l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ l ประเทศจีน l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l ตั๋วเครื่องบิน l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
จดโดเมน 350 บาท ฟรีทันที โฮสติ้ง 5 MB siamdatanet.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    จดโดเมน เพียง 270 บาท
    ปทุมธานี
    ถิ่นบัวหลวง เมืองรวงข้าว เชื้อชาวมอญ นครธรรมะ
    พระตำหนักรวมใจ สดใสเจ้าพระยา ก้าวหน้าอุตสาหกรรม
     
     

    ประวัติความเป็นมา

     

    จังหวัดปทุมธานี เดิมเป็นถิ่นฐานบ้านเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ปี นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา คือเมื่อพุทธศักราช ๒๒๐๒ มังนันทมิตรได้กวาดต้อนครอบครัวมอญ เมืองเมาะตะมะ อพยพหนีภัยจากศึกพม่าเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัวมอญเหล่านั้นไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านสามโคก จากนั้นมาชุมชนสามโคกได้พัฒนาขึ้นมาตามลำดับ ต่อมาแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี ชาวมอญได้อพยพหนีพม่าเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอีกเป็นครั้งที่ ๒ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านเรือนที่สามโคก และครั้งสุดท้ายในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้มีการอพยพชาวมอญครั้งใหญ่จากเมืองเมาะตะมะ เข้าสู่ประเทศไทยเรียกว่า " มอญใหญ่" พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชาวมอญบางส่วนตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านสามโคกอีกเช่นเดียวกัน ฉะนั้นจากชุมชนที่ขนาดเล็ก "บ้านสามโคก" จึงกลายเป็น "เมืองสามโคก" ในกาลต่อมา

    พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเอาพระทัยใส่ดูแล ทำนุบำรุงชาวมอญเมืองสามโคกไม่ได้ขาด ครั้งเมื่อเดือน ๑๑ พุทธศักราช ๒๓๕๘ ได้เสด็จประพาสที่เมืองสามโคก และประทับที่พลับพลาริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งซ้ายเยื้องเมืองสามโคก ยังความปลาบปลื้มใจให้แก่ชาวมอญเป็นล้นพ้น จึงได้พากันหลั่งไหลนำดอกบัวขึ้นทูลเกล้าฯถวายราชสักการะอยู่เป็นเนืองนิจ ยังความซาบซึ้งในพระราชหฤทัยเป็นที่ยิ่ง จึงบันดาลพระราชหฤทัยให้พระราชทานนามเมืองสามโคกเสียใหม่ว่า "เมืองประทุมธานี" ซึ่งวันนั้นตรงกับวันที่ ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๘ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ชื่อเมืองประทุมธานีจึงได้กำเนิดนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
    ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๑ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้ใช้คำว่า "จังหวัด" แทน"เมือง" และให้เปลี่ยนการเขียนชื่อจังหวัดใหม่จาก "ประทุมธานี" เป็น "ปทุมธานี" ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯให้ยุบจังหวัดธัญบุรีขึ้นกับจังหวัดปทุมธานีเมื่อ พุทธศักราช ๒๔๗๕
    นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้พระราชทานนาม เมืองปทุมธานีเป็นต้นมา จังหวัดปทุมธานีก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ เป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์มีศิลปวัฒนธรรม และเอกลักษณ์อื่นๆเป็นของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวปทุมธานีภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และเป็นจังหวัดในเขตปริมณฑลที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ตัวเมืองปทุมธานีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯไปทางทิศเหนือประมาณ ๔๖ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๑,๕๖๕ ตารางกิโลเมตร

    เเบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ คือ อำเภอเมืองปทุมธานี สามโคก ลาดหลุมเเก้ว ธัญบุรี หนองเสือ คลองหลวง และลำลูกกา

    อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดสระบุรี
    ทิศใต้ ติดกับจังหวัดนนทบุรีและกรุงเทพมหานคร
    ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดนครนายก และจังหวัดฉะเชิงเทรา
    ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดนนทบุรี

     
     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผ่นที่จังหวัดปทุมธานี
     

    รถยนต์ จากกรุงเทพฯสามารถเดินทางไปจังหวัดปทุมธานีได้ 3 เส้นทาง ดังนี้

    1. กรุงเทพฯ-บางเขน-รังสิต-ปทุมธานี
    2. กรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปากเกร็ด-ปทุมธานี
    3. กรุงเทพฯ-บางใหญ่-บางบัวทอง-ลาดหลุมแก้ว-ปทุมธานี
    4. กรุงเทพฯ-ใช้เส้นทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ลงที่ด่วนบางพูน เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางรังสิต - ปทุมธานี (หมายเลข 346)

    รถไฟ จากสถานีหัวลำโพง สามเสน บางซื่อ บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง เดินทางโดยรถไฟไปลงที่สถานีรังสิต แล้วต่อรถโดยสารจากสายรังสิต-ปทุมธานี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1690 , 0 2223 7010, 0 2223 7020, 0 2220 4334, 0 2220 4444 หรือที่เว็บไซต์ www.railway.co.th

    รถโดยสารประจำทาง
    1. รถธรรมดาสาย 33 สนามหลวง-ปทุมธานี
    2. รถธรรมดาสาย 90 รัชโยธิน-ท่าน้ำปทุมธานี
    3. รถธรรมดาสาย 29, 34, 39, 59, 95 รถปรับอากาศสาย 185, 503, 510, 513, 520, 522, ปอ. 29, ปอ. 34 และ ปอ. 39 ลงรถที่รังสิต แล้วต่อรถสายรังสิต-ปทุมธานี
    4. รถร่วมบริการสาย 104 (สถานีขนส่งจตุจักร-ปากเกร็ด) หรือสาย 32 (วัดโพธิ์-ปากเกร็ด) แล้วต่อรถสาย 33 และ 90 จากปากเกร็ดไปจังหวัดปทุมธานี

    สอบถามรายละเอียดเส้นทางเดินรถ ขสมก.เพิ่มเติมได้ที่ โทร.184 หรือที่เว็บไซท์ www.bmta.co.th


    เรือ จากกรุงเทพฯ โดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาไปลงที่ท่าน้ำนนทบุรี แล้วต่อรถสายนนทบุรี-ปทุมธานี สอบถามข้อมูลเรือด่วนเจ้าพระยาเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2623 6001-3

    ระยะทางจากตัวเมืองปทุมธานี ไปยังอำเภอต่าง ๆ
    • สามโคก ๕ กิโลเมตร
    • ลาดหลุมเเก้ว ๑๖ กิโลเมตร
    • ธัญบุรี ๓๔ กิโลเมตร
    • หนองเสือ ๔๗ กิโลเมตร
    • คลองหลวง ๒๒ กิโลเมตร
    • ลำลูกกา ๓๒ กิโลเมตร
    ระยะทางจากจังหวัดปทุมธานีไปยังจังหวัดใกล้เคียง
    • นนทบุรี ๒๖ กิโลเมตร
    • สุพรรณบุรี ๘๐ กิโลเมตร
    • ฉะเชิงเทรา ๘๙ กิโลเมตร
    • นครนายก ๑๐๑ กิโลเมตร
     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     

     

     

    อำเภอเมือง

     
    กุ้งเต้น อึ้งจั้วกี่ ๑๒ ถ.เทศสัมพันธ์ ต.บางปรอก โทร. ๐ ๒๕๘๑ ๖๑๖๖, ๐ ๒๕๘๑ ๑๖๖๑ (อาหารแนะนำ กุ้งเต้น, ทอดมันปลากราย, แปะซะ, ปลาเนื้ออ่อนราดพริก มีห้องจัดเลี้ยงรับรองแขกได้ ๑๐๐ คน)
    บ้านปากคลอง ๒๑/๑ ม.๔ ถ.ปทุมธานี (สายใน) ต.บางหลวง (อาหารไทย จีน อาหารแนะนำปลาช่อนกลางสวน ต้มยำกุ้ง กุ้งคนึงหา ทอดมันปลากราย ปลาคังลวก) โทร ๐ ๒๕๘๑ ๑๔๐๑-๒
    บางบัว ๙๙/๕ ม.๒ ถ.ปทุมธานี-รังสิต (ใกล้ ร.พ.กรุงสยามเซนต์คาลอส ) ต.บ้านกลาง โทร. ๐ ๒๕๘๑ ๕๗๑๕, ๐ ๒๙๗๙ ๖๙๗๐-๑ (อาหารไทย จีน อาหารแนะนำ ลาบปลาตะเพียน ขาหมูทอดกรอบ ปลาช่อนนึ่งล้านนา ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน)
    ประเสริฐโภชนา ๑๖/๒๐ ม.๒ ถ.ปทุมธานี-กรุงเทพฯ ต.บางหลวง โทร. ๐ ๒๕๘๑ ๘๐๓๗ (อาหารไทย กุ้งเผา ต้มยำปลาม้า ปลาเนื้ออ่อนทอดกรอบราดพริก ทอดมันปลากราย)
     

    อำเภอคลองหลวง

     
    สวนอาหารจ่าเริง (รังสิต) ๓๙/๑๔ ถ.พหลโยธิน ต.คลองหลวง โทร. ๐ ๒๕๑๖ ๙๒๗๔ (อาหารป่า ยำปลาดุกฟู ห่อหมกทะเล งูผัดเผ็ด)
     

    อำเภอลำลูกกา

     
    ทรงวุฒิ ๓๗/๑๕ ถ.ลำลูกกา ต.ลำลูกกา โทร. ๐ ๒๕๖๙ ๑๐๖๙ (อาหารไทย จีน อาหารแนะนำ กระเพาะสวรรค์ เยื่อไผ่น้ำแดง ขาหมูทอดกรอบ)
     
     
     
     

    ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
    จังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีการทำนากันมาก นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งปลูกพืชผัก ส่งตลาดสดในตัวเมือง และตลาดกลางขนาดใหญ่ระดับประเทศสองแห่ง คือ ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดไท เป็นแหล่งรวมผลไม้หลายชนิด เช่น ส้มเขียวหวาน มะม่วง กล้วย ทุเรียน ลิ้นจี่ ลำไย มังคุด รวมทั้งผลผลิตจากพืชธรรมชาติ เช่น ลูกตาลและฝักบัว
    นอกจากผลิตผลเกษตรแล้ว ที่ตลาดเทศบาลและตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้ามีอาหารอร่อยของปทุมธานีให้เลือกซื้อหารับประทานมากมาย ที่ขึ้นชื่อได้แก่ ก๋วยเตี๋ยว ขนมกุยช่าย ไส้ผัก ไส้เผือก ไส้หน่อไม้ หมูฝอย เนื้อฝอย ขนมไทยต่างๆ ซึ่งซื้อเป็นของฝากได้
    ส่วนอาหารยอดนิยมที่ผู้มาเยือนปทุมธานี ไม่พลาดที่จะต้องลองชิม คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะริมเส้นทางรังสิต-นครนายก ส่วนร้านอาหารในตัวเมืองมักมีอาหารจานเด่นจำพวก กุ้งเต้น ปลาเผา
    นอกจากนี้ตามชุมชนหมู่บ้านต่าง ๆ มีการผลิตสินค้าหัตถกรรมซึ่งเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โอ่งสามโคกขนาดเล็กทำเป็นของที่ระลึก ดอกบัวประดิษฐ์ และกระเป๋าหนัง
    ศูนย์การค้าและตลาดสินค้าเกษตร นอกจากเป็นแหล่งการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมแล้ว จังหวัดปทุมธานี ยังเป็นแหล่งรวบรวมของศูนย์การค้าที่หลากหลาย ทั้งพืชผลทางการเกษตร ศูนย์รวมแฟชั่นที่ทันสมัย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งอิเลคทรอนิคส์ที่ทันสมัยสินค้ามีให้เลือกมากมายทั้งค้าปลีกและค้าส่ง
    ไอที เชียร์ รังสิต ร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่อพ่วงทุกชนิด บริการซ่อมประกอบคอมพิวเตอร์ เลขที่ ๙๙ ถนนพหลโยธิน ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ๑๒๑๓๐ โทร. ๐ ๒๕๓๑ ๔๓๒๔ ต่อ ๒๒๑๐,๒๒๐๒ โทรสาร ๐ ๒๕๓๑ ๒๖๕๓ www.itzeerrangsit.com
    ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ตั้งที่บริเวณทางแยกต่างระดับรังสิตระหว่างถนนพหลโยธิน ตัดกับถนนรังสิต-องค์รักษ์และถนนรังสิต-ปทุมธานี www.futurepark.co.th
    ตลาดไท เป็นตลาดกลางสินค้าการเกษตรแห่งประเทศไทย ศูนย์กลางสินค้าการเกษตร และอุตสาหกรรม การเกษตร ครบวงจร เพื่อภาคการเกษตรกรรมไทย ยิ่งใหญ่ ทันสมัย ก้าวไกลไปสู่ความเป็นหนึ่ง บนเนื้อที่กว่า ๕๐๐ ไร่ “ตลาดตลาดไท” ถูกออกแบบให้ยิ่งใหญ่กว้างขวาง และสะดวกสบาย แตกต่างจากตลาดกลางแบบเก่าอย่างสิ้นเชิง ด้วยการแบ่งตลาดออกเป็นสัดส่วน ตามประเภทของสินค้าที่หลากหลายทำให้สามารถรองรับปริมาณสินค้าที่หลากหลายวันละกว่า ๑๕,๐๐๐ตัน จากเกษตรกรทั่วประเทศไทย โดยจัดแบ่งพื้นที่เป็น อาคารส้ม เป็นตลาดผลไม้ส้มเขียวหวาน, อาคารผลไม้รวม เป็นตลาดที่ช่วยรองรับผลไม้รวมจากเกษตรกรทั่วประเทศ เช่น มะม่วง แคนตาลูป กระท้อน มะปราง น้อยหน้า ผรั่ง มะละกอ ละมุด พุทรา แตงไทย ส้มโอ ส้มเช้ง กล้วยหอม ชมพุ่ องุ่น มะขามเทศ ฯลฯ, ลานขายผลไม้ตามฤดูกาล เนื่องจากในช่วงฤดูกาลผลไม้จะมีผลไม้แต่ละชนิดจำนวนมากพื้นที่นี้เปิดให้เกษตรกรและผู้ซื้อมาซื้อขายกันโดยตรง, ตลาดไม้ดอกไม้ประดับและกิ่งพันธุ์ไม้ รวบรวมกลุ่มผู้ขายไม้ดอกไม้ประดับและกิ่งพันธุ์ไม้จากแหล่งผลิตที่สำคัญและรวบรวมกลุ่มผู้ค้าวัสดุอุปกรณ์เพื่อการเพาะปลูก, อาคารผัก, ตลาดสด ขายสินค้าเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภทเช่น เนื้อ หมู เป็ด ไก่ ปลา อาหารทะเล ผัก ผลไม้ ร้านขายของชำ ชั้น ๒ มีสินค้าเบ็ดเตล็ดทั่วไป, ตลาดดอกไม้ มีร้านจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายจำนวนมาก เช่น ดอกกุหลาบ กล้วยไม้ เยอรบีร่า ร้านจัดทำพวงหรีด ร้านจำหน่ายสังฆภัณฑ์
    ตลาดไท เปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมง ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน กม.ที่ ๔๒ เยื้องมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ติดต่อสอบถามได้ที่โทร. ๐ ๒๙๐๘ ๔๔๙๐-๒ www.taladthai.com
     
     
     
     

    สถานที่พัก

    (ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

     
     

     

     

     

    อำเภอเมือง

     
    ดาร์ลิ่ง อินน์ ๑๓๐/๒๖ ม.๔ ถ.กรุงเทพฯ-ปทุมธานี ต.บางเดื่อ โทร. ๐ ๒๙๗๘ ๒๕๖๑, ๐ ๒๕๘๑ ๓๐๙๖, ๐ ๒๕๘๑ ๓๓๔๒ จำนวน ๑๑๑ ห้อง ราคา ๔๕๐-๕๕๐ บาท
    ไนซ์ อินน์ ๒๐/๙ ม.๕ ถ.เลียบคลองรังสิต ต.บางพูน โทร. ๐ ๒๕๖๗ ๒๗๕๑-๒ โทร.๐ ๒๕๖๗ ๒๗๕๐ จำนวน ๘๒ ห้อง ราคา ๕๒๐-๗๐๐ บาท
    บางกอก กอล์ฟ สปา รีสอร์ท ๙๙/๓ ม.๒ ถ.ติวานนท์ (ถัดจากเมืองทองธานี) โทร ๐ ๒๙๖๓ ๙๗๗๗ โทรสาร ๐ ๒๙๖๓-๙๗๙๗ จำนวน ๑๖๘ ห้อง ราคา ๓,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท www.resort.th.com, E-mail: bkresort@ksc.th.com (นวดแผนไทย นวดน้ำมัน)
    ปทุมธานี เพลส ๑๒๓ ม.๑ ถ.ติวานนท์ ต.บางกระดี่ โทร. ๐ ๒๙๖๓ ๘๒๙๙ โทรสาร ๐ ๒๙๖๓ ๙๒๕๙ จำนวน ๑๑๐ ห้อง ราคา ๑,๑๐๐-๓,๕๐๐ บาท
     

    อำเภอสามโคก

     
    ศรีปทุม ลองสเตย์ รีสอร์ท ๒๓/๑๕ ม.๑ ต.ท้ายเกาะ โทร. ๐ ๒๙๗๘ ๘๘๕๑-๔ โทรสาร ๐ ๒๙๗๘ ๘๘๕๕ จำนวนห้องพัก ๑๑๐ ห้อง บ้าน ๑๕ หลัง ราคา ๑,๒๐๐-๔,๐๐๐ บาท (มีนวดแผนไทย นวดน้ำมัน และศูนย์สุขภาพและศูนย์กีฬาครบวงจร)
     

    อำเภอธัญบุรี

     
    บิ๊ก อินน์ ๕๙/๒๖๕ ม.๒ ถ.รังสิต-ปทุมธานี ต.ประชาธิปัตย์ โทร. ๐ ๒๕๓๑-๕๑๒๕-๖ จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๑๗๐-๕๓๐ บาท
    มิตรไพศาล ๒๔๖/๔๘ ม.๒ ต.ประชาธิปัตย์ โทร. ๐ ๒๕๓๑ ๓๐๖๙, ๐ ๒๕๓๑ ๓๒๓๐ จำนวน ๑๖ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๐๐ บาท
    รังสิตพาเลซ ๓๓๖/๙๒๓ ม.๑ ถ.พหลโยธิน-วิภาวดี ๒ ต.ประชาธิปัตย์ โทร. ๐ ๒๕๓๑ ๔๘๖๐, ๐ ๒๕๓๑ ๕๐๒๔-๕ จำนวน ๖๐ ห้อง ราคา ๕๐๐ บาท
    สยามรังสิต (ใกล้โรงเรียนมวยไทยไนท์สเตเดียม) ๓๓๖/๓๐๙-๓๑๒ ถ.พหลโยธิน ต.ประชาธิปัตย์ โทร. ๐ ๒๕๓๑ ๓๓๙๔ , ๐ ๒๕๓๑ ๐๗๗๔ จำนวน ๓๗ ห้อง ราคา ๒๔๐-๔๐๐ บาท
    ปาล์ม อินน์ ๓๗, ๓๙, ๔๑ ม.๕ ถ.รังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ โทร. ๐ ๒๕๓๓ ๐๕๔๒, ๐ ๒๙๗๔ ๑๒๔๓ จำนวน ๕๐ ห้อง ราคา ๒๒๕-๖๕๐ บาท
     

    อำเภอคลองหลวง

     
    ไพน์เฮิร์ส ลอดจ์ ๗๓ ม.๑๗ ถ.พหลโยธิน กม.๓๗ ต.คลอง ๑ โทร. ๐ ๒๕๑๖ ๘๖๗๙-๘๔ โทรสาร ๐ ๒๕๑๖ ๒๐๐๐ www.pinehurst.co.th จำนวน ๒๒๕ ห้อง บ้าน ๕๘ ห้อง ราคา ๙๐๐-๒,๕๙๐ บาท
    รอยัล อินน์ ๓๙ ม.๕ ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง โทร. ๐ ๒๕๑๖ ๙๔๐๐, ๐ ๒๕๑๖ ๑๘๓๑ จำนวน ๙๕ ห้อง ราคา ๗๖๐ บาท
    แมนฮัตตั้น ๔๙ ม.๑๔ ต.คลองหนึ่ง โทร. ๐ ๒๙๐๘ ๖๖๖๖-๖๘ โทรสาร ๐ ๒๙๐๘ ๖๖๕๕ จำนวน ๑๒๔ ห้อง ราคา ๑,๐๐๐-๑,๔๐๐ บาท (มีนวดน้ำมัน)
     

    อำเภอลำลูกกา

     
    ดอนอินน์ ๙๙ ม.๕ ถ. ลำลูกกา ต.คูคต โทร. ๐ ๒๕๓๑ ๙๗๓๑-๓, ๐ ๒๕๓๓ ๗๑๗๓ จำนวน ๑๘๕ ห้อง ราคา ๒๕๐-๕๒๐ บาท
    เอเชีย แอร์พอร์ท ๙๙/๒ ม.๘ ถ.พหลโยธิน ต.คูคต โทร. ๐ ๒๙๙๒ ๖๘๒๘ จำนวน ๒๓๔ ห้อง ราคา ๑,๘๙๖- ๓,๕๘๙ บาท (นวดแผนไทย นวดน้ำมัน)
     
     
     
     

    หมายเลขโทรศํพท์ที่สำคัญ

    • ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. ๐ ๒๕๘๑ ๒๑๒๑
    • ที่ว่าการอำเภอเมือง ปทุมธานี โทร. ๐ ๒๕๘๑ ๖๑๓๐
    • โรงพยาบาลปทุมธานี โทร. ๐ ๒๕๙๘ ๘๘๘๘
    • สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง โทร. ๐ ๒๕๘๑ ๖๑๑๗, ๐ ๒๕๘๑ ๖๗๘๙
    • ตำรวจทางหลวง โทร. ๑๑๙๓
    • ตำรวจท่องเที่ยว โทร. ๑๑๕๕
     
     
     
     
     

    เทศกาลงานประเพณี

     
    เปิงสงกรานต์ เป็นประเพณีสงกรานต์ ของชาวไทยรามัญ (มอญ) มีการทำข้าวแช่โดยนำข้าวสุกแช่ลงในน้ำเย็นลอยดอกมะลิ พร้อมกับจัดอาหารคาว หวาน จัดเป็นสำรับแล้วนำออกขบวนแห่ไปถวายพระและญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในวันสงกรานต์ พอตอนบ่ายก็จะมีการก่อพระทรายและร่วมปล่อยนกปล่อยปลา นำน้ำหอมไปสรงน้ำพระ ขอพรจากพระและยกขบวนไปรดน้ำอวยพรผู้ใหญ่ ตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ได้ยึดถือกระทำกันมา
    การเล่นสะบ้า เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวมอญจัดขึ้นในวันสงกรานต์ ตอนบ่ายๆ หนุ่มสาวชาวบ้านพบปะสมาคมกันอย่างใกล้ชิด พวกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะเปิดโอกาสให้ลูกหลานของตนแต่งกายให้สวยงามเป็นพิเศษ มาชุมนุมเล่นทอยลูกสะบ้ากัน สำหรับลูกสะบ้านั้นทำจากแก่นไม้ประดู่หรือไม้มะค่า มีลักษณะเป็นรูปจานทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔-๕ นิ้ว การทอยลูกสะบ้า ผู้เล่นจะทอยไปยังหลักซึ่งอยู่ห่างจากที่ทอยประมาณ ๑๓ วา ให้ล้มลง
    มอญรำ เป็นประเพณีของชาวรามัญโบราณตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการใช้ปี่พาทย์มอญเล่นประกอบการรำและการร้อง ใช้หญิงสาวจำนวน ๘-๑๒ คนขึ้นไปรำในงานพิธีมงคล โดยจะแต่งกายชุดของชาวมอญห่มสไบเฉียงเสื้อแขนยาวทรงกระบอกคอกลม เกล้าผมมวยรัดด้วยดอกมะลิ ทัดดอกไม้สดข้างหูและสวมกำไลที่ข้อเท้า เว้นแต่พิธีศพจึงจะแต่งชุดซิ่นสีดำเชิงห่มสไบสีขาว ปัจจุบันการแสดงมอญรำยังนิยมใช้แสดงในงานต้อนรับแขกและงานศพของผู้มีเกียรติ
    ทะแยมอญ เป็นการละเล่นพื้นเมืองของหนุ่มสาวชาวมอญ มีลักษณะคล้ายหมอลำของภาคอีสาน หรือลำตัดของคนไทยภาคกลาง มีการร้องเพลงเกี้ยวพาราสีต่อปากต่อคำกัน เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบในการเล่นก็มีไวโอลินและซอ ทะแยมอญใช้เล่นได้ทั่วไปในทุกโอกาสที่ต้องการความสนุกสนานครึกครื้น ไม่จำเป็นต้องเป็นงานพิธี
     
    การรำพาข้าวสาร เป็นประเพณีของชาวมอญ นิยมทำกันหลังจากการออกพรรษา เป็นช่วงการทอดกฐินและทอดผ้าป่า โดยคณะผู้รำพาข้าวสารจะพายเรือไปขอรับบริจาคข้าวสาร เงินทองและสิ่งของแล้วนำไปร่วมในการทอดกฐิน
     
    การตักบาตรพระร้อย เป็นประเพณีของชาวมอญที่ทำในเทศกาลออกพรรษา ด้วยการนำอาหารคาว-หวาน ลงเรือมาจอดเรียงรายริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อรอตักบาตร
    การจุดลูกหนู เป็นประเพณีเผาศพพระภิกษุ-สามเณรใช้ดอกไม้เพลิงเป็นฉนวน ร้อยด้วยเชือกฉนวน เมื่อจุดไฟ ไฟจะวิ่งตามฉนวนไปยังดอกไม้เพลิง ดอกไม้เพลิงจะวิ่งไปจุดไฟที่เมรุ
     
     
     
     

    สถานที่ท่องเที่ยว

     
     

    อำเภอเมือง

    ศาลหลักเมือง เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าศาลากลางจังหวัด เป็นศาลาแบบจตุรมุขยอดปรางค์ ประดิษฐานเสาหลักเมืองซึ่งมีลักษณะคล้ายก้านดอกบัวหลวงทำจากไม้ชัยพฤกษ์ และมีรูปหล่อพระนารายณ์สี่กรทรงเหนือหลังนกฮูกและพระวิษณุหล่อด้วยสัมฤทธิ์ ด้านหลังของมณฑปบรรจุพระยอดธงวัดไก่เตี้ย อีกทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายประกอบด้วยเครื่องรางของขลังที่รวบรวมมาจากวัดต่างๆ ในจังหวัดปทุมธานี
    ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี (หลังเก่า) ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ เป็นเรือนปั้นหยา ด้านหน้าก่อปูนเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป มีลวดลายตกแต่งด้านหน้า ที่สวยงาม ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งชาติ
    วัดโบสถ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านกลาง ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เดินทางโดยข้ามสะพานปทุมธานีไปฝั่งตะวันออกจะมีทางแยกซ้ายไปกลับรถใต้สะพานเพื่อไปยังวัดซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน วัดโบสถ์สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๖๔ โดยชาวมอญที่อพยพมาจากเมืองหงสาวดี ชื่อวัดโบสถ์นำมาจากชื่อหมู่บ้านที่ชาวมอญอพยพมาจากเมืองมอญ เช่นเดียวกับวัดอีกหลายวัดในปทุมธานี เช่น วัดหงษ์ วัดบางตะไนย์ ประชาชนมักมาที่วัดเพื่อสักการะหลวงพ่อสามพี่น้องในพระอุโบสถ และรูปหล่อหลวงปู่เทียน (พระครูบวรธรรมกิจ) พระเถระผู้ทรงคุณวิทยา ส่งเสริมด้านการศึกษาให้ชาวปทุม วัดนี้ยังคงมีวิหารเก่าเหลืออยู่ ๑ หลัง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่จากรามัญ คือ พระแสงอาญาสิทธิ์ และยังเก็บรักษาสิ่งสำคัญคือ ช้างสี่เศียรและบุษบกสัมฤทธิ์สำหรับประดับเสาหงส์ และรูปปั้นสุนัขย่าเหลหล่อด้วยตะกั่วที่เจ้าอาวาสได้รับพระราชทานมาจากรัชกาลที่ ๖ เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองปทุมธานี
    วัดหงษ์ปทุมาวาส (วัดมอญ) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตำบลบางปรอก ใกล้กับตลาดสดเทศบาล เป็นวัดที่สร้างโดยชาวมอญที่อพยพหนีพม่ามาไทยในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี มีสัญลักษณ์ของวัดมอญคือ เสาหงส์ ซึ่งบนยอดเสาเป็นตัวหงส์หมายถึง เมืองหงสาวดี เมืองหลวงของชาวมอญ ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดคือ พระพุทธชินราชจำลองปางมารวิชัย เจดีย์มอญจำลองแบบมาจากเจดีย์จิตตะกองในเมืองหงสาวดี วิหารจำลองได้แบบมาจากกรุงหงสาวดีหลังคาเป็นชั้นๆ มีลวดลายที่สวยงามมาก อุโบสถเป็นอุโบสถสร้างใหม่ตามสถาปัตยกรรมของไทย มองเห็นช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ได้แต่ไกล ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธประวัติและยังมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย รูปหล่อหลวงปู่เฒ่าที่ชาวบ้านนับถือ และมีศาลาการเปรียญประดับด้วยไม้แกะสลักสวยงาม วัดแห่งนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาหน้าวัด มีพันธุ์ปลาต่างๆ มากมายที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาเช่น ปลาสวาย ปลาเทโพ ว่ายมาชุมนุมกันอยู่เนืองแน่นเพื่อรอรับอาหารจากผู้มาทำบุญไหว้พระที่วัด
    วัดชินวราราม ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านทิศใต้ของตัวเมือง ตามทางไปสะพานนนทบุรี (สะพานนวลฉวี) ก่อนถึงสะพาน ๑ กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปวัดอีก ๑ กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ และเป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร เดิมชื่อ “วัดมะขามใต้” ในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องทศชาติชาดกที่งดงาม วัดนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์ โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒนา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า อดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในสมัยรัชกาลที่ ๗
    ห้องสมุดเรือและชุมชนบางปรอก ชุมชนบางปรอก ตั้งอยู่ติดกับวัดหงส์ปทุมาวาส เป็นชุมชนชาวมอญที่เข้มแข็งในด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรม ได้ร่วมกันสร้างห้องสมุดเรือที่ทำจากเรือเก่าไว้บริเวณใต้ร่มไทรที่มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี ซึ่งเป็นศูนย์รวมให้เยาวชนในชุมชนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ มีการสอนคอมพิวเตอร์ เรียนรำไทย กลองยาว ดนตรีไทย เป็นสถานที่ผลิต-จำหน่ายสินค้าชุมชน สนามเด็กเล่น และเป็นศูนย์ต้อนรับคณะผู้มาเยือนโดยจัดกิจกรรมต้อนรับเช่น การแสดงดนตรี-รำมอญ อาหารพื้นบ้านชาวมอญเช่น ข้าวแช่ กวนกะละแม แสดงวัฒนธรรมชาวมอญ เช่น ประเพณีแห่หางหงษ์-ธงตะขาบ ชมศูนย์แพทย์แผนไทย การทำปุ๋ยชีวภาพ การผลิตของที่ระลึกจากวัสดุเหลือใช้ สอบถามข้อมูลได้ที่ คุณฉลวย กะเหว่านาค ประธานชุมชน โทร.๐ ๒๕๘๑ ๑๒๕๒, ๐ ๖๓๕๕ ๘๓๐๖
    วัดฉาง ตั้งอยู่ที่บ้านฉาง ภายในวัดมีสิ่งสำคัญคือพระวิหารเก่า มีจิตรกรรมปรากฎอยู่ที่หน้าบันพระวิหาร และพระพุทธรูปปางสมาธิที่สร้างจากสตางค์แดงทั้งองค์ ซึ่งประชาชนเลื่อมใสมานมัสการอยู่มิได้ขาด นอกจากนี้ยังมีศาลาท่าน้ำที่มีความงดงามอยู่ที่ลวดลายแกะสลักที่ชายคาวัดนี้ชาวบ้านใช้ประกอบศาสนาพิธีตั้งแต่รัชกาลที่ ๒ จนถึงปัจจุบัน
    วัดโคก ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบ้านฉาง ภายในวัดมีพระประธานปางสมาธิ เจดีย์มอญก่อสร้างแบบก่ออิฐถือปูนทาสีขาว ธรรมมาสน์เก่าทำด้วยไม้มะเกลือฝังมุขอายุกว่าร้อยปี และศาลาการเปรียญก่อสร้างด้วยไม้สัก เสาเป็นไม้แดง มีอายุ ๑๐๐ ปีเศษ
    วัดบางหลวง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางหลวง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓ กิโลเมตร วัดมีสิ่งที่สำคัญคือ พระอุโบสถทรงไทยโบราณ ภายในมีพระประธานปางมารวิชัยและภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธประวัติ นอกจากนี้ ยังมีเจดีย์มอญ ๒ องค์ คือ ทรงชเวดากอง และมูเตา ซึ่งวัดนี้ใช้ประกอบศาสนพิธีของชาวบ้านมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนมาถึงปัจจุบัน
    วัดน้ำวน ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเดื่อ ห่างจากจังหวัดประมาณ ๔ กิโลเมตร ในวัดมีเจดีย์ทรงรามัญ (ร่างกุ้ง) อุโบสถมีหงส์หน้าอุโบสถ หน้าวัดเป็นแหล่งอาศัยของพันธุ์ปลาต่างๆมากมาย เป็นวัดที่ประชาชนจากที่ต่างๆมาเที่ยวชมกันอย่างมากทุกวัน
    วัดป่ากลางทุ่ง อยู่ที่ตำบลบางขะแยง ภายในอุโบสถผนังด้านหลังพระประธาน ปรากฏภาพเขียนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งอดีตประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีภายในซุ้มเรืองแก้วอันวิจิตร ด้านซ้ายขวามีสาวกบนฐานดอกบัวบาน ประนมมือด้วยดอกบัว ๓ ดอก น้อมกายไปข้างหน้าอย่างอ่อนช้อยเต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาพื้นผนังสีแดงชาด เขียนภาพดอกไม้ร่วงโปรยลงมาเป็นระยะ จึงเป็นผลงานในอดีตอันทรงคุณค่าของเมืองปทุมธานี
     
    วัดเจตวงศ์ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ที่ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง สภาพโบราณสถานโบราณวัตถุด้านหน้าพระอุโบสถมีขนาดเล็ก ผนังก่ออิฐมุงด้วยกระเบื้องดินเผาด้านหน้ามีชายคาปีกนกยื่นมากันฝน มีช่องประตูเดียว มีหน้าต่างข้างๆ ๓ ช่อง ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานบนฐานชุกชีปางมารวิชัย ลดหลั่นลงมาเป็นพระอันดับซ้ายขวา ๒ องค์ และยังมีภาพจิตรกรรม ฝาผนังที่เก่าแก่งดงาม ควรค่าแก่การศึกษา
     

    อำเภอสามโคก

    วัดสิงห์ ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลสามโคก การเดินทางใช้ถนนสายปทุมธานี-สามโคก ประมาณ ๓ กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาเข้าวัด เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่าแก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดสิงห์ บนกุฏิของวัดมีพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาของเก่าได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม และพระพุทธรูป การเข้าชมต้องขออนุญาตเจ้าอาวาสวัดก่อน

    ด้านหน้าวัดสิงห์มีการขุดค้นพบโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือเป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญในสมัยแรกในบริเวณนี้นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตุ่มสามโคก เป็นภาชนะบรรจุที่ใหญ่ที่สุดซึ่งผลิตจากเตาแหล่งนี้ ต่อมาภายหลังชาวรามัญเมืองสามโคกได้เลิกร้างการผลิตไปโดยย้ายการผลิตไปที่เกาะเกร็ด เมืองนนทบุรี ซึ่งได้ขยายการผลิตตุ่มสามโคกขึ้นเป็นจำนวนมากและได้นำไปขายขึ้นล่องตามลำน้ำไปทั่วทุกภาค ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยโอ่งลายมังกรจากราชบุรี

    ลักษณะตุ่มสามโคกมีเนื้อดินสีแดงส้มเหมือนสีอิฐหรือสีมันปู เนื้อภาชนะค่อนข้างหนา รูปทรงปากโอ่งแคบ คอโอ่งจะติดกับไหล่ มีลายยืดเป็นเส้นคู่ตรงไหล่ ตรงกลางตุ่มป่องกลม รูปทรงเตี้ยป้อม ปากและก้นโอ่งมีขนาดใกล้เคียงกัน ปัจจุบันหาดูตุ่มสามโคกของเก่าได้ที่ วัดสิงห์ วัดสามโคก และตุ่มสามโคกขนาดใหญ่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครที่กรุงเทพฯ

    วัดสะแก ตั้งอยู่ที่ตำบลสามโคก ห่างจากจังหวัดปทุมธานีประมาณ ๖ กิโลเมตร ภายในวัดมีกุฏิสงฆ์ อาคารทรงไทยแบบรามัญ เป็นอาคารเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองและเจดีย์แบบอื่น มีโบสถ์และหอระฆังเก่าสมัยอยุธยา
    วัดตำหนัก ตั้งอยู่ที่ตำบลสามโคก ห่างจากจังหวัดปทุมธานีประมาณ ๘ กิโลเมตร วัดนี้มีอุโบสถลักษณะฐานเป็นรูปท้องเรือสำเภาพระประธานในอุโบสถสร้างด้วยศิลาแลง และเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง
    วัดท้ายเกาะ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกอยู่หมู่ที่ ๓ ตำบลท้ายเกาะ อยู่ท้ายเกาะใหญ่มีเจดีย์มอญที่ใหญ่ที่สุด กุฏิลายจำหลักไม้สวยงามชมศาลาสองหลังต่อกันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ในคราวเสด็จประพาสต้นเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๕ ซึ่งพระองค์เสด็จประทับ ณ ศาลาหลังนี้ และชมจระเข้สตาฟแต่ก่อนนั้นจระเข้บริเวณนี้ชุกชุมมาก มอญเรียกว่า “เวียงจาม” เป็นวัดที่อยู่สุดเขตจังหวัด ปทุมธานีต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    วัดเมตารางค์ อยู่ในเขต ตำบลเชียงรากน้อย ภายในมีเจดีย์แบบชะเวดากองเป็นรูปแปดเหลี่ยม ยอดเจดีย์มีฉัตรทำด้วยทองเหลืองเป็นลายเทพพนมอายุ ๑๕๐ ปี หอสวดมนต์พื้นไม้สัก เสาไม้แก่นกลมศาลาการเปรียญมีเสาหงส์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัดมอญ มีรูปหงส์อยู่บนยอดเสา
    วัดพลับสุธาวาส ตั้งอยู่ที่ ตำบลเชียงรากน้อย วัดมีสิ่งสำคัญคือ พระพุทธรูปสร้างด้วยโลหะเงินปางสะดุ้งมาร ธรรมมาสน์ทำด้วยไม้สักฉลุสีแดงลายทอง และเจดีย์มอญอายุกว่า ๑๐๐ ปี มีฐานเป็นสิงห์ องค์สถูปชั้นยอดเจดีย์เป็นดอกบัว ๙ ชั้น ลักษณะเจดีย์เป็นทรงสี่เหลี่ยม
    วัดศาลาแดงเหนือ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลเชียงรากน้อย อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ธรรมมาสน์ลายจำหลักไม้ ศาลาการเปรียญ หมู่กุฏิหอไตร และเครื่องกรองน้ำสมัยโบราณที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้มีการสวดมนต์ด้วยภาษามอญทุกวัน เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. บริเวณวัดนี้มีการรักษาความสะอาดของหมู่บ้านได้อย่างดีเยี่ยมเป็นหมู่บ้านที่ชนะเลิศการประกวดหมู่บ้านอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาดีเด่นของกระทรวงสาธารณสุขปี พ.ศ. ๒๕๔๑ และยังมีการปลูกบ้านเรือนไทยผสมผสานแบบมอญที่หาชมได้ยากยิ่ง
    วัดจันทน์กะพ้อ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเตย ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ ๖ กิโลเมตร สร้างโดยชาวมอญ ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ชื่อว่า “วัดโกว๊ะ” แปลว่า “จันทน์กะพ้อ” ซึ่งชาวมอญ ถือว่าเป็นไม้มงคลเหมือนต้นราชพฤกษ์ ภายในวัดมีหอวัฒนธรรม ซึ่งเก็บรวบรวมศิลปวัตถุมอญ และยังมีโครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาหน้าวัด นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่ประกอบพิธีสำคัญของชาวปทุมธานีเช่น พิธี “ออกฮ้อยปะจุ๊” แข่งธงตะขาบ งานตักบาตรพระร้อย เป็นต้น
    วัดเจดีย์ทอง ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลคลองควาย การเดินทางใช้เส้นทางสายปทุมธานี-สามโคก ประมาณ ๘ กิโลเมตรและแยกขวาเข้าวัดอีกประมาณ ๕๐๐ เมตร ในวัดนี้มีเจดีย์ทรงรามัญ สร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์โดยชาวมอญ เป็นสถาปัตยกรรมมอญที่เลียนแบบมาจากเจดีย์จิตตะกองของพม่า และมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างขึ้นด้วยหยกขาว เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยรามัญ
    วัดบางนา ตั้งอยู่ตำบลบางโพธิเหนือ เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ โดยมีครอบครัวคนไทยอพยพหนีภัยสงครามมาจากกรุงศรีอยุธยา และได้จัดสร้างวัดนี้ขึ้นซึ่งแต่เดิมอยู่ในคลอง ไม่สะดวกต่อการคมนาคม จึงได้ย้ายมาอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในบริเวณวัดมีพระป่าเลไลย์ เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ๒ องค์ เสาหงส์ และกุฏิตึกโบราณ นอกจากนี้ยังขุดค้นพบกระเบื้องดินเผาตัวผู้ ตัวเมียสำหรับมุงหลังคาโบสถ์อายุกว่า ๑๐๐ ปี ประชาชนมักแวะมาสักการะหลวงปู่เส็งซึ่งมรณภาพแล้วแต่สรีระไม่เน่าไม่เปื่อยและยกหินศักดิ์สิทธิ์เสี่ยงทาย

    วัดไผ่ล้อม ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านงิ้ว บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านเหนือของจังหวัดปทุมธานี ใช้เส้นทาง ๓๓๐๙ (ถนนสายเชียงรากน้อย ซึ่งเป็นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา) เป็นแหล่งดูนกปากห่างที่ได้รับความสนใจทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอันมาก ได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งรวมพื้นที่ของวัดไผ่ล้อมและวัดอัมพุวราราม ในเนื้อที่ ๗๔ ไร่ บริเวณวัดมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น เป็นที่อาศัยของนกปากห่างมากว่า ๑๐๐ ปีแล้ว

    นกปากห่างเป็นนกในวงศ์นกกระสา แต่มีลักษณะเฉพาะที่จะงอยปากซึ่งปิดไม่สนิท คือ มีร่องโค้งตรงกลางปาก ซึ่งมีประโยชน์ต่อนกในการจับหอยโข่งกินเป็นอาหาร นกปากห่างมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย ลาว เขมร และเวียดนาม อพยพมาหาพื้นที่เหมาะสมในไทยเพื่อผสมพันธุ์ สร้างรังและวางไข่ ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี ซึ่งในช่วงฤดูผสมพันธุ์นี้จะเห็นถึงสายสัมพันธ์ของครอบครัวนกในการสร้างรังด้วยกิ่งไม้ ผลัดกันหาอาหารและดูแลลูกน้อย มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและหอดูนก รายละเอียดติดต่อที่สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าวัดไผ่ล้อมและวัดอัมพุวราราม โทร. ๐ ๒๙๗๙ ๘๕๙๖

    การเดินทางไปวัดไผ่ล้อมสามารถโดยสารรถสองแถวจากตัวเมืองสายปทุมธานี-เชียงราก ลงรถหน้าวัด หรือนั่งรถสองแถวสายปทุมธานี-สามโคก ลงรถที่วัดดอน (วัดสุราษฏร์รังสรรค์) หรือวัดสามัคคิยาราม แล้วต่อเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายังวัด ค่าโดยสารเรือคนละ ๑๐ บาท นอกจากนี้ยังมีรถสายหมอชิต-อ.เสนา และรถสายนนทบุรี-อ. เสนา ลงรถที่วัดดอนแล้วนั่งเรือข้ามฟากมายังวัดไผ่ล้อม นอกจากนี้ยังมีบริการนำเที่ยวทางเรือ กรุงเทพฯ-วัดไผ่ล้อม-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จัดโดยบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ไปเช้า-เย็นกลับ ทุกวันอาทิตย์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. ๐ ๒๖๒๓ ๖๐๐๑-๓

    วัดศาลาแดงเหนือ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลเชียงรากน้อย อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก มีศาลาการเปรียญซึ่งสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๗ เดิมเป็นโรงโขนหลวงที่กรุงเทพฯ บนศาลามีตู้พระพุทธรูปดัดแปลงจากธรรมาสน์ลายจำหลักไม้ และยังมีการสวดมนต์ภาษามอญทุกวันเวลา ๑๖.๐๐ น. บนกุฏิมีเครื่องกรองน้ำสมัยโบราณ ที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านซึ่งหาชมได้ยาก ชุมชนรอบวัดศาลาแดงเป็นชุมชนเล็กๆ ริมน้ำเจ้าพระยาที่มีการรักษาความสะอาดของหมู่บ้านได้อย่างดีเยี่ยมจนเป็นหมู่บ้านที่ชนะเลิศการประกวดหมู่บ้านอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาดีเด่นของกระทรวงสาธารณสุขปีพ.ศ. ๒๕๔๑
    วัดสองพี่น้อง ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านงิ้ว ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เหนือวัดไผ่ล้อม สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. ๒๔๑๐ มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ๒ องค์ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำ คือ หลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปศิลา ศิลปะอู่ทองปางมารวิชัย และหลวงพ่อพลอย เป็นพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองจำหลักด้วยศิลา แต่ถูกขโมยไป ทางวัดได้จัดสร้างขึ้นมาใหม่ เป็นที่เคารพนับถือของชาวเรือและประชาชนทั่วไป
     

    อำเภอลำลูกกา

    อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่ตำบลคูคต บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตบรรจบกับถนนพหลโยธิน สามารถใช้บริการรถประจำทางสาย ๒๙, ๓๔, ๓๙, ๕๙, ๙๕, ปอ.๕๐๓, ปอ.๕๐๔, ปอ.๕๑๐, ปอ.๕๑๓, ปอ.๕๒๔, ปอ.๕๒๙ และ ปอ. ๕๓๙ มีเนื้อที่ประมาณ ๓๘ ไร่ อยู่ในความดูแลของกรมยุทธศึกษาทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด เป็นทั้งอนุสรณ์สถานเทิดทูนวีรกรรมบรรพบุรุษไทยที่ได้ใช้สติปัญญา ความสามารถตลอดจนเลือดเนื้อและชีวิตเข้าปกป้องผืนพสุธามาตุภูมิแห่งนี้ไว้ และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยตลอดจนเหตุการณ์รบครั้งสำคัญของไทย และสงครามที่กองทัพไทยได้ไปปฏิบัติการรบในต่างประเทศ อาทิ สงครามเวียดนาม สงครามเกาหลี โดยใช้หุ่นจำลองเหตุการณ์และภาพถ่าย มีห้องจัดแสดงวิวัฒนาการเครื่องแบบเครื่องหมายยศของทหารทุกยุคสมัย ดินจากสมรภูมิรบที่สำคัญ ด้านหน้าอาคารประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ แกะสลักด้วยหินอ่อนขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง และที่น่าสนใจมากคืออาคารภาพปริทัศน์แสดงภาพจิตรกรรมอันงดงามบนผนังโค้งวงกลม เรื่องราวจากสมัยสุโขทัยถึงปัจจุบันประกอบเสียงคำบรรยาย รวมความยาวโดยรอบถึง ๙๐ เมตร ด้านนอกจัดแสดงวัตถุยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ที่ปลดประจำการ เปิดให้เข้าชมวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น.และ ๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หมู่คณะต้องการผู้บรรยายควรติดต่อล่วงหน้า โทร. ๐ ๒๕๓๒ ๑๐๒๐-๑
    วัดพืชอุดม ตั้งอยู่ที่ตำบลลำไทร จากแยกอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ไปตามทางหลวงสาย ๓๓๑๒ ประมาณ ๓๑ กิโลเมตร มีรถสองแถวบริการจากมีนบุรี หนองจอก และจากสะพานใหม่มายังวัดตลอดวัน วัดพืชอุดมตั้งอยู่ริมคลองหกวา บริเวณวัดเต็มไปด้วยรูปปั้นแสดงความเชื่อเรื่องบาปบุญในพระพุทธศาสนา ส่วนในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโสธรจำลอง มีบันไดเล็กๆ ขึ้นไปยังสวรรค์ภูมิทั้ง ๙ ชั้นที่ได้จำลองไว้ และมีทางลงไปนรกภูมิใต้อุโบสถ
     

    อำเภอลาดหลุมแก้ว

    วัดบัวขวัญ เป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอลาดหลุมแก้ว การเดินทางใช้เส้นทางสาย ๓๔๑ (ปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว) เลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตรที่ ๒๑-๒๒ ไปอีก ๕ กิโลเมตร ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปทองสำริด ปางบำเพ็ญทุกขกิริยา ซึ่งสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ ๕ พร้อมกับพระพุทธรูปตามระเบียงวัดเบญจมบพิตร นอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งจำลองมาจากวัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีและพลับพลาที่ประทับแรกนาขวัญ สมัยรัชกาลที่ ๖ เดิมเรียกว่า "ศาลาแดง" ตั้งอยู่ที่วังพญาไท ในกรุงเทพฯ
    วัดเจดีย์หอย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลบ่อเงิน การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๔๑ (ปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว) ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๒๑-๒๒ แล้วแยกเข้าวัดไปอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร บริเวณวัดมีการขุดพบซากหอยนางรมยักษ์อายุนับล้านปีจำนวนมาก หลวงพ่อทองกลึงจึงนำซากหอยโบราณมาก่อเป็นเจดีย์ขึ้นที่ด้านหน้าทางเข้าและในวัด นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์รวบรวมพระพุทธรูป และศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ จำนวนมาก เช่น ตุ่มสามโคก ถ้วยชามดินเผา ไม้แกะสลัก เครื่องคิดเลข เป็นต้น ในบริเวณวัดมีสวนสมุนไพร บ่อเลี้ยงเต่าและบ่อปลาสำหรับให้นักท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกับการให้อาหารสัตว์เหล่านี้
    วัดลำมหาเมฆ ตั้งอยู่ที่บ้านลำมหาเมฆ หมู่ที่ ๕ ตำบลบ่อเงิน อำเภอลาดหลุมแก้ว ห่างจากตัวจังหวัดตามเส้นทางสายปทุมธานีบางเลน ประมาณ ๑๔ กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจคือ บริเวณบึงน้ำไหลของวัดมีนกมากมายหลายชนิดอาศัยสร้างรัง ฟักไข่ตามธรรมชาติจำนวนมาก ได้แก่ นกกระยางขาว นกกระสา นกกาน้ำ และนกชนิดอื่นๆ
     

    อำเภอธัญบุรี

    สวนสนุกดรีมเวิลด์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบึงยี่โถ กิโลเมตรที่ ๗ เส้นทางสายรังสิต-นครนายก บริเวณคลองสาม หากเดินทางโดยรถประจำทาง มีรถจากหมอชิต สาย ปอ. ๕๒๓ (หมอชิต-สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลฯ) หรือ ปอ. ๕๓๘ (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลฯ) หรือนั่งรถโดยสาร ขสมก.มาลงที่รังสิตแล้วต่อรถสายที่ไปสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลฯ แวะลงที่หน้าดรีมเวิลด์
    ดรีมเวิลด์เป็นสวนสนุกและสถานที่พักผ่อนที่รวบรวมความบันเทิงนานาชนิดเข้าไว้ด้วยกันในเนื้อที่กว่า ๑๖๐ ไร่ ประกอบด้วยดินแดนต่างๆ ๔ ดินแดน ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศแห่งความสุข สนุกสนานที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ ดรีมเวิลด์ พลาซ่า ดินแดนที่เต็มไปด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมอันวิจิตร พิสดารตลอดสองข้างทาง ดรีมการ์เด้น เป็นอุทยานสวนสวยที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามท่ามกลางความเย็นสบายจากทะเลสาบขนาดใหญ่ และเคเบิ้ลคาร์ ที่จะพาชมความงามของทัศนียภาพในมุมสูง แฟนตาซี แลนด์ เป็นดินแดนแห่งเทพนิยาย ประกอบด้วย ปราสาทเจ้าหญิงนิทรา บ้านขนมปัง และบ้านยักษ์ แอดแวนเจอร์ แลนด์ ดินแดนแห่งการผจญภัย และท้าทาย ประกอบด้วย รถไฟตะลุยจักรวาล ไวกิ้งส์ เมืองหิมะ เป็นต้น

    อัตราค่าบริการ บัตรผ่านประตู ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๑๒๐ บาท เด็ก ๙๕ บาท บัตรรวมเครื่องเล่น ผู้ใหญ่และเด็ก ๓๓๐ บาท(เล่นได้รอบเดียว) และ ๓๖๐ บาท (เล่นได้หลายรอบ) ชาวต่างประเทศ ๔๕๐ บาท เปิดบริการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๗.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐ น. โทร. ๐ ๒๕๓๓ ๑๑๕๒ เว็บไซต์ http://www.dreamworld-th.com

    วัดมูลจินดาราม ตั้งอยู่ริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ บริเวณคลองห้า ห่างจากตลาดรังสิต ๑๓ กิโลเมตร ตามเส้นทางรังสิต-นครนายก บริเวณคลองหน้าวัดมีปลาสวายจำนวนมาก มีขนาดใหญ่ตัวละ ๓-๕ กิโลกรัม แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาแวะให้อาหารปลาอยู่เสมอ
    วัดเขียนเขต สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๙ โดยหม่อมเขียน หม่อมในพระเจ้าวรวงศ์เธอเจ้าสายสนิทวงศ์เป็นผู้มอบถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด แรกเริ่มนั้นวัดนี้เป็นเพียงสำนักสงฆ์ มีหลวงพ่อดำเป็นเจ้าสำนักโดยใช้วัตถุหาง่าย เช่น นำเอาไม้ไผ่มาขัดเป็นพื้นหลังคา และฝาผนังทำด้วยหญ้า หม่อมเขียนพร้อมด้วยเครือญาติและประชาชนในท้องถิ่นเห็นความลำบากของพระเณรที่จำพรรษาอยู่ จึงได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างกุฏิเป็นทรงไทยขึ้นใหม่รวม ๖ หลัง เพื่อเป็นสมบัติในพระพุทธศาสนา ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ เช่น หอระฆังเก่า โบสถ์หินอ่อนเก่าและจิตรกรรมฝาผนัง ที่แสดงให้เห็นประเพณีไทยดั้งเดิม และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวปทุมธานี
    ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ตั้งอยู่บริเวณคลองหก ทางเข้าอยู่ติดกับสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล โดยแยกจากถนนสายรังสิต-นครนายกเข้าไป ๔ กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของกรมการศึกษานอกโรงเรียน เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์แก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ประกอบด้วยนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธรรมชาติวิทยา ดาราศาสตร์ และอวกาศ มีกิจกรรมทดลองที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน เปิดให้เข้าชมในวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. หยุดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เก็บค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๒๕๗๗ ๕๔๕๖-๕๙
     

    อำเภอคลองหลวง

    องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ถือได้ว่าเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นการสื่อสารความรู้ให้กับผู้เข้าชม ให้เข้าใจสาระทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้โดยง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองหก ในบริเวณเทคโนธานี โดยแยกจากถนนสายรังสิต-นครนายก ไปประมาณ ๔ กิโลเมตร สามารถโดยสารรถประจำทางสาย ปอ.๑๑๕๕ สายรังสิต-ฟิวเจอร์พาร์ค-พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ตัวอาคารโดดเด่นด้วยการออกแบบเป็นรูปลูกเต๋า ภายในจัดแสดงนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ที่สามารถสร้างความเพลิดเพลินไปพร้อมกับการเรียนรู้ ชั้นที่ ๑ จัดแสดงภาพ และผลงานนักวิทยาศาสตร์ การจำลองลูกโลกขนาดใหญ่ ชั้นที่ ๒ จัดแสดงหุ่นจำลอง ลูซี่ ที่ทำจากฟอสซิล เป็นรูปเหมือนที่แสดงถึงการกำเนิดมนุษย์คนแรก ยานอวกาศ และมนุษย์อวกาศจำลอง ชั้นที่ ๓ เป็นอุโมงค์เงา และเรือนไม้ จัดแสดงในเรื่องของแสง ชั้นที่ ๔ จัดแสดงพื้นฐาน และเทคโนโลยีในประเทศไทยลักษณะทางภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา นิเวศวิทยา การผลิตด้านการเกษตรและเทคโนโลยีการก่อสร้าง ชั้นที่ ๕ คือแสดงการแยกแยะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และ ชั้นที่ ๖ แสดงถึงภูมิปัญญาไทย

    นอกจากนี้แล้วยังมีอาคารธรรมชาติวิทยาที่จัดแสดงนิทรรศการทางธรรมชาติ เปิดให้ชมทุกวันอังคาร-วันศุกร์ เวลา ๐๙.๓๐–๑๖.๐๐ น วันเสาร์-วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๓๐–๑๗.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๖๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๖๐ บาท เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๒๕๗๗ ๙๙๙๙ หรือ www.nsm.or.th

    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงครองราชครบ ๕๐ ปี ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ เป็นพิพิธภัณฑ์ทางด้าน ชาติพันธุ์วิทยา ตั้งอยู่ ณ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี บนเนื้อที่ ๓๐๕ ไร่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่สำคัญยิ่งของพสกนิกรชาวไทย กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง จึงได้อัญเชิญนามพระราชพิธีมาเป็นชื่อหน่วยงานนี้ว่า "พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก" โครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ด้านชาติพันธุ์วิทยานั้นกำเนิดมาจากนโยบายของกรมศิลปากรที่ตระหนักถึงแนวทางการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ที่มุ่งเน้นทางด้านการกระจายความเจริญจากเมืองไปสู่ชานเมือง นับเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเฉพาะสาขาในส่วนกลาง ลำดับที่ ๓

    นอกจากนี้ทางกรมศิลปากรได้จัดให้พิพิธภัณฑสถานเฉพาะด้านสาขาอื่นๆ ผนวกกับการสร้างอาคารของหน่วยงานอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมที่โยกย้ายออกจากกรุงเทพฯ มารวมอยู่ในพื้นที่เดียวกันเพื่อเตรียมจัดให้เป็นพื้นที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ แหล่งเรียนรู้สหสาขาวิชาที่ครอบคลุมความรู้เรื่องที่เกี่ยวกับคนไทยทั้งศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์วิทยา และธรรมชาติวิทยา เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์การเรียนรู้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมเยียน เป็นบทนำการเดินทางท่องเที่ยวและศึกษาในภูมิภาคต่างๆของประเทศ ภายในพื้นที่โครงการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษกจึงมีพิพิธภัณฑ์และหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ อยู่ร่วมกันหลายหน่วยงาน อาทิ หอจดหมายแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๙ หออัครศิลปิน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยา เป็นต้น

    ถึงแม้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ตาม แต่สามารถให้ความรู้แก่นักเรียน หรือผู้ที่สนใจได้ในรูปแบบของนิทรรศการสัญจรตามสถานศึกษา และศูนย์กลางชุมชน พร้อมสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะวัตถุ โบราณวัตถุจำลอง ภาพสไลด์ เป็นต้น โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้บรรยาย และในปี พ.ศ.๒๕๔๘ นี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษกเปิดให้บริการในส่วนของศูนย์ข้อมูลโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ซึ่งจะมีการจัดแสดงโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุประเภทเครื่องปั้นดินเผา ผ้า อาวุธ เครื่องใช้ในการเกษตร เป็นต้น จำนวนมากกว่า ๑๐,๐๐๐ รายการในรูปแบบของคลังเปิด เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. (เข้าชมเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๙๐๒ ๗๕๖๘-๙

    หออัครศิลปิน ตั้งอยู่ตำบลคลองห้า อยู่เลยพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ไปอีกราว ๓ กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นเลิศในศิลปะทั้งมวล เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่พสกนิกรและศิลปินทั่วโลก เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานด้านศิลปและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของพระองค์ ๙ ด้าน คือ ด้านหัตถกรรม ด้านกีฬา ด้านวรรณศิลป์ ด้านจิตรกรรม ด้านถ่ายภาพ ด้านภูมิสถาปัตยกรรม ด้านประติมากรรม ด้านดนตรี และด้านการพระราชนิพนธ์เพลง นอกจากนี้ ยังเป็นที่จัดแสดงประวัติและผลงานอันล้ำค่าของศิลปินแห่งชาติทุกท่านในรูปแบบนิทรรศการภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและถ่ายทอดผลงานและภูมิปัญญาของศิลปินแห่งชาติทั้ง ๔ สาขา คือ สาขาวรรณศิลป์ ศิลปการแสดง ทัศนศิลป์ และสถาปัตยกรรม ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ในวันอังคาร-วันอาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ โทร. ๐ ๒๙๘๖ ๕๐๒๐-๔ โทรสาร ๐ ๒๙๘๖ ๕๐๒๓
    ภายในบริเวณใกล้เคียงกับหออัครศิลปิน ยังมีโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่งเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก หอจดหมายเหตุแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

    หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ กรมศิลปากรได้ทำการจัดตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขึ้น เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นสิ่งอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติ ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น ๗๒๐.๔ ล้านบาท ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า "หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช"

    หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตั้งอยู่บนพื้นที่ ๗๕ ไร่ อาคารก่อสร้างเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ สมัยรัชกาลที่ ๙ ตั้งอยู่ ณ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มีลักษณะเป็นกลุ่มอาคาร ๔ ส่วน มีทางเชื่อมและลานเอนกประสงค์รวมพื้นที่ ๒๐,๐๐๐ ตารางเมตร ประกอบด้วย

    • อาคารส่วนที่ ๑ อาคารเก็บเอกสารจดหมายเหตุ เป็นอาคาร ๙ ชั้น มีพื้นที่ ๖,๐๐๐ ตารางเมตร
    • อาคารส่วนที่ ๒ อาคารให้บริการค้นคว้า มีพื้นที่ ๔,๕๐๐ ตารางเมตร
    • อาคารส่วนที่ ๓-๔ อาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดำริมีพื้นที่ ๓,๐๐๐ ตารางเมตร
    • ลานเอนกประสงค์ เป็นส่วนจัดกิจกรรม มีพื้นที่ ๓,๕๐๐ ตารางเมตร

    อาคารทั้ง ๔ อาคารในหอจดหมายเหตุแห่งชาติแห่งนี้ ทางกรมศิลปากรต้องการให้เป็นหอสมุดจดหมายเหตุแห่งชาติที่สมบูรณ์ที่สุด ในการเก็บรวบรวมเอกสารสำคัญของชาติเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ค้นคว้า วิจัยให้แก่หน่วยงานราชการ เอกชน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป อำนวยประโยชน์ในการรวบรวมจัดเก็บจัดแสดง ให้บริการสืบค้นและอนุรักษ์เอกสารที่เกี่ยวเนื่องในพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ อาทิ พระราชหัตถเลขา พระบรมราโชวาท พระราชดำรัส พระราชนิพนธ์ ภาพเขียนฝีพระหัตถ์ พระบรมฉายาลักษณ์ แถบบันทึกพระสุรเสียง ฯลฯ ตลอดจนเอกสารการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติต่างๆ หอจดหมายเหตุแห่งชาติแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ให้ความรู้ และให้เยาวชนรุ่นหลังได้ซาบซึ้งถึงพระปรีชาสามารถในการปกครองแผ่นดิน รวมไปถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. การค้นภาพ, จดหมายเหตุ, เข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม โทร. ๐ ๒๙๐๒ ๗๙๔๐ ต่อ ๑๑๑, ๑๑๓

    พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองหนึ่ง ถนนพหลโยธิน กม. ๔๖-๔๘ ตรงข้ามนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ประกอบด้วย กลุ่มอาคารพิพิธภัณฑ์ ๙ อาคาร มีทางเดินเชื่อมต่อกัน จัดแสดงเรื่องราวทางการเกษตรผ่านเทคโนโลยีทันสมัย และหุ่นจำลอง ครอบคลุมเนื้อหางานการเกษตรทุกด้าน ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน ป่าไม้ ประมง ปศุสัตว์ ระบบนิเวศ ส่วนด้านนอกมีเรือนเพาะปลูก แปลงนาสาธิต และจำลองสภาพความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกภูมิภาคของไทย นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ประชุมสัมมนาด้านวิชาการเกษตร และยังเป็นแหล่งการศึกษาทางด้านโครงการพระราชดำริ เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันจันทร์ เวลา ๐๙.๓๐–๑๕.๓๐ น. ไม่เก็บค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๕๒๙ ๒๒๑๑-๔

    โรงกษาปณ์ รังสิต โรงกษาปณ์ รังสิต มีเนื้อที่ประมาณ ๑๒๘ ไร่ เริ่มดำเนินการก่อสร้างเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๓๙ โดยการก่อสร้างอาคารและติดตั้งระบบต่างๆแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.๒๕๔๔ กรมธนารักษ์ได้ย้ายโรงกษาปณ์จากประดิพัทธ์มารังสิตเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๔ และดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๔๕ เป็นต้นมา
    สำนักกษาปณ์ เป็นหน่วยงานของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนใช้ให้เพียงพอต่อความต้องการในระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. เงินตรา พ.ศ.๒๕๐๑ และผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ในโอกาสสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์หรือเหตุการณ์ระหว่างประเทศเพื่อเป็นการเผยแพร่เกียรติยศชื่อเสียงและวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศ

    นอกจากนี้สำนักกษาปณ์ยังมีหน้าที่ผลิตเครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องหมายตอบแทนและผลิตภัณฑ์สั่งจ่ายต่างๆตามความต้องการของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน รวมทั้งติดตั้งซ่อมแซมระบบประตูห้องมั่นคงตู้นิรภัยให้คลังจังหวัดทั่วประเทศ สำนักกษาปณ์ได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านคุณภาพและการบริการให้ได้มาตราฐานระดับสากลรวมทั้งสืบสานช่างด้านศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยให้ดำรงสืบต่อไป

    ศูนย์บริการการกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์บริการการกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีจุดกำเนิดมาจากการก่อสร้างสนามกีฬาเพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ ๑๓ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งมีการก่อสร้างอาคารขึ้นมาเพื่อรองรับเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่พักนักกีฬา จำนวน ๕,๐๐๐ ยูนิต สนามกีฬา อาคารสระว่ายน้ำ อาคารยิมเนเซียม ทั้งหมด ๗ อาคาร ซึ่งปัจจุบันได้ทำการปรับปรุง เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย อาทิเช่น อาคารยิมเนเซียม ๓ ได้ปรับปรุงให้เป็นสถานที่ตั้งของศูนย์บริการการกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้นศูนย์บริการการกีฬา เป็นหน่วยงานที่แยกส่วนของการกีฬาออกจากสำนักงานจัดการทรัพย์สิน เนื่องจากมีสภาพในการทำงานที่แตกต่างกัน ซึ่งในส่วนของศูนย์บริการการกีฬานั้น มีพันธกิจหลัก คือการจัดให้มีกิจกรรมด้านการกีฬาและการออกกำลังกายอย่างหลากหลายและทั่วถึงรวมทั้งเปิดโอกาสให้บุคคลากร นักศึกษา คณาจารย์ และประชาชนทั่วไปสามารถใช้สนามกีฬาได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับการกีฬาของประเทศในทุกๆด้าน

    ศูนย์บริการการกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วยสนามกีฬาหลัก ศูนย์กีฬาทางน้ำ สนามเทนนิส อาคารยิมเนเซียม ๓ หลัง รวมพื้นที่ประมาณ ๔๐๐ ไร่ ภายในศูนย์กีฬาแห่งนี้ต้องการให้บริการทางด้านกีฬาที่ครบถ้วนมากที่สุด ในเรื่องของกีฬาและสุขภาพ เปิดให้บริการกับประชาชนทั่วไป

    โครงการสระเก็บน้ำพระราม ๙ ปัญหาน้ำท่วม เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรทางธรรมชาติ หรือสิ่งปลูกสร้าง สาธารณูปโภคต่างๆรวมถึงเศรษฐกิจ ไปพร้อมกับสายน้ำ ซึ่งหลังจากเกิดน้ำท่วมแต่ละครั้ง ส่งให้สูญเสียงบประมาณในการก่อสร้าง ปรับปรุง ให้กลับฟื้นคืนสู่สภาพปกติ ด้วยเหตุนี้เอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานแนวพระราชดำริเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาทิ การสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธ์ หรือโครงการแก้มลิงต่างๆ ที่จะช่วยเสริมให้การแก้ไขและบรรเทาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในแนวพระราชดำริของโครงการแก้มลิงนั้นคือ "โครงการสระเก็บน้ำพระราม ๙"
    โครงการสระเก็บน้ำพระราม ๙ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ อำเภอคลองหลวง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี อยู่ระหว่างคลองระบายน้ำรังสิต ๕ และ ๖ โดยมีพื้นที่โครงการรวม ๒๘๒๗ ไร่ ๑๐ ตารางวา ซึ่งลักษณะของโครงการเป็นสระเก็บน้ำขนาดใหญ่ เนื้อที่รวม ๒๕๘๐ ไร่ แยกออกเป็น ๒ สระด้วยกัน คือสระเก็บน้ำที่ ๑ พื้นที่ประมาณ ๗๙๐ ไร่ ความจุประมาณ ๖ ล้าน ลบ.ม. เพื่อรับน้ำจากคลองระบายน้ำรังสิต ๖ ส่วนสระน้ำที่ ๒ มีพื้นที่ประมาณ ๑๗๙๐ ไร่ ความจุประมาณ ๑๑.๑ ล้าน ลบ.ม.รองรับน้ำจากคลองรังสิต ๕ นอกจากนี้พื้นที่โดยรอบสระเก็บน้ำยังจัดให้เป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้และจัดแต่งสวน เพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชนทั่วไป ประโยชน์ของโครงการสระเก็บน้ำพระราม ๙นี้ สามารถช่วยเหลือทางด้านการเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง และช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตอนล่างโครงการได้เป็นอย่างดี โครงการดังกล่าวหรือโครงการแก้มลิงต่างๆถึงแม้ว่าจะเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณสูงหากพิจารณาในระยะยาวแล้วจะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าในการดำเนินการ
    ตลาดน้ำคลองสาม จากตำนานการอพยพของชาวรามัญเข้ามาสู่เมืองสามโคกหรือจังหวัดปทุมธานีในปัจจุบัน เส้นทางสำคัญในการค้าขายของบรรพบุรุษได้บอกเล่าวิถีชีวิตที่อิงแอบกับสายน้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่สมัยโบราณด้วยการดำเนินชีวิตที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ของวิถีชาวชุมชนสองฝากฝั่งอันเต็มไปด้วยเรื่องราวของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ อารยธรรมและความสำคัญทางด้านการสถาปนาของพระเจ้าแผ่นดินหลากหลายพระองค์
    อำเภอคลองหลวง ถือเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดตำนานทางประวัติศาสตร์ที่แฝงด้วยเรื่องราวให้น่าค้นหาอีกมากมาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วิถีความเป็นอยู่ของชาวคลองสามที่ผูกพันธ์อยู่กับสายน้ำได้สร้างวัฒนธรรมชุมชนที่งดงามท่ามกลางการดำรงชีวิตที่ผูกพันธ์อยู่กับธรรมชาติมาตั้งแต่สมัยโบราณ และในวันนี้จะเป็นวันที่ชาวคลองสามได้นำความและในวันนี้จะเป็นวันที่ชาวคลองสามได้นำความภาคภูมิใจในอดีตมาบอกเล่าด้วยเรื่องราวใหม่ที่ทำให้คนทั้งประเทศได้ร่วมเป็นหนึ่งกับความภาคภูมิใจนี้ก็คือการกำเนิดขึ้นของ...ตลาดน้ำคลองสาม
    ตลาดน้ำคลองสาม นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวล่าสุดที่ได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุนในการก่อตั้งชุมชนตลาดน้ำแห่งนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีการบอกเล่าเรื่องราวแห่งการดำเนินชีวิตอันงดงามในสมัยโบราณแล้ว ยังเป็นการรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามท่ามกลางวิถีสมัยใหม่อย่างแท้จริง
    ด้วยความยาวกว่า ๒๐ กิโลเมตร ตลอดลำน้ำแห่งนี้ เราจะได้สัมผัสกับเรือลำเล็กลำน้อยมากกว่า ๑๐๐ ลำ ซึ่งจะนำสินค้ามาขายให้แก่ผู้ที่เดินทางผ่านไปมาได้จับจ่ายใช้สอยกันทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น สินค้าเกษตรกรรม สินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองจากปทุมธานี สินค้าประเภทอาหารหลากหลายชนิดทั้งคาว-หวานหรือสินค้าประเภทของชำร่วยของที่ระลึกก็มีให้เลือกซื้อหากันอย่างเต็มที่
    ไม่เพียงแต่จะเป็นตลาดน้ำแห่งใหม่ที่ดึงดูดใจด้วยเสน่ห์ที่แปลกตา ตลาดน้ำคลองสามยังได้รับความร่วมมือกันเป็นอย่างดีให้มีความใสสะอาดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมกับอดีตอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกันนี้ยังปรับปรุงเส้นทางการคมนาคมที่เชื่อมโยงทางบกและทางน้ำให้ติดต่อถึงกันทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวมีความสะดวกสบายและได้สุนทรียรสจากความเป็น"ตลาดน้ำ"อีกแห่งของเมืองไทยอย่างแท้จริง
    ศูนย์รวมความรู้ด้านโภชนาการอาหารนม เนสท์เล่ ตั้งอยู่ภายในโรงงานนมเนสท์เล่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จากแยกรังสิตไปตามถนนพหลโยธินทางไปสระบุรี ๗ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้านิคมอีก ๒ กิโลเมตร เป็นจุดเยี่ยมชมโรงงานผลิตภัณฑ์นมชนิดน้ำบรรจุกระป๋องที่ใหญ่ที่สุดของโรงงานเนสท์เล่ทั่วโลก โดยทำเป็นอุโมงค์แห่งการเรียนรู้กระบวนการผลิตนมจากฟาร์มจนสำเร็จเป็นผลิตภัณฑ์ ความรู้เกี่ยวกับนม การวิจัยค้นคว้าและความเป็นมาของบริษัท รวมทั้งชมเทคโนโลยีการผลิตนมชนิดน้ำบรรจุกระป๋องจากโรงงานจริง เปิดให้เข้าชมฟรี ในวันอังคาร-เสาร์ การเข้าชมแบ่งเป็นรอบ รอบละประมาณ ๑.๓๐ ชั่วโมง การเข้าชมต้องติดต่อล่วงหน้า โทร. ๐ ๒๖๕๗ ๘๖๕๗ กด ๔ หรือ www.nestlethai.com
     
     

    Hot Promotion

    step-one-college

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 290 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 5,800 AUD$ (ประมาณ 168,200 บาท) เท่านั้น


    North Sydney English College

    เรียนภาษาอังกฤษ เพียง 140 AUD$ ต่อสัปดาห์ เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 2,800 AUD$ (ประมาณ 81,200 บาท) เท่านั้น ...


    Lloyds International School

    เรียน General English ที่คุ้มค่าที่สุด เพียง 180 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 3,600 AUD$ (ประมาณ 104,400 บาท) เท่านั้น ...


    Specialty Language Centre

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 170 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 3,400 AUD$ (ประมาณ 98,600 บาท) เท่านั้น


    Metro English Collage

    เรียน General English แบบประหยัด เพียง 220 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 4,400 AUD$ (ประมาณ 127,600 บาท) เท่านั้น ...


    The Meridian International School

    เรียนภาษาอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพกับ Meridian ด้วยราคาเพียง 275 AUD$ ต่อสัปดาห์เท่านั้น


    Windsor Institute of Commerce and Languages

    เรียน General English ที่มีคุณภาพสูง ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล นักเรียนมาจากหลากหลายประเทศ เพียง 215 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์ ราคา 4,300 AUD$ (ประมาณ 129,000 บาท) พร้อมหลักสูตรวิชาชีพ ราคา 2,200 AUD$ (ประมาณ 66,000 บาท) อีกมากมาย

    หลักสูตรแนะนำ

    TAFE NSW - Sydney Institute English Language Centre

    หลักสูตร General English แบบเข้มข้น และได้ผลอย่างแน่นอน กับสถาบันระดับเกรด A TAFE Sydney (TAFE SITEC) >> อ่านต่อ


    Insearch UTS

    ประสิทธิภาพสูงสุด รับรองผล 100% กับสถาบันเกรด A INSEARCH หลักสูตร General English และหลักสูตร Intensive DEEP สำหรับศึกษาต่อ University >> อ่านต่อ


    l หน้าแรก l ติดต่อเรา l ติดต่อโฆษณา l
    © 2004 - 2005 http://www.educatepark.com All Rights Reserved.