l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ l ประเทศจีน l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l ตั๋วเครื่องบิน l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
จดโดเมน 350 บาท ฟรีทันที โฮสติ้ง 5 MB siamdatanet.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    จดโดเมน เพียง 270 บาท
    นครสวรรค์ี
    เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ
     
     
     

    ประวัติความเป็นมา


    นครสวรรค์ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ระหว่างภาคกลางและภาคเหนือจึงเป็น “ประตูสู่ภาคเหนือ” และเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญของภาคเหนือตอนล่าง และจังหวัดนี้ยังมีความสำคัญตรงที่เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำสายสำคัญ ๆ หรือที่รู้จักกันในนาม “ปากน้ำโพ” แม่น้ำปิง วัง ยม และน่านไหลมาบรรจบกันที่นี่กลายเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของบึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ บึงบอระเพ็ด ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณพืช ฝูงนกนานาชนิด และยังเป็นที่อยู่อาศัยของปลาอีกนับร้อยชนิด เนื่องจากมีอาหารอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ประมาณ ๙,๕๙๗ ตารางกิโลเมตร

    จังหวัดนครสวรรค์แบ่งการปกครองออกเป็น 15 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอลาดยาว อำเภอตาคลี อำเภอชุมแสง อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอท่าตะโก อำเภอพยุหะคีรี อำเภอไพศาล อำเภอหนองบัว อำเภอตากฟ้า อำเภอโกรกพระ อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอแม่วงก์ อำเภอแม่เปิน และอำเภอชุมตาบง


    อาณาเขต


    ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดกำแพงเพชรและพิจิตร
    ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดเพชรบูรณ์และลพบุรี
    ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี และลพบุรี
    ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดตาก

     
     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผนที่จังหวัดนครสวรรค์
     
    • รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา-อ่างทอง-สิงห์บุรี-ชัยนาท-อุทัยธานี-นครสวรรค์ ระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 240 กิโลเมตร
    • รถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-นครสวรรค์ ทุกวัน ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ หมอชิต 2 ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร โทร. 0 2936 2852-66 บริษัทเอกชน เช่น บริษัท วิริยะทัวร์ โทร. 0 2936 2827 บริษัท ถาวรฟาร์ม โทร. 0 2936 2945 บริษัท ทันจิตต์ โทร. 0 2936 3210 หากต้องการเดินทางไปอำเภอต่าง ๆ สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ อยู่ตรงข้ามโรงแรมพิมาน โทร.0 5622 2169 หรือ www.transport.co.th
    • รถไฟ มีขบวนรถไฟออกเดินทางจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ - สถานีนครสวรรค์ ทุกวัน รายละเอียดติดต่อหน่วยบริการเดินทาง โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690 สถานีรถไฟนครสวรรค์ โทร. 0 5628 5544 www.railway.co.th
    ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอและกิ่งอำเภอต่าง ๆ
    • อำเภอโกรกพระ 16 กิโลเมตร
    • อำเภอเก้าเลี้ยว 22 กิโลเมตร
    • อำเภอพยุหะคีรี 28 กิโลเมตร
    • อำเภอชุมแสง 39 กิโลเมตร
    • อำเภอลาดยาว 40 กิโลเมตร
    • อำเภอบรรพตพิสัย 45 กิโลเมตร
    • อำเภอท่าตะโก 48 กิโลเมตร
    • อำเภอตาคลี 68 กิโลเมตร
    • อำเภอหนองบัว 70 กิโลเมตร
    • อำเภอตากฟ้า 71 กิโลเมตร
    • อำเภอชุมตาบง 73 กิโลเมตร
    • อำเภอแม่เปิน 75 กิโลเมตร
    • อำเภอไพศาลี 76 กิโลเมตร
    • อำเภอแม่วงก์ 90 กิโลเมตร
     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     

    อำเภอเมือง

     

    1. โกยี ที่อยู่ : 2/4 ถนนเวสสุวรรณ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 1823 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    2. บ้านไทย ทีู่อยู่ : 2485 68 ถนนโกสีย์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5621 2940 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    3. ร้านข้าวต้มเจือ ที่อยู่ : 29 ถนนอารักษ์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5621 3149 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    4. โกลเด้นคลับ ที่อยู่ : ถนนมาตุลี อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 1527 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    5. ร้านหน้าผา ที่อยู่ : ถนนโกสีย์ ใกล้ที่ทําการประปาเทศบาล อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5621 2002 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    6. พิมานค๊อฟฟี่ช็อป ที่อยู่ : ในโรงแรมพิมาน ศุนย์การค้านครสวรรค์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 2473 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    7. ระเบียงทอง ที่อยู่ : ในโรงแรมเป็นหนึ่ง ถนนสวรรค์วิถี อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 2462 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    8. ไพลิน ที่อยู่ : 155 ถนนพหลโยธิน อําเภอตาคลี อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5626 1369 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    9. เทียร่าคาเฟ่ ที่อยู่ : ในโรงแรมฮิมพาเลซ 55/55 ถนนดาวดึงส์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 2221, 0 5622 3294 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    10. กังสดา๊ล๊อฟฟี่ช็อป ที่อยู่ : ในโรงแรมอโนดาต 479/83 ถนนโกสีย์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 1844-8 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    11. ร้านข้าวต้มชาววัง ที่อยู่ : 40/2 ถนนดาวดึงส์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 4548 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    12. สวนอาหารบ้านนา ที่อยู่ : 96/1 ถนนพหลโยธิน อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    13. อาท้าว ที่อยู่ : 61/3-68/8 ถนนอรรถกวี อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    14. ริมชล ที่อยู่ : 253 ถนนโกสีย์ใต้ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 3513 ประเภทร้านอาหาร: ไทย

    15. เรือนแพ ที่อยู่ : 61/5 ถนนโกสีย์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5621 3674, 0 5621 3677 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    16. โป๊ะแตกเอเซีย ที่อยู่ : ถนนสายนครสวรรค์-พิษณุโลก อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 1166 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    17. คุณจี๊ด (อีสาน) ที่อยู่ : 625/1 ถนนพหลโยธิน อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 3688 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    18. เกษรเบียร์เฮ้าส์ ที่อยู่ : 30 ถนนอารักษ์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5621 3756, 0 5621 3456 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    19. โลตัส (อาหารมุสลิม) ที่อยู่ : 1006/3 ถนนพหลโยธิน อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 5602, 0 5622 2227 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    20. เอสแอนด์วี ที่อยู่ : ถนนเทวัญ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 1669 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    21. วีดีเทพค๊อฟฟี่ช็อป ที่อยู่ : ถนนโกสีย์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 2733 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    22. นัดโภชนา ที่อยู่ : ถนนพหลโยธิน อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5621 2463 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    23. ทับทิม ที่อยู่ : (ในโรงแรมวัชระ) ถนนพหลโยธิน อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 2263 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    24. บึงบอระเพ็ด 1 ประเภทร?านอาหาร : ไทย บึงบอระเพ็ด 2 ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    25. เรือนทองคํา ประเภทร?านอาหาร : ไทย ดาวดึงส์ ประเภทร้านอาหาร : ไทย

    26. จันทร์เสวย ที่อยู่ : 116/95 (บริเวณรอบอุทยานสวรรค์) ถนนดาวดึงส์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทรศัพท์ : 0 5622 6545, 08 1887 8977

     

    อำเภอพยุหะคีรี

     
    1. ครัวทิดเทือง หน่วยอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ที่ 4 (แม่เรวา) อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ และอ.คลองลาน จ. กําแพงเพชร ประเภทร้านอาหาร : ไทย
     
     
     
     

    ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
     
    1. เครื่องปั้นดินเผาประดับผ้าพื้นเมือง ผู้ผลิต นางสาว กฤษณา อนุยูร โทร. 08 6215 0321
    2. แคนตาลูป ผู้ผลิต กลุ่มแคนตาลูป โทร. 08 9169 1629
    3. ขนมโมจิ ผู้ผลิต โมจิร้านขนมอร่อย ( คุณ อู๊ด ) โทร. 08 1785 4733
    4. ขนมเปี๊ยนมสดโมจิ ไส้ถั่วและไข่เค็ม ผู้ผลิต คุณ ศิลปชัย มาฤาษี โทร.08 1707 5655
    5. ไข่เค็มนครสวรรค์ จิวแป๊ะทง ผู้ผลิตไข่เค็ม นครสวรรค์จิวแป๊ะทง โทร. 08 9857 1264
    6. นมงา KLF ผู้ผลิต กลุ่มไบโอนมงา โทร. 08 1972 7784
    7. น้ำผลไม้สด ผู้ผลิต ไพลินน้ำผลไม้สด โทร. 08 1686 4836
    8. น้ำตาลสดสเตอร์รี่ไลท์ ผู้ผลิตกลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ โทร. 08 1686 4836
    9. น้ำมะพร้าวน้ำหอมพร้อมดื่ม พร้อมปรุง ผู้ผลิต หจก. กู๊ดเฟรช โทร. 08 9176 4267
    10. ผ้าทอมือด้วยกี่กระตุก ลายลูกแก้วมัดหมี่ ผู้ผลิตกลุ่มสตรีผ้าทอบ้านจันเสน โทร. 08 9639 4976
    11. ผ้าฝ้ายตากฟ้า ผู้ผลิต น้ำชีวิต จำกัด โทร. 08 1887 0820
    12. ชิงช้าเปลเชือกปอมนิลา ผู้ผลิต กลุ่มผลิตภัณฑ์ชิงช้าเปลเชือกปอมนิลา โทร. 08 6543 0309
    13. ศิลปประดิษฐ์จากวัสดุแปรรูป ผู้ผลิต ศิลปหัตถกรรมผสมผสาน โทร. 08 1532 6822
    14. เข็มเข็ดจากหนังนกกระจอกเทศ ผู้ผลิตฟาร์มนกกระจอกเทศ โทร. 08 9839 2547
    15. เซ่เว่นกรีน ผู้ผลิต นายสมบัติ เบี้ยจรัส ( ปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพสูตรไล่แมลง ) โทร. 08 9490 7830
    16. น้ำควันไม้ยูคา ( น้ำชีวภาพ ) ผู้ผลิต กลุ่มแปรรูปน้ำควันไม้ยูคา โทร. 08 9882 5289
    17. กล้วยกวน ผู้ผลิต นางสายหยุด ปะละภิบาล โทร. 08 7909 9417
    18. มาลัยหมูหวาน ผู้ผลิตกลุ่มมาลัยหมูหวาน โทร. 08 9989 1767
    19. กล้วยกวนป้าแจ๋น ผู้ผลิตแม่บ้านเกษตรบ้านไร่ โทร. 08 7211 8229
    20. ลูกชิ้นปลากรายแม่ศจี ผู้ผลิต หจก. เกษตรเพชรลูกชิ้น โทร. 0 5622 5775
     
     
     
     

    สถานที่พัก

    (ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

     
     
     

    อำเภอเมือง

     

    1. ต้นน้ำ ที่อยู่ : สถาบันราชภัฎนครสวรรค์ ถนนสวรรค์วิถี อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 7010 แฟกซ์ : 0 5622 1554 จํานวนที่พัก 25 ห้อง, ราคา 350 - 490 บาท

    2. ไทยวิษณุ ที่อยู่ : 26-28 ถนนอรรถกวี อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5621 3067-8, 0 5621 3932 จํานวนที่พัก 120 ห้อง, ราคา 220 - 600 บาท

    3. นครสวรรค์ลากูน ที่อยู่ : 135 หมู่ 10 ถนนจักรวาล ตําบลวัดไทร อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 8845-9 จํานวนที่พัก 41 ห้อง, ราคา 1,200 - 2,600 บาท

    4. บ้านสวนรีสอร์ท ที่อยู่ : 1016/175-178 หมู่ 9 ตําบลนครสวรรค?ตก อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5633 3400-3 แฟกซ์ : 0 5633 3399 จํานวนที่พัก 65 ห้อง, ราคา 480 - 1,200 บาท

    5. เบเวอร์ลี่ฮิวส์ปาร์ค ที่อยู่ : 156/4 หมู่ 13 ถนนอัมรินทร์วิถี ตําบลวัดไทร อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5633 6809-10 แฟกซ์: 0 5621 4841 Email : admin@2oho.com website : http://www.beverlyhillhotelsite.com จํานวนที่พัก 104 ห้อง, ราคา 500 - 700 บาท

    6. เป็นหนึ่ง ที่อยู่ : 249/7 ถนนสวรรค์วิถี อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 1763, 0 5622 2462, 0 5631 2731 แฟกซ์ : 0 5631 2732 จํานวนที่พัก 50 ห้อง, ราคา 320 - 550 บาท

    7. พิมาน ที่อยู่ : 605/244 หมู่ 4 ถนนเอกมหาชัย ศูนย์การค้านครสวรรค์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5631 2217-36 แฟกซ์ : 0 5622 1253 จํานวนที่พัก 120 ห้อง, ราคา 450 - 3,500 บาท

    8. มาตุลี ที่อยู่ : 25 ถนนมาตุลี อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 3954, 0 5622 5852, 0 5622 3496 จํานวนที่พัก 55 ห้อง, ราคา 230 - 380 บาท

    9. ไม้หอมรีสอร์ท ที่อยู่ : 112/370 ถนนดาวดึงส์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5622 0648 แฟกซ์ : 0 5622 0649

    10. รอยัล วิว รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่อยู่ : 64 หมู่ 7 ตําบลวัดไทรย์ อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5633 4634-5,08 1972 7286 แฟกซ์ : 0 5633 4636 Email : royalviewresort999@gmail.com website : http://www.royalview-resort.5u.com จํานวนที่พัก 24 ห้อง, ราคา 900 - 900 บาท

     

    อำเภอโกรกพระ

     

    1. สวนเกษตรนันทนา รีสอร์ท ที่พักติดบึงน้ำ ทางไปตลาดน้ำบางประมุง ที่อยู่ : 34/2 หมู่ 6 ตําบลบางประมุง อําเภอโกรกพระ จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5620 2109-10 จํานวนที่พัก 24 ห?อง, ราคา 500 - 4,500 บาท

     

    อำเภอตาคลี

     

    1. ฉัตรชัย ที่อยู่ : 206-8 ถนนตาคลีพัฒนา อําเภอตาคลี จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5626 1108 จํานวนที่พัก 30 ห้อง, ราคา 130 - 400 บาท

    2. ต้นไทร ที่อยู่ : 68-72 ถนนพหลโยธิน อําเภอตาคลี จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5626 2093 จํานวนที่พัก 40 ห้อง, ราคา 200 - 350 บาท

    3. พรสวัสดิ์ ที่อยู่ : 135 ถนนพระสังข์ ตําบลตาคลี อําเภอตาคลี จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5626 1022 จํานวนที่พัก 44 ห้อง, ราคา 120 - 300 บาท

    4. สุเมรี แมนชั่น ที่อยู่ : ถนนพหลโยธิน ตําบลตาคลี อําเภอตาคลี จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5626 5675,0 5631 5444 จํานวนที่พัก 80 ห้อง, ราคา 300 บาท

     
    อำเภอพยุหะคีรี
     

    1. คันทรีเลค รีสอร์ท (บ้านริมบึง) ที่อยู่ : 75 หมู่ 3 ตําบลน้ําทรง อําเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โทร : 0 5620 5204-6 แฟกซ์ : 0 5620 5204 Email : weera@countrylake.net website : http://www.countrylake.net จํานวนที่พัก 80 ห้อง, ราคา 600 - 1,200 บาท

     
     
     
     

    หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ

    1. ที่ทำการไปรษณีย์ โทร. 0 5621 2241
    2. เทศบาลเมือง โทร. 0 5622 2452
    3. ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 5622 1530, 0 5633 1747
    4. โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โทร. 0 5622 8688
    5. สภ.อ.เมือง นครสวรรค์ โทร. 0 5622 1005
    6. สถานีตำรวจ ศูนย์ชอนตะวัน โทร. 191
    7. สำนักงานจังหวัดนครสวรรคโทร. 0 5622 1018
    8. สถานีรถไฟ โทร. 0 5625 5544
     
     
     
     
     

    เทศกาลงานประเพณี

     
     
    ประเพณีการแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ

    1. ประเพณีการแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ในช่วงเทศกาลออกพรรษา บริเวณลำน้ำเจ้าพระยาหน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ จะมีงานปิดทองไหว้พระ วัดที่มีแม่น้ำไหลผ่านหรือวัดใกล้เคียงแม่น้ำ จะมีประเพณีการแข่งเรือยาว เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี และความสามารถของฝีพาย ที่นำเรือยาวของตนเข้าแข่งขัน

    งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ (ตรุษจีน)

    2. งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ (ตรุษจีน) กำหนดจัดงาน ระหว่างเทศกาลตรุษจีน ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ (ซิ้งเจี่ยที) ตรงกับวันที่ 24 เดือน 12 ของจีน ถึงวันชิวโหงว คือวันจีนที่ 5 เดือนแรกของปี รวม 12 วัน

    ความเป็นมา ในตัวจังหวัดนครสวรรค์หรือ "ปากน้ำโพ" นั้นมีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งจีนกวางตุ้ง ไหหลำ แต้จิ๋ว และฮวดกา (จีนแคะ) จึงได้มีการจัดงานเจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพเป็นประจำปีในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน โดยเริ่มทำสืบเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 กิจกรรมสำคัญของงานนอกจากพิธีไหว้เจ้าทั่วไปและไหว้บรรพบุรุษตามบ้านเรือนแล้ว จะมีขบวนแห่มังกรและสิงโตด้วย ชาวจีนมีความเชื่อมาแต่โบราณว่า มังกรเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งที่บันดาลประโยชน์อย่างมากแก่มนุษย์ เช่น ทำให้เกิดฝน ลม ไฟ และฤดูกาลต่าง ๆ จึงควรแห่แหนเพื่อแสดงความกตัญญู ส่วนสิงโตนั้นเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความหล้าหาญมั่นคงและสูงศักดิ์ ดังนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลจึงแห่สิงโตขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำมาซึ่งโชคลาภ นอกจากนี้ก็มีการอัญเชิญเจ้าซึ่งเป็นรูปเคารพประจำศาลเจ้าต่าง ๆ ในชุมชนออกแห่แหนให้ประชาชนได้สักการะบูชา

    พิธีและกิจกรรม ในวันก่อนวันชิวอิดหรือวันแรกของปีใหม่ ชาวไทยเชื้อสายจีนจะทำความสะอาดบ้าน จ่ายของเซ่นไหว้ เปลี่ยนเครื่องบูชาบนหิ้งไหว้เจ้าและบรรพบุรุษประจำบ้าน แล้วมีการเซ่นไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ พอถึงวันชิวอิดและวันชิวยี่(วันที่สองของปีใหม่) ก็จะเป็นการเที่ยวและเยี่ยมเยียนญาติมิตร ในเวลาย่ำค่ำของคืนวันชิวซา (วันที่สามของปีใหม่) หลังจากพิธีเชิญเจ้าพ่อเจ้าแม่เข้าร่างทรงแล้ว จะมีขบวนแห่เคลื่อนไปตามถนนสายต่าง ๆ ของย่านการค้าในเมือง โดยเฉพาะขบวนมังกรทองที่ประดับแสงไฟทั้งตัวยาวหลายสิบเมตรนั้น เมื่อมาถึงริมฝั่งแม่น้ำแล้ว มังกรทองก็จะค่อย ๆ คืบคลานพันรอบเสาแล้วเลื้อยขึ้นสู่ปลายเสา ซึ่งมีลูกแก้วประดับดวงไฟกวัดแกว่งหลอกล่อ จากนั้นมังกรก็จะพ่นไฟสีขาว เหลือง แดง ออกมาจากปากขณะสะบัดหัวส่ายไปมา ส่วนในเช้าตรู่ของวันชิวสี่ (วันที่สี่ของปีใหม่) เชื่อว่าเป็นวันที่เจ้ากลับลงมาจากการเข้าเฝ้าเง็กอ๊วงเซี่ยวตี่ (เง็กเซียนฮ่องเต้ ประมุขแห่งทวยเทพเทวดา) ขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ประกอบด้วยวงดุริยางค์ ขบวนธง ขบวนสิงโตกวางเจา กวางตุ้ง แต้จิ๋ว ไหหลำ และฮวดกา ขบวนเจ้าพ่อเจ้าแม่ ขบวนนักรบเอ็งกอ (เป็นนักรบจากเขาเหลียงซาน 108 คน สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ งดงามด้วยการเขียนสีบนหน้าและลีลาท่าทางการเดินและต่อสู้) ขบวนมังกรทอง ขบวนเจ้าแม่กวนอิม ขบวนไง๊วฮงกี่ ล่อโก๊ว และรถนางฟ้า แห่แหนไปตามถนนสายต่าง ๆ ในตัวเมือง นอกจากนี้ ในระหว่างเทศกาลตรุษจีนนั้น ยังมีมหรสพ เช่น งิ้ว ดนตรี และภาพยนตร์ ฯลฯ แสดงให้ชมฟรีตลอดงาน

     
     
     
     

    สถานที่ท่องเที่ยว

     
     

    อําเภอเก้าเลี้ยว

     

    1. วัดเขาดินใต้ หรือวัดพระหน่อธรรินทรใกล้วารินคงคาราม เมื่อครั้งรัชกาลที่5 เสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชรทางชลมารค ได้แวะเมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2449 ทรงสนทนาธรรมกับ " หลวงพ่อเฮง " อดีตเจ้าอาวาส เป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งและทรงแต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นพิเศษ นาม " พระครูพิสิษฐสมถคุณ "

    " หลวงพ่อเฮง " เป็นพระที่รัชกาลที่5 ทรงนับถือมากจนได้รับนิมนต์เข้าไปในพระราชพิธีต่างๆ ตลอดรัชกาล และได้รับพระราชทานสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่าง ซึ่งทางวัดมหาโพธิ์ได้เก็บรักษาไว้และดังปรากฎในพระราชหัตถเลขาของร.5 ทรงบันทึกไว้ว่า ทรงเลื่อมใสในศีลา- จารวัตรหลวงพ่อเองมาก และทรงบริจาคเงิน 100 บาท ร่วมสร้างศาลวัดเขาดินใต้

    " วัดเขาดิน หรือ วัดเขาดินใต้ " ในปัจจุบันเนื่องจากต่อมาภายหลังได้มีการสร้างวัดเขาดินเหนือโดยวัดเขาดินใต้นี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย อายุประมาณ 200 ปีเศษ ตั้งอยู่ในเขตตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตกด้วยเหตุนี้เองจึงมีชื่อเต็มว่า " วัดพระหน่อธรณิรนทรใกล้วารินคงคาราม " ตั้งอยู่ตรงข้ามวักมหาโพธิ์ใต้ ซึ่งเป็นวัดพี่วัดน้องกันเพราะหลวงพ่อเฮงท่านเป็นเจ้าอาวาสปกครองดูแลทั้ง 2 วัด

    ซึ่งภายในวัดมีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ดังนี้ นมัสการ " หลวงพ่อเฮง " แวะชมวิหารเล็ก ตั้งอยู่บนเขาหน้าวัดเขาดินประดิษฐรอยพระพุทธบาทจำลองที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถถวาย "หลวงพ่อเฮง " เมื่อ พ.ศ. 2456 แวะชมพระอุโบสถบนยอดเขามรทางขึ้นเป็นบันไดนาคสวยงามมาก แล ะ ถ้ำลับแล

    การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ สายนครสวรรค์-พิษณุโลก ประมาณ ๒ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายมือไปทางบ้านแก่งอีกประมาณ ๑๓ กิโลเมตร วัดอยู่ติดถนนทางด้านขวามือ ห่างจากจังหวัดเพียง ๑๕ กิโลเมตร

     

    อำเภอโกรกพระ

     

    1. เขาถ้ำพระ ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลเนินศาลา ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย และพระพุทธรูป ในเทศกาลสงกรานต์ประชาชนในท้องถิ่นจะนำดอกไม้ธูปเทียนไปนมัสการเป็นจำนวนมาก จากเชิงเขามีบันไดคอนกรีตประมาณ 100 ขั้น ขึ้นสู่ปากถ้ำ เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสามารถมองเห็นภูมิประเทศที่สวยงามของอำเภอโกรกพระ

    การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3005 สายนครสวรรค์-อำเภอโกรกพระ ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามทางสายโกรกพระ-ทัพทัน ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถ้ำพระ ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นถนนลูกรัง รวมระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร

     
    2. เขื่อนวังรอ ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลเนินศาลา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอประมาณ 17 กิโลเมตร ตามถนนสายโกรกพระ - ทัพทัน ทางแยกเข้าเขื่อนวังรอระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นถนนลูกรังที่สภาพไม่ดีนัก เขื่อนเก็บน้ำวังรอมีทัศนียภาพที่สวยงาม ช่วยให้การเกษตรของเกษตรกรในอำเภอโกรกพระและอำเภอเมืองอุทัยธานี ตัวเขื่อนเป็นคอนกรีต สันเขื่อนเป็นคันดิน
    ตลาดน้ำวัดบางประมุง

    3. ตลาดน้ำวัดบางประมุง อยู่ริมฝั่งคลองบางประมุง บริเวณด้านหลังวัดบางประมุง ชาวบ้านจะพายเรือนำสินค้าและผลิตผลทางการเกษตรในพื้นที่มาจำหน่ายทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างเวลา 07.00-16.00 น. นอกจากนี้ยังมีบริการอื่น ๆ อีก อาทิ นวดแผนโบราณ การล่องเรือชมคลองบางประมุง ชมสวนกล้วย บริการเรือพาย จักรยานน้ำ ฯลฯ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายปกครอง ที่ว่าการอำเภอโกรกพระ โทร. 0 5629 1006

    การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3005 สายนครสวรรค์-โกรกพระ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงวัดบางประมุง รวมระยะทางห่างจากตัวเมืองนครสวรรค์ประมาณ 20 กิโลเมตร

    ฟาร์มนกกระจอกเทศ

    4. ฟาร์มนกกระจอกเทศ นครสวรรค์ ตั้งอยู่ที่ 32 หมู่ 4 ตำบลเนินกว้าว มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ในบรรยากาศร่มรื่นแบบชนบท มีซุ้มนั่งเล่นส่วนตัวท่ามกลางแมกไม้เขียวชอุ่ม พร้อมรับฟังคำบรรยาย สรุปเกี่ยวกับการเลี้ยงนกกระจอกเทศ ชมกระบวนการผลิต และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนกกระจอกเทศ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกจำหน่ายไปยังต่างประเทศในราคาเยา ทางฟาร์มยังมีอาหารต่างๆ ไว้จำหน่ายอีกมากมาย อาทิ เนื้อนกกระจอกเทศ เนื้อกวาง เนื้อจระเข้ เนื้อแพะ กบ และปลาไหล ปรุงในเมนูต่างๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ในราคาแหล่งผลิต เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน ผ้าทอมือ เป็นต้น สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 0 5629 1218

    วัดบางมะฝ่อ

    5. วัดบางมะฝ่อ เป็นวัดเก่าแก่สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย จุดน่าสนใจอยู่ที่โบสถ์ มีประตูหน้าต่างรูปทวารบาล ฝาผนังด้านในเป็นภาพพุทธชาดก ในวิหารมีภาพพุทธประวัติเป็นฝีมือช่างเก่า พระประธานปางมารวิชัยมีความแปลกตรงที่มีตาลปัตรอยู่ด้วย และในวิหารมีรอยพระพุทธบาทที่งดงามมาก มีการจัดงานประจำปีของวัด ในวันแรม 9 ค่ำ และ 10 ค่ำ เดือน 11 เป็นประจำทุกปี

    การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3005 สายนครสวรรค์-โกรกพระ ห่างจากตัวที่ว่าการอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร

     

    อําเภอชุมแสง

     

    1. ชุมชนชาวไทยทรงดำบ้านไผ่สิงห์ ชุมชนชาวไทยทรงดำบ้านไผ่สิงห์ หมู่ ๒ ตำบลไผ่สิงห์ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านบริเวณนี้กล่าวว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ดอน มีป่าไผ่ และสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีนายพรานชื่อ สิงห์ ผู้มีความชำนาญในการดำรงชีพในป่าได้มาพักอาศัยอยู่บริเวณป่าแห่งนี้เป็นคนแรก ต่อมาชาวไทยทรงดำ ชื่อตาพัก – ยายช้อย ได้อพยพจากบ้านโคกคม จังหวัดเพชรบุรี และได้สร้างบ้านเรือนอยู่ร่วมกับพรานสิงห์ และชาวไทยทรงดำรุ่นหลังต่อ ๆ มา จึงทำให้จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ชาวบ้านจึงพร้อมใช้กันเรียกชื่อหมู่บ้านตามลักษณะประเทศ และผู้คนพบ คือ บ้านไผ่ตาสิงห์ ต่อมาเพี้ยนเป็น บ้านไผ่สิงห์ จนถึงปัจจุบัน เอกลักษณ์ของชุมชนแห่งนี้ ได้แก่ ภาษา การแต่งกาย อาหารการกิน รูปแบบที่อยู่อาศัย ขนบธรรมเนียมประเพณี และพิธีกรรมต่าง ๆ นับเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่น่าสนใจอีกกลุ่มหนึ่ง สอบถามรายละเอียดได้ที่โรงเรียนวัดไผ่สิงห์ โทร. 08 9568 9399 วัดเกยชัยเหนือ 0 5635 3036 อบต. เกยชัย โทร.0 5628 2748

    การเดินทาง ห่างจากตัวเมือง 35 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 225 สายนครสวรรค์-ชุมแสง

    วัดเกยไชยเหนือ

    2. วัดเกยไชยเหนือ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 4 บ้านปากคลอง ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน ภายในวัดมีองค์เจดีย์บรรจุพระบรมธาตุทรงลังกาฐานแปดเหลี่ยม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเสือ แห่งกรุงศรีอยุธยา มีพระอุโบสถหลังเก่าที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน

    นอกจากนี้ บริเวณนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของตำนานของจระเข้ยักษ์ที่ชื่อไอ้ด่างเกยไชยอีกด้วยภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเป็นอาคารทรงไทย 2 หลัง หลังแรกสร้างประมาณปี พ.ศ. 2539 ภายในจัดแสดง เครื่องปั้นดินเผาที่งมได้บริเวณท่าน้ำวัด นอกจากนี้ยังมีเครื่องเบญจรงค์ เครื่องจักสาน โทรทัศน์รุ่นเก่า เครื่องแก้ว ตะเกียง เตารีด จระเข้สตัฟฟ์ ฯลฯ ส่วนอาคารหลังที่สอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2541 ตั้งชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ต้นน้ำ ภายในจัดแสดง เครื่องปั้นดินเผา เครื่องแก้ว เครื่องเบญจรงค์ ธนบัตร เงินเหรียญโบราณ เครื่องทองเหลือง ปืนยาว เป็นต้นทางโรงเรียนวัดเกยไชยเหนือได้ฝึกเด็กนักเรียนเป็นมัคคุเทศน์น้อยนำชมวัดและพิพิธภัณฑ์ ผู้สนใจต้องแจ้งล่วงหน้ามาก่อนที่โรงเรียนวัดเกยไชยเหนือ โทร 0 5635 3176

     การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ สายนครสวรรค์-ชุมแสง ระยะทางประมาณ ๓๕ กิโลเมตร จากตัวเมือง จะมีป้ายเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วัดเกยไชยเหนือ

     

    อําเภอตากฟ้า

     

    1. น้ำตกวังน้ำวิ่ง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำพยนต์ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายตากฟ้า-โคกสำโรง ก่อนถึงวัดถ้ำพรสวรรค์ประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายจากถนนเข้าไปประมาณ 700 เมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากน้ำผุดไหลลดหลั่นกันอย่างสวยงาม ประมาณ 3 ชั้น มีน้ำตลอดทั้งปี บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อำเภอตากฟ้า โทร. 0 5624 1322

     

    อําเภอตาคลี

     

    1. เขาถ้ำบุนนาค ตั้งอยู่ที่ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี ถนนเป็นลูกรังห่างจากอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัด 80 กิโลเมตร ลักษณะที่ตั้งเป็นภูเขา ปากถ้ำสูงจากเชิงเขาประมาณ 25 - 30 เมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธรูป และรอยพระพุทธบาทจำลอง มีปล่องให้แสงสว่างจากยอดเขาลงมา บรรยากาศในถ้ำไม่อับชื้นแต่เย็นสบายเพราะลมที่ลงมาตามปล่องภูเขาแล้วออกทางปากถ้ำ ที่เชิงเขาด้านปากถ้ำมีวัดถ้ำบุนนาค ที่กว้างขวางร่มเย็น

    เมืองโบราณจันเสน และพิพิธภัณฑ์จันเสน

    2. เมืองโบราณจันเสน และพิพิธภัณฑ์จันเสน ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลจันเสน สันนิษฐานว่าอยู่ในสมัยทวารวดี บริเวณเมืองโบราณมีคูเมืองเป็นเนินดินโดยรอบ เป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่มุมทั้งสี่เป็นรูปมนจนเกือบเป็นวงกลม ล้อมรอบด้วยคูเมืองซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตร ปัจจุบันยังมีสภาพเป็นที่ลุ่มน้ำขัง แต่ยังเป็นร่องรอยพอมองเห็นเค้าคูเมืองได้อย่างชัดเจน มีความยาวประมาณ 800 เมตร กว้าง 700 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่เศษ เนื่องจากบริเวณภายในคูเมืองดังกล่าวมีลักษณะเป็นเนินสูงกว่าพื้นที่รอบนอกคูเมือง ชาวบ้านเรียกว่า “โคกจันเสน”

    ในบริเวณเมืองโบราณได้ขุดพบโบราณวัตถุหลายอย่าง ประเภทที่ทำด้วยเศษดินเผา อาทิ พระพิมพ์ต่าง ๆ ตุ๊กตา ตะเกียง ประเภทที่ทำด้วยหิน ได้แก่ ฐานบัว ธรรมจักร ขวานหินขัดที่ทำด้วยโลหะ มีตุ้มหูทำด้วยตะกั่วหรือดีบุก ใบหอกที่ทำด้วยสำริด ปัจจุบันโบราณวัตถุดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์จันเสน ซึ่งตั้งอยู่ในวัดจันเสน เริ่มก่อสร้างโดยพระครูนิสัยจริยคุณ หรือที่ชาวยบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อโอด" ได้มีดำริที่จะสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์กลางชุมชน ภายในจัดให้มีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อใช้แสดงเรื่องราวของจันเสนในอดีต พร้อมกันไปด้วยพระครูนิวิฐธรรมขันธ์หรือหลวงพ่อเจริญ เจ้าอาวาสรูปต่อมาเป็นกำลังสำคัญที่สานต่องานพิพิธภัณฑ์จนเสร็จสมบูรณ์โดยงบประมาณในการก่อสร้างนั้นได้มาจากแรงศรัทธาของประชาชน

    จันเสนเมืองโบราณ หลวงพ่อโอด อดีตเจ้าอาวาสวัดจันเสน ซึ่งท่านมรณภาพไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ท่านเป็นผู้มุ่งมั่นที่จะสร้างมณฑปเจดีย์ขึ้น โดยมีความมุ่งหมายว่า

    1. ส่วนยอดของมณฑปเจดีย์จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
    2. องค์เรือนธาตุประดิษฐาน "หลวงพ่อนาค" พระพุทธรูปปางนาคปรกที่นำมาจากเมืองลพบุรี เพื่อให้เป็นพระพุทธรูปสำคัญของชุมชน
    3. อาคารส่วนฐานของพระมหาเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของท่าน และเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองจันเสน

    พระมหาธาตุเจดีย์จันเสน อยู่ในห้องชั้นฐานของพระมหาธาตุเจดีย์ การออกแบบได้ใช้ลักษณะของสถูปในสมัยทวารวดีเป็นพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบ ใช้รายละเอียดของลวดลายทางสถาปัตยกรรมในสมัยทวารวดี ซึ่งมีคำจารึกที่ฐานพระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันสน ให้ผู้สนใจได้อ่านประวัติความเป็นมาด้วย พิพิธภัณฑ์นี้ เปิดให้เข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์ ผู้ที่ต้องการเข้าชมในวันธรรมดา สามารถติดต่อทางวัดให้เปิดเข้าชมได้ มีเยาวชนอาสาสมัครจากโรงเรียนวัดจันเสน และโรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์ บริการนำเที่ยวภายในบริเวณเมือง และนำชมภายในพิพิธภัณฑ์ด้วย สอบถามรายละเอียดโทร. 0 5633 9115-6

    นอกจากนี้ในวัดยังมีการรวมกลุ่มของสตรีบ้านจันเสนเพื่อทอผ้าด้วยกี่กระตุก และจัดตั้งเป็นศูนย์จำหน่ายภายในวัดด้วย ผ้าทอส่วนใหญ่เป็นผ้าฝ้าย ผ้าทอมัดหมี่จันเสน และผ้ามัดย้อม

    การเดินทาง จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายเข้าอินทร์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 11) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3196 เลี้ยวซ้ายตรงป้ายวัดจันเสนเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ข้ามทางรถไฟแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวัดจันเสน

    จากนครสวรรค์ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 มุ่งสู่จังหวัดชัยนาท ระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าอำเภอตาคลี ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3196 ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร เลี้ยวขวาก่อนข้ามทางรถไฟเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร สู่วัดจันเสน

    วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง

    3. วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง ตั้งอยู่บนเขาชอนเดื่อ นอกจากมีทิวทัศน์ที่มีจุดสนใจจากผู้มองจากภายนอกที่มีสภาพป่าสลับกับภูเขาหินปูนแล้ว ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนเขา เอกลักษณ์ที่สำคัญคือ ถ้ำหินปูนใหญ่น้อยกว่า 70 ถ้ำ

    สระทะเล

    4. สระทะเล ตั้งอยู่หลังโรงพยาบาลตาคลี ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 94 กิโลเมตร เป็นสวนสาธารณะ มีสระน้ำตามธรรมชาติ ทัศนียภาพสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวอำเภอตาคลี

     

    อำเภอบรรพตพิสัย

     
    เขาหน่อ-เขาแก้ว

    1. เขาหน่อ-เขาแก้ว อยู่ริมทางหลวงสายพหลโยธิน ช่วงนครสวรรค์ - กำแพงเพชร ในท้องที่ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 45 กิโลเมตร และจากตัวที่ว่าการอำเภอบรรพตพิสัยประมาณ 18 กิโลเมตร เขาหน่อเป็นเขาหินปูนที่มีวัดเขาหน่ออยู่เชิงเขา มีบันไดขึ้นสู่ยอดเขาซึ่งเป็นจุดชมวิว ระหว่างทางมีถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ เมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จภาคเหนือทางชลมารคสายแม่น้ำปิง เคยทรงประทับพักแรมที่นี่ ต่อมาจังหวัดได้สร้างพระบรมรูปไว้เป็นอนุสรณ์ บริเวณเชิงเขามีฝูงลิงจำนวนมาก คอยรับอาหารจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน นอกจากนี้เวลาเย็นจะมองเห็นฝูงค้างคาวที่อาศัยอยู่ตามถ้ำน้อยใหญ่ในภูเขาบินออกไปหากิน ดูเป็นสายยาวสีดำอยู่บนท้องฟ้า

    ส่วนเขาแก้ว อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน มีถ้ำหลายถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของค้างคาวมากมาย ในเวลาเย็นใกล้พลบค่ำฝูงค้างคาวจะพากันบินออกหากิน

    " พระพุทธเจ้าหลวง " ได้เคยเสด็จประพาสบริเวณเขาหน่อเมื่อปี 2449 และต่อมาในปี 2452 ได้พระราชทานสิ่งของให้แก่หลวงพ่อแหยม วัดบ้านแดน ภายในวัดเขาหน่อมีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ได้แก่ " สระเสด็จ " ที่เคยทรงน้ำ สิ่งพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 ถวายแด่ หลวงพ่อเเหยม และพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 สำหรับสักการะ

     

    อำเภอพยุหะคีรี

     

    1. เมืองโบราณโคกไม้เดน อยู่ที่ตำบลท่าน้ำอ้อย พบซากกำแพงเนินดิน ซึ่งแสดงถึงความเป็นเมืองเก่าสมัยสุโขทัย เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้ขุดพบรูปปั้นช้างพญาฉัททันต์ อายุกว่า 1,000 ปี คำว่า "โคกไม้เดน" เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง คนสมัยเก่าเรียกบ้านโคกไม้เดนว่า "เมืองบน" สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11-16 (พ.ศ. 1000-1500) ตัวเมืองบนมีลักษณะเป็นรูปรีคล้ายหอยสังข์ ขนาดยาวประมาณ 250 เมตร กว้าง 600 เมตร คล้ายกำแพงเมืองนครปฐม เมืองเสมา จังหวัดนครราชสีมา และเมืองพญาแร่ จังหวัดชลบุรีี

    วัดพระปรางค์เหลือง

    2. วัดพระปรางค์เหลือง จากการสืบค้นหอจดหมายแห่งชาติพระราชนิพนธ์ใน ร.5 และพระราชนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บันทึกไว้ว่า ร. 5 ทรงเสด็จประพาสที่วัดพระปรางค์เหลืองรวม 3 ครั้ง

    ในการเสด็จครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ( พ.ศ. 2449 ) ร.ศ. 125 นับเป็นครั้งที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากมีหลักฐานจากบทพระราชนิพนธ์ของ ร. 5 ทรงบันทึกการเดินทางเป็นรายวันถึงสถานที่ที่เสด็จประพาสต้นโดยละเอียด พร้อมทั้งทรงถ่ายภาพและในครั้งนี้ " หลวงพ่อเงิน " ได้ถวายการรดน้ำมนต์แด่ ร.5 ได้สมณศักดิ์เป็น " พระครูพยุหานุสาสก์ " ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอพยุหะคีรีมีชื่อทางด้านรดน้ำมนต์ " จินดามณี "

    " วัดพระปรางค์เหลือง " เป็นวัดโบราณที่เก่าแก่มากวัดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปกรได้คำนวณอายุของวัดว่าเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นประมาณปีพุทธศักราช 2305 ซึ่งเป็นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในอดีตที่ผ่านมาวัดมีชื่อเสียงในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ทางด้านยาสมุนไพรรดน้ำมนต์และคาถาตามหลักของแผนโบราณ รวมทั้งการรักษาโรคเคล็ด ขัด ยอก และ อัมพาต โดยวิธี " เหยียบฉ่า " อย่างได้ผล

    ซึ่งภายในวัด มีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น เช่น องค์พระปรางค์เหลือง วิหารหลวงพ่อโต แพที่จอดเรือสมัย ร.5 การสาธิตเหยียบฉ่า กุฏิหลวงพ่อเงิน เก๋งเรือพระราชทาน นมัสการรูปหล่อหลวงพ่อเงิน

    การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 สายกรุงเทพมหานคร-นครสวรรค์ แยกเข้าจังหวัดอุทัยธานี ก่อนข้ามสะพานวันรัต ให้เลี้ยวซ้ายตรงทางแยก ระยะทางประมาณ 500 เมตร วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ

     

    อำเภอไพศาลี

     
    ป่าไพศาลี

    1. ป่าไพศาลี บริเวณเทือกเขาสอยดาวในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาคอกป่าเขาโลมนาง และป่าเขาสอยดาว เนื้อที่ประมาณ 38,000 ไร่ สภาพภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงชัน มียอดสูงสุด สูง 558 เมตร เป็นพื้นที่เขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์และลพบุรี มีธรรมชาติที่สวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ น้ําตกซับสมบูรณ์ใน สวนรุกขชาติ 100 ปี และน้ําตกซับใหญ่พิชิตยอดสอยดาว เขตบ้านเขาเขียว น้ําตกทั้งสองแห่งนี้ปกติจะมีน้ําเฉพาะในเดือน มิถุนายน-ตุลาคม

    สภาพป่าที่นี่ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง และป่าทุ่งหญ้าจึงมีความหลากหลายทางระบบนิเวศเป็นแหล่งที่ อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะแก่การศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สวยงาม อาทิ มีจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพ กว้างไกล มีจุดพักแรมบนยอดสอยดาวเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นมากจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ ความท่าทาย

    มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ จากน้ำตกซับสมบูรณ์ถึงน้ำตกซับใหญ่ เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มุ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวได้เกิด การเรียนรู้ และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย อีกทั้งยังได้ชื่นชมกับความสวยงามของธรรมชาติ โดยมีระยะทางในการเดินป่า 7-15 กิโลเมตรใช้เวลาท่องเที่ยว 1-3 วัน ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของนักท่องเที่ยว ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมคือ เดือนกรกฎาคม-ธันวาคมของ ทุกปี สนใจติดต่อสวนรุกขชาติ 100 ปี หมู่ 6 ตําบลวังข?อย อําเภอไพศาลีติดต่อได้ที่ ฝ่ายปกครอง อําไพศาลี รายละเอียดเกี่ยวกับการท่อง เที่ยวในอําเภอไพศาลีติดต่อได้ที่ ฝ่ายปกครอง อําเภอไพสาล โทร.0 5625 9272

    พุทธศาสนสถานหลวงพ่อดํา

    2. พุทธศาสนสถานหลวงพ่อดํา หลวงพ่อดํา ประดิษฐานอยู่ที่วัดสระทะเล ตําบลโคกเดื่อ กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุง สุโขทัยมีอายุประมาณ 700 ปีเศษ แต่เดิมชาวบ้านพบพระพุทธรูปอยู่กลางป่าสามองค์ ปัจจุบันเหลือเพียงองค์เดียว เรียกขานตามกันว่า หลวงพ่อดํา วัดสระทะเล

    การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 จากอําเภอหนองบัวเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3004 ตรงมาประมาณ 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางวัดโคกเดื่อประมาณ 2 กิโลเมตร

    หมายเหตุ สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในอําเภอไพศาลี ได?ที่ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว ฝ่ายปกครองอําเภอไพศาลี โทร. 0 5625 9272

     

    3.เมืองเก่าเวสาลี จากการสํารวจของกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.2511 พบว่าเป็นเมืองสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมมน มีกําแพงดิน 2 ชั้น มีคู เมืองคั่นกลาง ยาวประมาณ 700 เมตร กว้าง 500 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี บริเวณที่ตั้งชุมชนเป็นที่ราบลุ่มมีทางน้ําไหล ผ่าน จากการขุดแต่งใน พ.ศ.2539 พบว่า โบราณสถานซึ่งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเมืองเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วย อุโบสถ มณฑป วิหาร เจดีย์ และผลจากการศึกษาหลักฐานชั้นดินทางโบราณคดี พบว่า ก่อนการสร้างโบราณสถาน กลุ่มเมืองเก่าเวสาลี แห่งนี้ ได้มีชุมชนตั้งหลักแหล่งอยู่ก่อนแล้ว เป็นชุมชนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ซึ่งได้มีการพัฒนาเข้าสู่การเป็นชุมชนคูน้ําคันดิน ในสมัยทวารวดี

    เมืองเวสาลีเคยเป็นเมืองหน้าด่านเล็ก ๆ ของกรุงละโว้ในดินแดนสุวรรณภูมิ ปรากฏหลักฐานซากวัตถุโบราณ เช่น พระปรางค์ หอสมุด และพระพุทธรูปฝีมือขอมโบราณ ราว พ.ศ.1100-1400 ขอมได้มีอํานาจเจริญรุ่งเรืองในแคว้นสุวรรณภูมิ ตลอดทั้งในแคว้นโคตรบูร แคว้นโยนก และแคว้นทวารวดี โดยมีกรุงละโว้เป็นราชธานี เมืองเวสาลีนี้ได้สร้างขึ้นในสมัยนั้น มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับกรุงสุโขทัย นคร
    โยนก เมืองโอฆะบุรี และเมืองศรีเทพ โดยที่เมืองเหล่านี้ได้สร้างขึ้นไว้เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงละโว้ทั้งสิ้น ภายหลังเมืองเวสาลีตกอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงสุโขทัย และได้ถูกปล่อยร้างมาราว 400 ปี จนถึง พ.ศ.2199 สมัยสมเด็จ

    พระนารายณ์มหาราช กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 28 แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ เมืองละโว้ขึ้นเป็นราชธานีอีกแห่ง ให้ชื่อเมือง ลพบุรี พระองค์ทรงดําริเห็นว่า หัวเมืองฝ่ายเหนือยังไม่สงบลงได้ง่าย เพราะมีพม่าคอยหนุนหลัง ประกอบเป็นที่ราบลุ่มทํานาข้าวได้ดี เหมาะแก่การที่จะตั้งกองรักษาด่านไว้เพื่อป้องกันข้าศึกทางฝ่ายล้านนา จึงได้บูรณะเมืองเวสาลีขึ้นใหม่

    การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข 3330 จากอําเภอตากฟ้า เลี้ยวขวาระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 27-28 ถนนบ้านหนองไผ่-บ้านโคกเจริญ ตรงหัวโค้งแรกจะมีทางตรงขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตร เมืองเก่าเวสาลีอยู่ทางขวามือ

    รอยพระพุทธบาท

    4.รอยพระพุทธบาท มีลักษณะเป็นแผ่นหินชนวนสีเขียวแกะสลัก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระยาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย จากเอกสารที่มีผู้บันทึกไว้ทําให้ทราบว่า รอยพระพุทธบาทนี้ได้อัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมกับผู้คนที่เกณฑ์มาสร้างเมืองเวสาลี โดยได้นําไปประดิษฐานไว้บนยอดเขา แล้วสร้างวิหารครอบภูเขาลูกนี้ คือที่ตั้งของวัดพระพุทธบาท ตําบลสําโรงชัย ในปัจจุบัน

    พระครูนิมุตพัฒนาทร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทบริเวณวัดอีกรอยหนึ่ง มีลักษณะเป็นรอยพระพุทธบาท ประทับอยู่บนแผ่นหิน สร้างมณฑปครอบไว้ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่ส่วนยอด และมณฑปหลังนี้ยังได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดี เด่นเมื่อ พ.ศ.2537 จากสมาคมสถาปนิกสยาม และบริเวณทางเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุ สันนิษฐานว่าเป็นฐานเจดีย์เก่า

    การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับเมืองเก่าตามถนนสายบ้านหนองไผ่-บ้านโคกเจริญ วัดพระพุทธบาทอยู่เลยจากทางแยกไปเมือง เก่าประมาณ 5 กิโลเมตร

    แหล่งโบราณคดีวัดโพธิ์ประสาท

    5. แหล่งโบราณคดีวัดโพธิ์ประสาท ตําบลโพธิ์ประสาท สํารวจขุดค้นโดยกรมศิลปากร ระหว่างพ.ศ.2519-2536 พบภาชนะเครื่องใช้ทั้งแบบโลหะและแบบดินเผาของ คนโบราณ ซึ่งเป็นชุมชนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่ได้มีการพัฒนาเข้าสู่การเป็นชุมชนคูน้ำคันดินในสมัยทวารวดี เครื่องใช้โลหะ ที่ขุดพบมีอายุกว่า 2,000 ปี อาทิ ใบหอกโบราณ จัดเป็นศิลปะก่อนประวัติศาสตร์ ประเภทเครื่องใช้สอยดินเผา อาทิ หม้อดินเผา ตะคัน หรือตะเกียง ลูกแวดินเผา และประเภทเครื่องประดับ อาทิ กําไลเปลือกหอย จัดเป็นศิลปสมัยทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-16

    การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3330 หากมาจากอําเภอไพศาลี เลี้ยวขวาข้างตู้ยามบ้านโพธิ์ประสาท ระหว่างกิโลเมตรที่ 9- 8

     

    อำเภอเมือง

     
    ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา

    1. ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา นครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้เนื่องจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านได้ไหลมาบรรจบกันที่ตําบลปากน้ําโพ บริเวณด้านหน้าเขื่อนในตัวเมือง ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำทั้งสองสายดังกล่าว จะมองเห็นถึงความแตกต่างของสายน้ำทั้ง สองได้อย่างชัดเจน กล่าวคือแม่น้ำน่านจะมีสีค่อนข้างแดง และแม่น้ำปิงจะเป็นสีค่อนข้างไปทางเขียว เมื่อมาบรรจบกันแล้วจึงค่อยๆ รวมตัว เข้าด้วยกันกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ เป็นสายสําคัญของประเทศไทย ไหลผ่านจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางไปจนถึงกรุงเทพมหานคร และออก อ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ มีความยาวประมาณ 370 กิโลเมตร

    นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเที่ยวทางเรือเพื่อชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยา และแวะนมัสการหลวงพ่อโตที่วัดปากน้ําโพ (วัด ทองธรรมชาติเหนือ) สามารถเช่าเรือจากท่าน้ําเจ้าพระยา โดยเสียค่าเช่าเรือประมาณ 180 บาท (ไปกลับ) เรือบรรทุกได้ 15 คน

    ถ้ำบ่อยา

    2. ถ้ำบ่อยา เป็นถ้ําอยู่บนเขาที่หมู่บ้านหินก้อน ตําบลหนองกรวด อําเภอเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองเป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ตามถนนสายนครสวรรค์ - ลาดยาว ทางแยกเข้าวัดถ้ำบ่อยา (วัดศรีอุทุมพร) ระยะทาง 6 กิโลเมตร จากบริเวณเชิงเขา มีบันไดขึ้น ไปสู่ตัวถ้ํา ภายในถ้ํามีบริเวณกว้างขวางพอสมควร โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง ตอนแรกเป็นที่ตั้งพระประธานองค์ใหญ่ ช่วงที่ 2 อยู่ ลึกเข้าไปข้างในเป็นทางตัน บริเวณนี้จะมีบ่อน้ําทิพย์ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นบ่อยาศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วย ช่วงที่ 3 เป็นทางที่จะออก จากบริเวณถ้ำสู่ภายนอกได้ทางหนึ่ง ภายในบริเวณถ้ํานอกจากจะมีบ่อน้ำทิพย์อยู่ดังกล่าวแล้ว ยังมีหินย่อยตามธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งจะมองเห็นได้จากแสงไฟฟ้า ซึ่งมีให้ความสว่างอย่างเพียงพอภายในถ้ํา

    บ้านมอญ

    3. บ้านมอญ ตั้งอยู่ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมืองห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศเหนือประมาณ 16 กิโลเมตร บ้านมอญตั้งชื่อหมู่บ้านตามความเป็นมาในอดีตมีชาวบ้านมอญ 4 ครอบครัว ได้อพยพมาจากอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มาพบแหล่งดินเหนียวบริเวณตำบลบ้านแก่ง ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมในการปั้นโอ่งมาก ปัจจุบันมีการประยุกต์ผลิตภัณฑ์ใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น

    บึงบอระเพ็ด

    4. บึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อําเภอ ได้แก่ อําเภอเมือง อําเภอท่า ตะโก และอําเภอชุมแสง ในอดีตบึงบอระเพ็ดได้ชื่อว่าเป็น "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เพราะมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำอยู่มากมาย จากการ สํารวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด เคยพบสัตว์หายากที่นี่ ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ปลาเสือตอ ในช่วงเดือน มกราคมถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำจํานวนมากอพยพมาที่บึงแห่งนี้ นกประจําถิ่น ได้แก่ อีโก่ง อีแจว ปากห่าง ซึ่งจะวางไข่ในเดือนกรกฎาคม- มีนาคม พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บึงบอระเพ็ดอยู่ในความดูแลของกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และยังเป็นแหล่ง เพาะพันธุ์ปลา โดยกรมประมงได้มาตั้งสถานีพัฒนาประมงบึงบอระเพ็ดไว้ด้วย

     

    5. วัดเกรียงไกรกลาง ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตําบลเกรียงไกร ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ภายในวัดมีพระพุทธรูปสําริด ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย และวิหารเก่าสร้างใน สมัยรัชกาลที่ 5 ระหว่าง พ.ศ. 2400-2430 เป็นสิ่งก่อสร้างเดียวของวัดที่ยังไม่มีการบูรณะ มีรอยพระพุทธบาทจําลอง ประดิษฐานอยู่ภายใน มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธชาติชาดก

    พระประธานในวิหาร คือ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีประวัติที่น่าสนใจคือ เมื่อกรุงสุโขทัยใกล้เสื่อมอํานาจ ลง และมีภัยสงครามอยู่เป็นประจําชาวสุโขทัยจึงได้นําพระพุทธรูปล่องแพมาตามลําน้ำ และเมื่อมาถึงปากน้ำเชียงไกล แพจมลงจึงนําพระ พุทธรูปขึ้นและโบกปูนทับ เพื่อให้ปลอดภัยจากสงคราม จนกระทั่งเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พ.ศ.2147 ชาวบ้านได้สร้างวัดนี้ขึ้นตรงที่ ประดิษฐานพระพุทธรูป และนําพระพุทธรูปซ่อนไว้ในผนังพระอุโบสถเพื่อป้องกันภัยสงคราม และไม่มีใครล่วงรู้จนกระทั่งเวลาผ่านไปเปฝ้น ร้อยปี เมื่อ พ.ศ.2511 ได้มีการซ่อมผนังพระอุโบสถจึงพบแต่พระพุทธรูปปูนธรรมดา นานวันเข้าปูนกะเทาะออกจึงทราบว่าเป็นพระพุทธรูป ทองคํา

    บริเวณหน้าวัดมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจํานวนมาก และมีฟาร์มจระเข้ด้วย ตามปกติวิหารเก่า จะเปิดให้เข้าชมในช่วงเทศกาลเท่านั้น สําหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมช่วงนอกเทศกาลสามารถแจ้งทางวัดให้เปิดได้

    การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 225 สายนครสวรรค์-ชุมแสง ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอก ทางเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงตัววัดรวมระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร หรือเช่าเรือจากท่าน้ำเจ้าพระยา ล่องมาตาม ลําน้ำน่านขึ้นที่ท่าน้ำวัดเกรียงไกรกลาง

    วัดเกาะหงษ์

    6. วัดเกาะหงษ์ ในการเสด็จประพาสต้นทางเหนือของ " พระพุทธเจ้าหลวง " ได้เสด็จผ่านมาถึง " วัดบ้านเกาะ " หรือวัดเกาะหงษ์ " เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2449 ( ร.ศ 125 ) พระองค์นมัสการพระประธานในโบสถ์ และนมัสการ " หลวงปู่กัน" ซึ่งเป็นสมภารวัดในขณะนั้น โดยภายในพระอุโบสถ พระองค์ทรงเห็น " พระสังกัจจายน์ " ยืนมือกุมท้อง ทรงพอพระทัยเป็นอันมากจึงขอเชิญพระกัจจายน์ไป แล้วพระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน 1 ชั่ง ( 80 บาท ) เพื่อให้จัดสร้างขึ้นใหม่แทนซึ่งก็คือองค์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ความอัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งของวัดแห่งนี้ก็คือ การรักษาโรคด้วยวิธี " เหยียบฉ่า " โดยหมอจะนำเท้าจุ่มสมุนไพร แล้วนำไปเหยียบแผ่นเหล็กที่กำลังเผาไฟจนร้อนจัด ขณะเหยียบเหล็กจะเกิดเปลวไฟลุกท่วมเท้าเสียงดัง " ฉ่า " จากนั้นก็นำมาเหยียบให้ผู้ป่วยบริเวณที่มีการเจ็บป่วย ซึ่งนับว่าเป็นการรักษาโรคแบบโบราณที่มีความอัศจรรย์มาก ตามตำนานกล่าวว่าสืบทอดกันมากกว่า 100 ปี

    ภายในวัด มีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ดังนี้ ชมโบสถ์เก่าอายุกว่า 200 ปี กราบพระสังกัจจายน์ยืน ชมการ " เหยียบฉ่า " รักษาโรคอัมพฤกษ์อัมพาต และกราบหลวงพ่อกัน หลวงพ่ออินทร์ยอดเกจิอาจารย์ในอดีต การเดินทาง ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-อำเภอโกรกพระ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ระหว่างทางมีร้านค้าชุมชนขายผลไม้ตามฤดูกาล ห่างจากตัววัดประมาณ 7 กิโลเมตร

    วัดคีรีวงศ์

    5. วัดคีรีวงศ์ ตั้งอยู่บนเขาในเขตตัวเมืองนครสวรรค์ สร้างสมัยปลายกรุงสุโขทัย เดิมเป็นวัดร้างกลางป่าเขา มีพระธุดงค์แสวงบุญมาพบเมื่อปี 2504 ปัจจุบันเป็นสํานักปฏิบัติธรรมประจําจังหวัดนครสวรรค์ มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาปฏิบัติกิจกรรมทางพุทธศาสนาเป็นประจํา ภายใน
    บริเวณวัดประกอบด้วย พระอุโบสถ สมเด็จพระพุทธโคดมจําลอง ศาลาพุทธานุภาพ วิหารหลวงพ่อโต และพระจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งสร้างใน สมัยศตวรรษที่ ๑๙ ปลายกรุงสุโขทัยประมาณ 600 ปีมาแล้ว โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโก) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เป็นผู้ตั้งชื่อ ให้ และแนะนําให้สร้างพระจุฬามหาเจดีย์ไว้บนยอดเขา ภายในองค์พระเจดีย์ชั้น 4 มีพระพุทธรูปจําลองที่สําคัญของประเทศไทยไว้ให้ สักการะบูชา 4 องค์ คือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) พระพุทธชินราชจําลอง พระพุทธโสธรจําลอง และพระพุทธรูปหล่อ พ่อวัดไร่ขิง และภายในโดมเจดีย์ ได้วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระพุทธประวัติไว้ให้ชมด้วย โทร. 0 5622 2009, 0 5622 6199 หรือ http://www.kiriwong.net

    การเดินทาง จากสะพานเดชาติวงศ์ ใช้ถนนสายนครสวรรค์-พิษณุโลก ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา ประมาณ 800 เมตร อยู่ด้านซ้ายมือ

     
     

    Hot Promotion

    step-one-college

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 290 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 5,800 AUD$ (ประมาณ 168,200 บาท) เท่านั้น


    North Sydney English College

    เรียนภาษาอังกฤษ เพียง 140 AUD$ ต่อสัปดาห์ เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 2,800 AUD$ (ประมาณ 81,200 บาท) เท่านั้น ...


    Lloyds International School

    เรียน General English ที่คุ้มค่าที่สุด เพียง 180 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 3,600 AUD$ (ประมาณ 104,400 บาท) เท่านั้น ...


    Specialty Language Centre

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 170 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 3,400 AUD$ (ประมาณ 98,600 บาท) เท่านั้น


    Metro English Collage

    เรียน General English แบบประหยัด เพียง 220 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 4,400 AUD$ (ประมาณ 127,600 บาท) เท่านั้น ...


    The Meridian International School

    เรียนภาษาอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพกับ Meridian ด้วยราคาเพียง 275 AUD$ ต่อสัปดาห์เท่านั้น


    Windsor Institute of Commerce and Languages

    เรียน General English ที่มีคุณภาพสูง ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล นักเรียนมาจากหลากหลายประเทศ เพียง 215 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์ ราคา 4,300 AUD$ (ประมาณ 129,000 บาท) พร้อมหลักสูตรวิชาชีพ ราคา 2,200 AUD$ (ประมาณ 66,000 บาท) อีกมากมาย

    หลักสูตรแนะนำ

    TAFE NSW - Sydney Institute English Language Centre

    หลักสูตร General English แบบเข้มข้น และได้ผลอย่างแน่นอน กับสถาบันระดับเกรด A TAFE Sydney (TAFE SITEC) >> อ่านต่อ


    Insearch UTS

    ประสิทธิภาพสูงสุด รับรองผล 100% กับสถาบันเกรด A INSEARCH หลักสูตร General English และหลักสูตร Intensive DEEP สำหรับศึกษาต่อ University >> อ่านต่อ


    l หน้าแรก l ติดต่อเรา l ติดต่อโฆษณา l
    © 2004 - 2005 http://www.educatepark.com All Rights Reserved.