพฯ ช้าไปเล็กน้อย และได้มีการคัดเลือกเสาเอกไปก่อนแล้ว จึงได้เป็นเสารอง ซึ่งถ้าเสาต้นนี้มาทันเวลาก็ต้องได้เป็นเสาเอกอย่างแน่นอน เพราะมีลักษณะใหญ่ และสวยงามมากด้วยความยาว ๑๓ เมตร กว้าง ๐.๗๕ เมตร เสาต้นนี้จึงเกิดความเสียใจลอยทวนน้ำกลับขึ้นมาจมลง ณ ตำบลแห่งนี้อยู่ประมาณ ๑๐๐ กว่าปี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้มีชาวบ้านนำขึ้นจากน้ำไปไว้ที่ศาลหน้าพระอุโบสถวัดสูงจนถึงปัจจุบันนี้ พอตกเวลากลางคืนชาวบ้านมักได้ยินเสียงร้องไห้ จึงได้ให้ชื่อตำบลนี้ว่า ตำบลเสาร้องไห้ และได้กลายเป็น "อำเภอเสาไห้" ในปัจจุบัน และในวันที่ ๒๓ เมษายนจะมีประเพณีสรงน้ำนางตะเคียน ทุกปี ณ บริเวณหน้าอุโบสถวัดสูง
    2. พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเยาว์ เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิ หน้าตักกว้าง ๑๑๐ เซนติเมตร สูง ๑๗๐ เซนติเมตร พระพักตร์กลม พระโอษฐ์ยิ้ม ยอดเศียรเปลวอุนาโลม สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อเสียกรุงครั้งที่ ๒ ชาวบ้านที่อพยพหนีพม่าได้อัญเชิญมาด้วยและลงรักพอกปูนปิดองค์พระไว้ ประดิษฐานไว้ที่วัดร้างแห่งหนึ่งในอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและชาวบ้านได้อัญเชิญมาเป็นพระประธานที่วัดอุทิศสโมสร ก่อนจะอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดพะเยาว์ ต่อมาพระธรรมรัตนากร สังเกตเห็นรอยรักแทรกอยู่ระหว่างปูนที่ฉาบจึงให้ชาวบ้านช่วยกันกะเทาะปูนออกพบว่าเป็นทองทั้งองค์ ทางกรมศิลปากรตรวจสอบปรากฏว่าเป็นโลหะที่มีทองคำผสมอยู่ถึง ๗๐ % ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อทองคำ”
    3. วัดเขาแก้ววรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ ๖ กิโลเมตร ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จประพาสหัวเมือง เมื่อถึงอำเภอเสาไห้ ได้โปรดเกล้าฯ บูรณะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง มีคำเล่าลือกันว่าวันดีคืนดีจะเห็นดวงแก้วสุกสว่างเหนือวิหารวัดเขาแก้ว ถือว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุในองค์พระเจดีย์ ในเจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็กซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหอระฆังและเจดีย์องค์ใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง พระพุทธรูปปางป่าเลไลก์ และพระพุทธบาทซึ่งล้วนมีลักษณะงดงาม

    4. วัดพะเยาว์ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำป่าสัก หมู่ ๑ ตำบลศาลารีไทย ด้านหลังวัดมีถนนสายปากบาง-สระบุรีผ่าน มีพระพุทธรูปทองคำ สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมประดิษฐานอยู่กลางบริเวณวัดร้างแห่งหนึ่งในอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้อัญเชิญมาไหว้ เป็นพระประธานในเมืองสระบุรี ชาวสระบุรีเคารพนับถือเป็นอย่างมาก

    นอกจากนี้พระพุทธรูปทองคำวัดพระเยาว์ยังเป็นประติมากรรมอันยิ่งใหญ่สิ่งหนึ่ง ของกรุงศรีอยุธยา จึงเชื่อกันว่าน่าจะสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งในจำนวน ๒ พระองค์ คือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ พระพุทธรูปทองคำวัดพะเยาว์นี้มีพุทธลักษณะที่งดงามมาก พระวรกายสมสัดส่วน สง่างาม ประทับนั่งในปางสมาธิแบบขัดสมาธิราบ ประทับนั่งในลักษณะที่ดูองอาจ แฝงไว้ด้วยลักษณะเข้มแข็ง

    ปัจจุบันได้มีผู้ศรัทธาพร้อมใจกันสร้างวิหารจัตุรมุขขึ้นไว้เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ให้เป็นสง่าราศีและเป็นที่เชิดหน้าชูดาแก่ชาวเมืองสระบุรีสืบไป

    การเดินทาง ใช้เส้นทางสายสระบุรี-บ้านยาง แล้วเลี้ยวขวาตรงข้ามสะพานแม่น้ำป่าสักและเข้าไปอีกประมาณ ๑๐๐ เมตร รวมระยะทางจากตัวเมืองสระบุรีประมาณ ๙ กิโลเมตร

    5. บ้านเขาแก้ว เป็นเรือนไม้ทรงไทยที่มีอายุประมาณ ๘๐-๑๐๐ ปี เจ้าของบ้านคืออาจารย์ทรงชัย วรรณกุล ได้จัดแสดงเป็น “ศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมไทยวน” โดยรวบรวมภาชนะ อาวุธ เครื่องมือทำมาหากิน และผ้าทอลายโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปี ได้แก่ ผ้ามุกยกดอก ผ้าลายขิด ผ้าจก บรรรยากาศภายในร่มรื่นเย็นสบาย
     
    6. เบญจสุทธิคงคา น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำสายสำคัญ ๕ สาย ที่ไหลผ่านบริเวณอำเภอเสาไห้ได้ถูกนำมาใช้เป็นน้ำในพิธีถือน้ำพิพัฒสัตยาอันศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จวบจนถึงปัจจุบัน เมื่อครั้นเสด็จประพาสทางชลมารคได้แวะลงสรงน้ำ ณ ท่าราช ทรงพอพระราชหฤทัยสายน้ำที่เย็น ลึกและนิ่ง จึงมีพระราชประสงค์ให้นำน้ำบริเวณนี้ไปทำพิธีพุทธาภิเษก ที่วัดพระพุทธบาทก่อนจะนำไปใช้พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกรวมถึงพิธีศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในพระราชวัง โดยกำหนดให้นำน้ำจากแม่น้ำ ๕ สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา (จากจังหวัดอ่างทอง) แม่น้ำเพชรบุรี (จากจังหวัดเพชรบุรี) แม่น้ำราชบุรี (จากจังหวัดสมุทรสาคร) แม่น้ำบางปะกง (จากจังหวัดนครนายก) และแม่น้ำป่าสัก (จากจังหวัดสระบุรี) อันเป็นที่มาของ “เบญจสุทธิคงคา”
    7. วัดสมุหประดิษฐาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลสวนดอกไม้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ ๒ กิโลเมตร พระอุโบสถสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องคาวีสวยงามมาก พระประธานในพระอุโบสถอัญเชิญมาจากเมืองเก่าสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทองปางมารวิชัย และประดิษฐานพระโมคคัลลา พระสารีบุตร อัครสาวกซ้ายขวา และในเดือนกันยายน ของทุกปีจะมีการแข่งขันเรือยาวประเพณีที่วัดแห่งนี้
    8. วัดจันทบุรี ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองเก่า หมู่ ๖ ตำบลเมืองเก่า เลยจากที่ว่าการอำเภอไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๑ วัดอยู่ทางขวามือ มีป้ายชี้ทางเข้าวัดอย่างชัดเจน สิ่งที่น่าชมคือพระอุโบสถ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๖ สมัยรัชกาลที่ ๓ มีลักษณะก่ออิฐถือปูน หลังคาจั่ว ช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันประดับลายปูนปั้นและเครื่องถ้วย ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยเดียวกับพระอุโบสถซึ่งยังสมบูรณ์อยู่และงดงามมาก เป็นรูปเทพชุมนุม และพุทธประวัติ
    9. ศูนย์การเรียนรู้ทอผ้าตำบลบ้านต้นตาล เกิดขึ้นจากกลุ่มสตรีที่ว่างงานรวมตัวกันใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวและเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ครบวงจรให้กับเยาวชนและบุคคลทั่วไป โดยผ้าที่ทอมีหลายแบบ ได้แก่ ผ้าขาวม้า ผ้าพื้น ผ้าสี่เขา ผ้าลายดอกพิกุลซึ่งเป็นลายแบบโบราณของคนไท-ยวน การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๑ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๓๔๑ จนถึงบ้านปากบางให้เลี้ยวเข้าทางเดียวกับวัดต้นตาล โดยศูนย์จะอยู่ใกล้กับวัด
     

    อำเภอบ้านหมอ

    1. ถนนพระเจ้าทรงธรรม หรือ ถนนฝรั่งส่องกล้อง เป็นถนนที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าทรงธรรมเมื่อครั้งเสด็จตรวจรอยพระพุทธบาท ทางเรือพระที่นั่งตามลำน้ำป่าสัก พอเสด็จมาถึงบริเวณท่าเรือ จึงได้เสด็จทรงช้างพระที่นั่ง โดยมีพรานบุญเป็นผู้นำทางและเมื่อเสด็จกลับ ได้ให้ฝรั่งส่องกล้อง แล้วให้ตัดทางกว้าง ๑๐ วา ตรงตลอดถึงท่าเรือ เพื่อใช้เป็นถนนหลวง
    ในปัจจุบันถนนเส้นนี้เหลือร่องรอยให้เห็นอยู่ประมาณ ๙ กิโลเมตร โดยเริ่มจากบริเวณเยื้องวัดสร่างโศก ช่วงกิโลเมตรแรกเป็นถนนดินที่ไม่ได้ใช้เป็นถนนอีกต่อไป ต่อจากนี้เป็นถนนลูกรังผ่านหลังวัดปัญจาภิรมย์ วัดหนองคณฑี ไปตัดกับถนนพระพุทธบาท-บ้านหมอ บริเวณหน้าวัดกัลยาพรรพต ผ่านหน้าศาลเจ้าพ่อเขาตก และพระตำหนักสระยอหายไปเป็นถนนลูกรังและคอนกรีต ความกว้างของถนนเหลือ ๖-๘ เมตร
     
    2. ทะเลบ้านหมอ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหมอและตำบลสร่างโศก มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๖๐๐ ไร่ ทะเลบ้านหมอมีลักษณะเป็นบ่อลึกและกว้าง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด บรรยากาศร่มรื่น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฏาคมจะมีฝูงนกเป็นน้ำที่บินหนีหนาวจากไซบีเรียมาลงเล่นน้ำและอาศัยอยู่นับหมื่น ๆ ตัว นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ ยังมีดอกไม้ประดับร่มรื่นและมีแก่งกลางน้ำมองดูสวยงามยิ่ง
     

    อำเภอพระพุทธบาท

    1. สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน ประมาณ ๒๕ กิโลเมตร หากไปจากตัวเมืองสระบุรี วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๑๓๒-๑๓๓ เป็นสถานที่รักษาคนไข้ติดยาเสพติดที่มีชื่อเสียง สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกนี้ แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนเสียชีวิตลง หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา และได้รับรางวัล "แมกไซไซ" เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๑๘

    2. วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๒๘ กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาทเข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๑๖๗ ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญคือ "รอยพระพุทธบาท" ที่ประทับไว้บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี รอยพระบาทมีความกว้าง ๒๑ นิ้ว ยาว ๖๐ นิ้ว ลึก ๑๑ นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระบาทตามลักษณะ ๑๐๘ ประการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราว ครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลายสมัย และยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ที่ก้อนหินขนาดใหญ่ สูงจากพื้น ๑๖๐ เซนติเมตร เมื่อครั้นเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท

    ลักษณะของพระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท ๗ ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองประดับกระจกโดยรอบ ฝาผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพพนม พุ่มข้าวบิณฑ์ บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรมประดับมุกชั้นเยี่ยมของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์ หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค ๕ เศียร บริเวณรอบมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีเป็นการแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ส่วนพระอุโบสถ และพระวิหารต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์
    นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่า พัดยศของพระสมัยต่าง ๆ และท่อประปาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ ๒ ครั้ง คือขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๓ จนถึงแรม ๑ ค่ำ และขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๔ จนถึงแรม ๑ ค่ำ อัตราค่าเข้าชม คนไทย ไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างประเทศ คนละ ๓๐ บาท

    3. บ่อพรานล้างเนื้อ ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับวัดพระพุทธบาท มีลักษณะเป็นบ่อหินขนาดย่อมต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงการก่อสร้างปากบ่อขึ้น และที่บริเวณปากบ่อมีรอยเข่าคน ใกล้กับบริเวณบ่อมีหินลาดและมีหลุมลึกลงไป มีขนาดเท่ากระป๋องนม น้ำที่ไหลจากหลุมนี้ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีประวัติเล่ากันว่าพรานบุญผู้พบรอยพระบาทเป็นผู้ที่นำเนื้อมาล้างที่บ่อ โดยคุกเข่าและก้มลงล้างเนื้อในบ่อ ส่วนหลุมขนาดกระป๋องนมคือ รอยปักหอกของพรานบุญ มีน้ำไหลออกมาไม่ขาด
     

    4. พระตำหนักธารเกษม อยู่ที่ตำบลขุนโขลน ระหว่างธนาคารกรุงเทพ สาขาพระพุทธบาทและสถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี ตั้งอยู่ริมธารทองแดงซึ่งเป็นลำธารไหลผ่านพระพุทธบาท เป็นที่ซึ่งมีแมกไม้ร่มรื่น เป็นที่สำราญพระราชหฤทัย พระตำหนักสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๑๗๖ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพื่อใช้เป็นที่ประทับเวลาเสด็จมานมัสการพระพุทธบาท ปัจจุบันเหลือเพียงแต่ฐาน

    ธารทองแดงเกิดจากเขาธารทองแดงในเขตอำเภอพระพุทธบาท แล้วไหลไปทางอำเภอหนองโดน ตามพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม ๒ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างพระตำหนักริมธาร ได้มีการขุดพบท่อน้ำสามตาที่ริมลำธาร (ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานพระพุทธบาท) ท่อนี้เป็นข้อต่อเหมือนข้อต่อน้ำประปาปัจจุบัน แต่ใหญ่กว่ามากเป็นท่อทำด้วยทองแดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๐ เซนติเมตร และในบริเวณธารทองแดงนี้ยังพบที่กั้นน้ำที่ระบายน้ำมาใช้ในพระตำหนักท้ายพิกุล เป็นเขื่อนก่อด้วยอิฐถือปูน ซึ่งเป็นซากโบราณสถาน ที่สร้างมาแต่สมัยอยุธยา ปัจจุบันนี้ยังคงสภาพเป็นลำธารแต่ตื้นเขินมากแล้ว ที่ริมลำธารมีแนวเขื่อนก่ออิฐถือปูนปรากฏอยู่

     
    5. ถ้ำเทพนิมิตธารทองแดง อยู่ที่วัดพุคำบรรพต ตำบลพุคำจาน เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้พบโบราณวัตถุของมนุษย์สมัยหินใหม่ตอนปลาย มีลักษณะคล้าย และเหมือนกับที่ขุดพบที่บ้านท่าแค บ้านดีลัง และซับจำปา ที่ลพบุรี สันนิษฐานว่ามนุษย์สมัยนั้นในบริเวณดังกล่าวอาจมีความสัมพันธ์กัน ปัจจุบันไม่มีโบราณวัตถุอยู่ในถ้ำแล้ว การเดินทาง หากมาจากสระบุรีทางเข้าวัดจะอยู่ด้านขวามือริมทางหลวงสาย ๑ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๑๓๐-๑๓๑ เข้าทางเดียวกับวัดพุคำจานแต่จะแยกขวาก่อนข้ามสะพานและเลี้ยวขวาอีกครั้ง
    6. ถ้ำนารายณ์ หรือ ถ้ำเขาวง อยู่ที่บ้านเขาวง เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย มีอักษรมอญโบราณจารึกไว้ที่ปากถ้ำ
    7. ตำหนักสระยอ เป็นพระตำหนักที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นที่ประทับเมื่อครั้งเสด็จนมัสการพระพุทธบาท ณ ริมธารน้ำใต้ธารทองแดง ปัจจุบันเหลือเพียงรอยฐานตำหนัก
    8. พระตำหนักท้ายพิกุล พระราชวังโบราณ ปัจจุบันไม่มีซากตำหนักปรากฏอยู่คงมีแต่เกยช้าง (หมายถึง ที่เสด็จขึ้น-ลงพาหนะสำหรับเจ้านาย) และซากกำแพงเป็นเขตโดยรอบ
     

    อำเภอแก่งคอย

     
    1. ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม หรือ ถ้ำบ่อปลา จากปากทางเข้าจะปูด้วยหินอ่อนเป็นทางเดินชมทั่วบริเวณถ้ำโดยตลอด ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นห้องขนาดใหญ่ ๓ ห้อง ได้แก่ ห้องที่ ๑ ชื่อว่า “ถ้ำบ่อปลา” มีปลาว่ายน้ำเข้ามาในบริเวณถ้ำเป็นจำนวนมาก ห้องที่ ๒ ชื่อว่า “ถ้ำท้องพระโรง” มีหินงอกหินย้อยสวยงาม มีรูปร่างคล้ายเจ้าแม่กวนอิม และฮก ลก ซิ่ว ส่วนห้องที่ ๓ ได้แบ่งซอยเป็นห้องเล็ก ๆ มีจุดเด่นอยู่ที่หินงอกหินย้อยหลายรูปแบบ มีรูปร่างคล้ายหินปะการังซึ่งจะเข้าได้ในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนั้นทางด้านหลังยังมีถ้ำขนาดใหญ่อีก ๒ ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำสามเขา และถ้ำเทพประทาน ถ้ำจะปิดในวันธรรมดา เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. ภายในถ้ำเป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยสมัยอยุธยา การเดินทาง สามารถเดินทางได้ ๒ เส้นทาง เส้นทางแรก ได้แก่ จากตัวเมืองสระบุรีไปตามถนนมิตรภาพ ทางไปจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตัวอำเภอแก่งคอย ผ่านตลาดแล้วข้ามสะพานอดิเรกสารซึ่งทอดข้ามแม่น้ำป่าสักไปอีกประมาณ ๘ กิโลเมตร ก็ถึงถ้ำพระธาตุเจริญธรรม เส้นทางที่สอง จากสระบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ทางไปจังหวัดลพบุรีประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ถึงหน้าโรงเรียนพุแควิทยา ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนจะมีถนนสายพุแค-แก่งคอย เข้าไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร
    2. ผาเสด็จ ตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพทางหลวงหมายเลข ๒ ประมาณ ๒๕ กิโลเมตร ระหว่างกิโลเมตรที่ ๑๓๒-๑๓๓ หากไปจากสระบุรีให้เลี้ยวซ้ายตรงบริเวณโรงเรียนบ้านซับบอนไปประมาณ ๓ กิโลเมตร ผาเสด็จอยู่เลยจากสถานีรถไฟไปประมาณ ๕๐ เมตร เป็นหน้าผาที่รัชกาลที่ ๕ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จมาประทับเมื่อคราวสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๘ ทั้งสองพระองค์ได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธย จปร. และ สผ. ไว้ ณ หน้าผาแห่งนี้
    3. ถ้ำพระโพธิสัตว์ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓๒ กิโลเมตร ที่ผนังมีภาพจำหลักนูนต่ำเป็นรูปพระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรม และภาพเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และภายในผนังถ้ำยังมีเจดีย์ทรงลังกา ศิลปะสมัยทวารวดี มีหินงอก หินย้อย บริเวณภายนอกถ้ำมีต้นไม้นานาพรรณ นอกจากนั้นยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. เมื่อทรงเสด็จทอดพระเนตรน้ำตก ถ้ำธรรมทัศน์ ถ้ำลุมพินี สวนหิน และถ้ำสงัดเจดีย์ การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ ทางไปจังหวัดนครราชสีมาไปประมาณ ๑๕ กิโลเมตร หากไปจากสระบุรีวัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกไปวัดถ้ำพระโพธิสัตว์อีกประมาณ ๑๑ กิโลเมตร
    4. เขาพระพุทธบาทน้อย ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระพุทธบาทน้อย ที่ตำบลสองคอน มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนสูงชัน สลับซับซ้อนเรียงรายด้วยยอดเขาแหลม และที่ยอดเขาแหลมนี้จะพบเห็นนกจู๋เต้นเขาปูน ในวงศ์นกกินแมลงจะพบมากที่จังหวัดสระบุรี นอกจากนั้นด้วยลักษณะของหน้าผาที่สูงชันแล้วยังสามารถที่จะเห็นเลียงผา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ม้าพระอินทร์ อาศัยอยู่ในถ้ำสามเขา ที่มีเนื้อที่เกือบ ๑ ไร่ ภายในมีรอยพระพุทธบาทจำลอง ประทับลึกลงไปในดินกว้าง ๑ ศอกเศษ ยาว ๓ ศอก การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ เส้นทางหลวงหมายเลข ๒ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอแก่งคอย ข้ามสะพานอดิเรกสาร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนอดิเรกสาร จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามถนนสองคอน-พระบาทน้อย-พุแค ประมาณ ๗.๕ กิโลเมตร จนถึงวัดพระพุทธบาทน้อย
     
    5. พระบวรราชวังสีทา ตั้งอยู่ที่ตำบลสองคอน ประวัติพระบวรราชวังแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างที่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันตก ณ ตำบลบ้านสีทา ในแขวงจังหวัดสระบุรี สร้างคราวเดียวกับเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงสร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่เมืองลพบุรี เพราะมูลเหตุที่เกิดแต่คราวหาที่สร้างราชธานีสำหรับเวลาสงครามดังกล่าวมานั้น ได้โปรดให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ (พระเชษฐา รัชกาลที่ ๔) เสด็จขึ้นไปตรวจเมืองนครราชสีมา ทรงเห็นภูมิลำเนาไม่เหมาะ มาโปรดที่เขาคอก ในแขวงจังหวัดสระบุรี ว่าเหมือนเป็นป้อมอยู่โดยธรรมชาติจึงทรงสร้างที่ประทับขึ้น ณ ตำบลบ้านสีทา เห็นว่าไปมาถึงเขาคอกได้สะดวก แล้วเสด็จไปประทับ ณ ที่นั่น เพื่อตกแต่งเขาคอกไว้เป็นป้อมปราการสำหรับต่อสู้ข้าศึกแห่งหนึ่ง ได้เสด็จไปประทับที่วังสีทาเนือง ๆ จนตลอดพระชนม์มายุ แต่วังนั้นล้วนสร้างเป็นเรือนเครื่องไม้ ครั้นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดให้รื้อตำหนักลงมาสร้างวัง พระราชทานพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ บ้าง ที่เหลืออยู่ก็พังสูญไปหมด เดี๋ยวนี้ที่ซึ่งเคยเป็นพระบวรราชวังกลับเป็นที่บ้านราษฎรไปอย่างเดิม บริเวณสร้างวังกว้างขวางมาก ประมาณ ๑๕๐ ไร่เศษ ซากเป็นพื้นก่อเรือนไม้ ก่อด้วยอิฐฉาบปูนเป็นบัวคว่ำหงาย มีรากฐานกว้างประมาณ ๑๐ วา ยาวประมาณ ๒๐ วา โดยคาดว่าสร้างขึ้นเป็น ๒ หลัง อิฐสมัยโน้นแกร่งแข็งแรงมาก ขนาดหนา ๔ นิ้ว กว้าง ๖ นิ้ว ยาว ๑๒ นิ้ว ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเอาบริเวณที่สร้างวังเป็นไร่ปลูกข้าวโพด มีการไถทำลายซากเดิมแทบจะสังเกตไม่ออกแล้ว ยังพอมีบริเวณที่เหลือซึ่ง กำนันสุพัฒน์ ฤทธิจำปา กันเอาไว้เป็นที่สาธารณะอยู่อีกประมาณ ๔ ไร่เศษ ตรงที่เหลือนี้ ปรากฏเป็นชานประตูก่ออิฐฉาบปูน มีรอยวางแผ่นกระดานทำสะพานยื่นไปยังบึงน้ำ ชาวบ้านเรียกว่า “บึงตลาดไชย” ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของตัววังสีเทา ห่างกันประมาณ ๑๐๐ เมตรเศษ เล่ากันว่าทรงใช้เป็นที่ประทับสรงน้ำ และเป็นที่ชุมนุมเหล่าสนมกำนัลนางฝ่ายใน เมื่อคราวเสด็จมาพักแรมในฤดูร้อนทุก ๆ ปี เล่าสืบกันมาว่า สนมของพระองค์ทุกนางเก่งในทางแอ่วลาวมากที่สุด จนกระทั่งพระองค์เองสามารถเป่าแคนและแอ่วลาวได้ด้วย ถึงกับทรงพระราชนิพนธ์กลอนลำแอ่วลาวไว้หลายเล่มสมุดไทย คงเหลือปรากฏอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ สืบมาตราบเท่าทุกวันนี้
     
    6. แหล่งโบราณคดีบ้านดงน้ำบ่อ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๓๔ เข้าทางสถานีเขาสูง ( ๖ กิโลเมตรจากหุบเขาทานตะวัน ตำบลหินซ้อน) ผ่านห้วยซับม่วงเลี้ยวขวาไปชมแหล่งฝังศพที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย พบโครงกระดูกที่มีการฝังทับซ้อนวางเรียงกันในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก เป็นสุสานที่มีพิธีกรรมในการฝังศพและเป็นแหล่งโบราณคดีวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำป่าสัก ขุดพบเครื่องมือ หินเหล็ก เครื่องประดับ กำไล ลูกปัด มีอายุประมาณ ๒,๐๐๐ ปี มาแล้ว

    7. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า มีพื้นที่ ๑๓,๗๕๐ ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะปราง มีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางชีวภาพทั้งพันธุ์พืชและสัตว์ป่านานาชนิด มีพื้นที่ติดต่อกับด้านตะวันตกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วยป่าหลายชนิด ได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า ก่อให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์พืช เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกต่าง ๆ ในพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่พบมีจำพวกพืชสมุนไพร เช่น พญามีฤทธิ์ ม้ากระทืบโรง กราวเครือ ว่าน รวมทั้งเห็ดชนิดต่าง ๆ เช่น เห็ดแชมเปญ เห็ดปากหมูฯ สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณ ได้แก่ ช้างป่า กระทิง หมี กวาง เก้ง นางอาย อีเห็น กระจง หมูป่า และ นกอีกประมาณ ๑๕๘ ชนิด เช่น โพระดก หัวขวาน กระแตแต้แวด ปรอด ขุนแผน ฯลฯ บินข้ามไปมาระหว่างศูนย์ฯ กับเขาใหญ่

    จากที่ทำการมีเส้นทางเดินป่าไปยังน้ำตกต่าง ๆ แบ่งเป็นวงรอบ ได้แก่ รอบเล็ก (น้ำตกเจ็ดคดเหนือ) ระยะทาง ๑.๒ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ ๑ ชั่วโมง ค่าบริการ ๑๕๐ บาท / เจ้าหน้าที่นำทาง ๑ คน / นักท่องเที่ยว ๑๐ คน รอบกลาง (น้ำตกเจ็ดคดเหนือ กลาง ใต้) น้ำตกเจ็ดคดเหนือ เป็นน้ำตกสูง ๔ ชั้น รายล้อมด้วยป่าไผ่ ในช่วงเดือนธันวาคมตามลำห้วยจากน้ำตกจะมีดอกไม้ขึ้นตลอดเส้นทาง เดินลงมาทางทิศใต้ตามลำห้วยเจ็ดคดประมาณ ๑๕๐ เมตร จะพบ น้ำตกเจ็ดคดกลาง ซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียว มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้ลงเล่นน้ำได้ หากเดินต่อไปอีกประมาณ ๑๕๐ เมตร ก็จะถึง น้ำตกเจ็ดคดใต้ เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีความสวยงาม สูงประมาณ ๔๐ เมตร เป็นน้ำตกที่ตกลงมาตั้งฉากกับลำห้วยเจ็ดคด สองข้างทางของลำห้วยเจ็ดคดเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เช่น เอื้องหมายนา ดอกพนมสวรรค์ ต้นไคร้น้ำ เฟิร์นก้านดำ กระแตไต่ไม้ ฯลฯ และสัตว์นานาชนิด เช่น ปูหิน แมลงปอ น้ำตก และผีเสื้อหลากสีสัน ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ ๒ ชั่วโมง ๓๐ นาที ค่าบริการ ๒๐๐ บาท รอบใหญ่ (น้ำตกเจ็ดคดเหนือ กลาง ใต้ และน้ำตกเจ็ดคดใหญ่) เป็นเส้นทางที่สวยที่สุด น้ำตกเจ็ดคดใหญ่ จะมีน้ำตลอดทั้งปี ซึ่งน้ำตกอื่น ๆ จะมีน้ำเฉพาะในช่วงฤดูฝน เส้นทางนี้มีระยะทางเดิน ๔ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ ๔ ชั่วโมง ค่าบริการ ๓๐๐ บาท และมีเส้นทางไปยังน้ำตกอื่น ๆ ได้แก่ น้ำตกเขาแรด เป็นเส้นทางที่ค้างคืนได้ ระยะทาง ๖ กิโลเมตร ค่าบริการ ๔๐๐ บาท น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกที่สวยงามมากและมีความสูงถึง ๗ ชั้น หรือประมาณ ๓๕๐ กว่าเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย ต้องเดินเท้าเข้าไปเนื่องจากเส้นทางเข้าถึงน้ำตกค่อนข้างยากลำบาก ใช้ระยะเวลาประมาณ ๗-๘ ชั่วโมง นักท่องเที่ยวต้องมีอุปกรณ์พร้อมและมีร่างกายที่แข็งแรง แต่ก็คุ้มค่าเพราะน้ำตกโกรกอีดก โดยเฉพาะชั้นที่ ๖ และ ๗ เป็นชั้นที่มีความสวยงามเป็นพิเศษ เส้นทางนี้จุดเริ่มเดินอยู่ที่บ้านตะโกด้าน อยู่ห่างจากศูนย์ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ต้องมาถึงศูนย์ก่อน ๗ โมงเช้า สามารถค้างคืนได้ ค่าบริการ ๔๐๐ บาท

    เส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีอยู่ด้วยกัน ๓ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ ๑ จากจุดชมวิวซึ่งตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการฯ ๑๒ กิโลเมตร และสามารถชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกยามเย็นได้ ไปอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร ใช้เวลา ๑ ชั่วโมงครึ่ง เส้นทางที่ ๒ จากอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ไปน้ำตกหินดาดเป็นน้ำตกชั้นเดียว แต่กว้าง บริเวณโดยรอบดารดาษด้วยพรรณไม้ที่สวยงาม เช่น กล้วยไม้ ลิ้นมังกร ดอกเทียน เป็นต้น และไปยังน้ำตกคลองผักหนาม กลับมายังอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ใช้เวลา ๔ ชั่วโมง เส้นทางที่ ๓ จากอ่างเก็บน้ำซับป่าว่านไปน้ำตกเจ็ดคดเหนือ เจ็ดคดกลาง เจ็ดคดใต้ กลับมายังอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ใช้เวลา ๔ ชั่วโมง

    น้ำตกอื่น ๆ ที่พบในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงมีความงามแตกต่างกันไป น้ำตกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำตกเขาแคบ เป็นน้ำตก ๗ ชั้น สูง ๓๐ เมตร สวยงามมาก ช่องที่น้ำตกลงมาเป็นช่องแคบ น้ำจึงทิ้งตัวลงมาเป็นสาย และกระแทกก้อนหินเบื้องล่าง แตกกระจายเป็นฝอย อ่างน้ำตกใหญ่และลึกเห็นน้ำเป็นสีเขียวมรกต น้ำตกโกรกฝาผนัง อยู่ใกล้ ๆ กับน้ำตกโกรกอีดก มีความสูงประมาณ ๒๐ เมตร มีลักษณะเป็นหน้าผาชันเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความโลดโผน น้ำตกซับป่าว่าน เป็นน้ำตกที่ไม่สูงนัก ต้นน้ำเกิดจากอ่างเก็บน้ำของโครงการฯ เหมาะที่จะเดินท่องเที่ยวในช่วงฝนตก หรือช่วงที่มีน้ำมาก เพราะบริเวณเส้นทางของน้ำตกปลอดภัยจากน้ำป่าและเป็นทางราบเดินสบาย แต่ละชั้นของน้ำตกมีลานกว้างให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากกิจกรรมเดินป่าแล้วทางศูนย์ยังจัดกิจกรรมส่องสัตว์เป็นระยะทาง ๑ กิโลเมตร

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีบ้านพักจำนวน ๒๘ หลัง มีเต็นท์ให้เช่า ราคา ๑๐๐ บาท/คน/คืน และ ถุงนอนราคา ๕๐บาท/คน/คืน นักท่องเที่ยวต้องเตรียมเสบียงมาเอง แต่ห้ามก่อไฟในบริเวณ อนุญาตให้ใช้เตาปิกนิก หรือเตาถ่านได้

    การเดินทาง หากไปจากตัวเมืองสระบุรี ไปตามทางหลวงหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ ทางเข้าศูนย์จะอยู่ฟากขวามือ ตรงข้ามกับบริษัท Furukawa จำกัด เข้าไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า หมู่ที่ ๕ ตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย อำเภอสระบุรี โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๗๑๕๖, ๐ ๙๒๓๗ ๘๖๕๙ หรือสำนักงานป่าไม้เขตสระบุรี ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๗๑๐๕-๖ ต่อ ๔๐๐, ๕๐๑ ในวันและเวลาราชการ

     
    8. องค์การศาสนาเซไคคิวเซเคียวประจำประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ ๔๓๐ ไร่ ตั้งอยู่ที่ ๙๐/๑ หมู่ ๑ ตำบลชำผักแพว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ ไปตามถนนมิตรภาพ ๑๒๖ กิโลเมตร แยกจากถนนมิตรภาพเข้ามาประมาณ ๘ กิโลเมตร มีโครงการจัดทำสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนมิโรคุ โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ศาสนา และศิลปะความงามด้านพืชศาสตร์ ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง มีสระน้ำ ประติมากรรมหินอ่อน รูปทรงต่าง ๆ และสวนญี่ปุ่น มีภูมิทัศน์ที่สวยงามและอีกด้านหนึ่งของโครงการจะมีแปลงสาธิตเกษตรธรรมชาติ โดยใช้ EM เทคโนโลยี คือการใช้จุลินทรีย์ให้เกิดประโยชน์เพื่อลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม
    9. การล่องแม่น้ำป่าสัก ในเขตอำเภอแก่งคอยมีแม่น้ำป่าสักไหลผ่าน ทัศนียภาพธรรมชาติตลอดริมฝั่งแม่น้ำสวยงาม รวมทั้งมีเขาตามแนวตลอดเส้นทางที่ล่องแก่ง บางแห่งมีโขดหิน และหน้าผาที่แปลกตา คล้ายรูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ และยังสามารถเที่ยวชมไพรพักค้างที่หาดผาหมีซึ่งมีบริเวณกว้าง ๒ ไร่เศษ หรือจะตกปลากระทิงในแม่น้ำ บริเวณอำเภอแก่งคอย ระยะห่างจากจังหวัดประมาณ ๑๕ กิโลเมตร บนเส้นทางมิตรภาพ มีเอกชนดำเนินการจัดแพและเรือยนต์ไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยว สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่รีสอร์ทต่าง ๆ ริมแม่น้ำป่าสัก เช่น โรงแรมศุภาลัยป่าสักรีสอร์ท โทร. ๐ ๓๖๓๐ ๖๒๗๐-๒ หรือ หาดสองแคว รีสอร์ท โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๗๒๑๕, ๐ ๓๖๒๓ ๗๕๕๔-๕๕
     

    อำเภอมวกเหล็ก

    1. น้ำตกเหวน้อย อยู่ที่บ้านมวกเหล็กใน เป็นต้นน้ำของน้ำตกมวกเหล็ก และน้ำตกเจ็ดสาวน้อย เมื่อเดินต่อไปจะพบ น้ำตกเหวราง และน้ำตกโป่งตาลอง ซึ่งเป็นน้ำตกสูงอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช่วงที่เหมาะในการท่องเที่ยว คือช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน
    2. สวนรุกขชาติมวกเหล็ก และน้ำตกมวกเหล็ก อยู่ห่างจากสระบุรีประมาณ ๓๗ กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ ทางเข้าซ้ายมือตรงข้ามกับร้านขายผลิตภัณฑ์ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สวนรุกขชาตินี้มีเนื้อที่ ๓๗๕ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตระหว่างสองจังหวัดดังกล่าว ในลำธารมีแก่งหินลดหลั่น เป็นน้ำตกชั้นเล็ก ๆ บริเวณสองฟากของลำธารมีสะพานแขวน และพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับต่าง ๆ

    3. อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อยู่ในเขตตำบลมวกเหล็ก ทางเข้าทางเดียวกับน้ำตกมวกเหล็ก เป็นทางลาดยางต่อไปอีก ๙ กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นมาตามแนวลำธาร มีประมาณ ๗ ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงราว ๔ เมตร แอ่งน้ำมีบริเวณที่เล่นน้ำกว้าง และร่มรื่น

    ตามเส้นทางสายมวกเหล็ก เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๒๒๔ จะเป็นลำธารเรียบไปตลอดเส้นทางและมี รีสอร์ทของเอกชนหลายแห่งตั้งเรียงรายอยู่ริมธารน้ำตก

     
    4. น้ำตกซับเหว ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๒๗๓ ตรงสู่แยกไปโป่งเก้งเขต อำเภอมวกเหล็ก แล้วเลี้ยวขวาไปประมาณ ๕ กิโลเมตร จะพบที่ทำการหมู่บ้านซับเหว ม.๕ ก่อนที่จะผ่านทุ่งทางตะวันกว่า ๑,๘๐๐ ไร่ น้ำตกซับเหวมีความสูงกว่า ๓๐ เมตร จากจุดเริ่มต้นเข้าไปสู่น้ำตกด้วยระยะทางประมาณ ๘๐๐ เมตร เป็นลักษณะผาดินสูงประมาณ ๓๐ เมตร ล้อมรอบด้วยหุบเขา มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้ลงเล่นน้ำได้ ด้านขวาของน้ำตกมีทางเดินขึ้นไปชมโพลงถ้ำขนาดเล็กซึ่งมีหินงอก หินย้อยภายในถ้ำ การเดินทางเข้าไปที่น้ำตกค่อนข้างลำบาก

    5. ถ้ำดาวเขาแก้ว ตั้งอยู่ที่ตำบลพญากลาง ห่างจากอำเภอมวกเหล็กประมาณ ๓๘ กิโลเมตร หรือจากตัวอำเภอเมืองไปประมาณ ๗๕ กิโลเมตร ไปทางเดียวกับน้ำตกเจ็ดสาวน้อยอยู่เลยไปอีกประมาณ ๓๐ กิโลเมตร มีป้ายบอกทางตลอด จากทางหลวงหมายเลข ๒๒๒๔ มีทางแยกซ้ายเข้าไปเป็นลูกรังประมาณ ๕ กิโลเมตร ผู้ที่จะชมถ้ำต้องปีนบันไดจากเชิงเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ ๑๐๐ เมตร ลักษณะแปลกของถ้ำนี้ คือ มีจุดสีแดง สีดำ และสีน้ำตาลอยู่ที่เพดานถ้ำ มีหินงอก หินย้อย และมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้ที่อำเภอมวกเหล็กยังมีไร่องุ่นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี คือ ชิมองุ่นสด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น เช่น ไวน์ องุ่นไร้เมล็ด น้ำองุ่น องุ่นหยี แยมองุ่น องุ่นอบแห้ง องุ่นกวน เป็นต้น หรือ จะร่วมกิจกรรมเก็บองุ่นก็ได้ ไร่องุ่นที่เปิดสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ไร่องุ่นกำนันเม้ง โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๔๖๙๓ ไร่องุ่นคุณมาลี โทร. ๐ ๓๖๒๒ ๗๐๕๖-๗, ๐ ๑๘๕๓ ๕๘๙๓ หรือ สวนองุ่นภูอมรและไวน์องุ่นภูอมรโทร. ๐ ๓๖๓๒ ๗๑๘๓, ๐ ๑๙๐๖ ๙๓๗๓ องุ่นไร้เมล็ด หาซื้อได้ที่ ไร่องุ่นกำนันเม้ง ๑๐๑ หมู่ ๕ (ทางเข้าบ้านบ่อตะนะ) ตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๔๖๙๓, ๐ ๓๖๓๔ ๑๐๑๕ ไร่น้ำภูฟ้า ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก โทร.๐ ๑๒๑๖ ๖๔๑๙ การเดินทาง ไร่องุ่นจะอยู่ตามเส้นทางสาย ๒๐๘๙ เส้นมวกเหล็ก-วังม่วง

    6. องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถได้เสด็จประพาสประเทศเดนมาร์คทรงให้ความสนพระทัยเกี่ยวกับกิจการเลี้ยงโคนมของชาวเดนมาร์คเป็นอย่างมาก ต่อมารัฐบาลเดนมาร์คและสมาคมเกษตรกรโคนมเดนมาร์คได้ร่วมใจกันน้อมเกล้าถวายโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม โดยร่วมมือกับรัฐบาลไทยจัดตั้งฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทยเดนมาร์คขึ้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและพระเจ้าเฟรด เดอริค พระมหากษัตริย์องค์ที่ ๙ ของประเทศเดนมาร์คได้เสด็จเปิดฟาร์มโคนม เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๐๕ ต่อมาได้โอนกิจการทั้งหมดให้รัฐบาลไทยและให้จัดเป็น “องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย” (อ.ส.ค.) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมและรับซื้อนมดิบจากเกษตรกรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๖๓๔ ๑๒๐๐, ๐ ๓๖๓๔ ๑๓๒๘
     

    อำเภอวังม่วง

    1. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน UNSEEN THAILAND) มีพื้นที่อยู่ในเขตบ้านคำพราน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี และตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวสันเขื่อน ๔,๘๖๐ เมตร ได้ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตัวเขื่อนก่อสร้างด้วยการเรียงหิน มีแกนดินเหนียวภายใน มีประตูเก็บน้ำ ๗ ช่อง อุโมงค์ระบายน้ำ ๒ แห่ง เก็บกักน้ำได้ปริมาณ ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๓๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ บริเวณอ่างเก็บน้ำเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศสวยงามและสามารถนั่งรถรางชมรอบ ๆ สันเขื่อนได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๖๔๙ ๔๒๙๑-๒
    2. อุโมงค์ต้นไม้ เป็นบริเวณทางโค้งที่ต้นไม้สองฝั่งถนนโน้มเข้าหากันทำให้ดูคล้ายอุโมงค์ และให้ความร่มรื่นสวยงามมีความยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร นักท่องเที่ยวมักจอดรถแวะถ่ายรูปเป็นประจำ การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๒ แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๒๐๘๙ อุโมงค์ต้นไม้จะอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๒๔-๒๕ จะมีป้ายบอกว่าเป็นอุโมงค์ต้นไม้

    3. ทุ่งทานตะวัน ตั้งอยู่ที่บริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมาก ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก สอบถามรายละเอียดได้ที่ เกษตรอำเภอวังม่วง โทร. ๐ ๓๖๓๕ ๙๐๒๑

    ทานตะวันเป็นพืชตระกูลถั่ว ประเภทเดียวกับเบญจมาศ คำฝอย ดาวเรือง บัวตอง ซึ่งเป็นพืชล้มลุกชอบแสงแดดจัด ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ต้องการน้ำน้อย และเป็นพืชอายุสั้น นิยมปลูกหลังฤดูฝนประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป จึงเหมาะแก่การปลูกทดแทนข้าวนาปรังหรือพืชชนิดอื่น ๆ ทานตะวันเป็นพืชเศรษฐกิจที่นอกจากจะได้ประโยชน์จากการเก็บเกี่ยวแล้ว ยังนำมาซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะเมื่อดอกทานตะวันบานนับพันนับหมื่นไร่ กลายเป็นท้องทุ่งดอกไม้สีทองอร่ามที่งดงามกว้างไกลสุดสายตา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนคนจากทั่วประเทศให้เดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

    ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทานตะวันมีอยู่หลายอย่าง อาทิ เมล็ดทานตะวันอบแห้ง คุกกี้ทานตะวัน ข้าวเกรียบ ข้าวตังทานตะวัน น้ำผึ้งดอกทานตะวัน เกสรผึ้ง นมผึ้ง และเครื่องจักสานใบลานที่ขึ้นชื่อ เป็นต้น

     

    อำเภอวิหารแดง

     
    1. เจดีย์พระคุณแม่ ตั้งอยู่ที่วัดคลองใหม่ ตำบลหนองหมู ระยะทางห่างจากจังหวัดประมาณ ๔๒ กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน มุ่งสู่กรุงเทพฯ ผ่านหินกองและตลาดหนองแค ก่อนข้ามสะพานรพีพัฒน์จะมีทางแยกซ้ายมือเลียบคลองชลประทานบอกทางเข้าวัดคลองใหม่ แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านที่ว่าการอำเภอหนองแคไปประมาณ ๕ กิโลเมตร ก็จะถึงเจดีย์พระคุณแม่เป็นเจดีย์รูปทรงคล้ายพระปฐมเจดีย์ ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง องค์เจดีย์ล้อมรอบด้วยพระประจำวัน เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อให้กุลบุตรกุลธิดาระลึกถึง และตอบแทนพระคุณแม่
     

    อำเภอหนองแค

    1. สวนนกธรรมชาติตำบลไผ่ต่ำ อยู่บริเวณป่าไผ่ที่บ้านลุงต้อม เหมือนแม้น อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ ตำบลไผ่ต่ำ มีเนื้อที่ประมาณ ๓ ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกพันธุ์ต่าง ๆ กว่า ๑๗ ชนิด อาทิ นกเอี้ยงดำ นกกางเขน นกเขา นกกวัก นกกาน้ำเล็ก นกแขวก และนกกระยาง โดยฝูงนกเหล่านี้จะออกหากินตั้งแต่เช้าตรู่ และจะบินกลับรังในตอนเย็นใกล้ค่ำ การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน ไปจากกรุงเทพฯ จนถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๘๓-๘๔ ทางด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางไปวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดไผ่ต่ำ ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ ๘๐๐ เมตร จนพบคลองชลประทานให้เลี้ยวซ้ายเลียบคลองไปอีกประมาณ ๑๕๐ เมตร
     
     

    Hot Promotion

    step-one-college

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 290 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 5,800 AUD$ (ประมาณ 168,200 บาท) เท่านั้น


    North Sydney English College

    เรียนภาษาอังกฤษ เพียง 140 AUD$ ต่อสัปดาห์ เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 2,800 AUD$ (ประมาณ 81,200 บาท) เท่านั้น ...


    Lloyds International School

    เรียน General English ที่คุ้มค่าที่สุด เพียง 180 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 3,600 AUD$ (ประมาณ 104,400 บาท) เท่านั้น ...


    Specialty Language Centre

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 170 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 3,400 AUD$ (ประมาณ 98,600 บาท) เท่านั้น


    Metro English Collage

    เรียน General English แบบประหยัด เพียง 220 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 4,400 AUD$ (ประมาณ 127,600 บาท) เท่านั้น ...


    The Meridian International School

    เรียนภาษาอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพกับ Meridian ด้วยราคาเพียง 275 AUD$ ต่อสัปดาห์เท่านั้น


    Windsor Institute of Commerce and Languages

    เรียน General English ที่มีคุณภาพสูง ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล นักเรียนมาจากหลากหลายประเทศ เพียง 215 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์ ราคา 4,300 AUD$ (ประมาณ 129,000 บาท) พร้อมหลักสูตรวิชาชีพ ราคา 2,200 AUD$ (ประมาณ 66,000 บาท) อีกมากมาย

    หลักสูตรแนะนำ

    TAFE NSW - Sydney Institute English Language Centre

    หลักสูตร General English แบบเข้มข้น และได้ผลอย่างแน่นอน กับสถาบันระดับเกรด A TAFE Sydney (TAFE SITEC) >> อ่านต่อ


    Insearch UTS

    ประสิทธิภาพสูงสุด รับรองผล 100% กับสถาบันเกรด A INSEARCH หลักสูตร General English และหลักสูตร Intensive DEEP สำหรับศึกษาต่อ University >> อ่านต่อ


    l หน้าแรก l ติดต่อเรา l ติดต่อโฆษณา l
    © 2004 - 2005 http://www.educatepark.com All Rights Reserved.