l หน้าแรก l ติดต่อเรา l เว็บเพื่อนบ้าน l
แหล่งรวมข้อมูล เรียนต่อ ออสเตรเลีย ศึกษาต่อ ประเทศออสเตรเลีย - EducatePark.com
Promotion for Australia
l ประเทศออสเตรเลีย l ประเทศอังกฤษ l ประเทศจีน l หลักสูตรการศึกษา l เรียนภาษา l เกร็ดความรู้ l ตั๋วเครื่องบิน l ข่าวสาร l เวปบอร์ด l สมัครงาน l เกมส์ l ติดต่อธุรกิจ
เรียนภาษาที่สิงคโปร์
หางาน สมัครงาน คิดถึงเรา ejobcorner.com
จดโดเมน 350 บาท ฟรีทันที โฮสติ้ง 5 MB siamdatanet.com
ฟังเพลง เพลงเก่า b4ninety.com
::

สัพเพเหระ

  • เรื่องน่ารู้  
  • เฮฮาออสซี่กับพี่หัวโต 
  • :: Powered by Google ::

    www educatepark
     
    จดโดเมน เพียง 270 บาท
    นครปฐม
    ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน
    สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า
     
     

    ประวัติความเป็นมา


    นครปฐม จังหวัดเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วยระยะทางประมาณ ๕๖ กิโลเมตร เป็นเมืองแห่งปูชนียสถานเก่าแก่ที่สำคัญคือ“พระปฐมเจดีย์” ซึ่งนับเป็นร่องรอยแห่งแรกของการเผยแพร่อารยธรรมพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศไทย ทั้งยังเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์มากมายไปด้วยผลไม้และอาหารขึ้นชื่อนานาชนิด เมืองนครปฐมเดิมตั้งอยู่ริมทะเลเคยเป็นเมืองเก่าแห่งหนึ่งซึ่งเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยทวาราวดีเพราะเป็นราชธานีที่สำคัญ มีหลักฐานเชื่อว่าศาสนาพุทธและอารยธรรมจากประเทศอินเดียเผยแพร่เข้ามาที่นครปฐมเป็นแห่งแรก โดยสันนิษฐานจากองค์พระปฐมเจดีย์และซากโบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบที่จังหวัดนครปฐม นครปฐมจึงเป็นศูนย์กลางของความเจริญ มีชนชาติต่างๆ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาเกิดความแห้งแล้งขึ้นในเมืองนครปฐม เพราะกระแสน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเปลี่ยนเส้นทาง ประชาชนจึงอพยพไปตั้งหลักแหล่งอยู่ริมน้ำ และสร้างเมืองใหม่ขึ้น ชื่อว่า “นครชัยศรี” หรือ “ศิริชัย” นครปฐมจึงกลายเป็นเมืองร้างมาหลายร้อยปี จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะที่ยังทรงผนวชได้เสด็จธุดงค์ไปพบพระปฐมเจดีย์และทรงเห็นว่าเป็นเจดีย์องค์ใหญ่ไม่มีที่ไหนจะเทียบเท่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ก่อเจดีย์แบบลังกาครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ ทรงปฏิสังขรณ์สิ่งต่าง ๆ ในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ให้มีสภาพดี และโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองเจดีย์บูชา เพื่อให้การคมนาคมสะดวกขึ้น

    ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เริ่มทำทางรถไฟสายใต้ แต่ตอนนั้นเมืองนครปฐมยังเป็นป่ารกอยู่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองจากตำบลท่านา อำเภอนครชัยศรี มาตั้งที่บริเวณพระปฐมเจดีย์เหมือนที่เคยตั้งมาแล้วในสมัยโบราณ เมืองนครปฐมจึงอยู่ต่อมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นที่ตำบลสนามจันทร์เป็นที่เสด็จแปรพระราชฐาน และโปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนเพิ่มขึ้นอีกหลายสาย ให้สร้างสะพานใหญ่ข้ามคลองเจดีย์บูชาขึ้น ทรงพระราชทานนามว่า “สะพานเจริญศรัทธา” ต่อมาให้เปลี่ยนชื่อเมือง “นครชัยศรี” เป็น “นครปฐม” แต่ชื่อมณฑลยังคงเรียกว่า “มณฑลนครชัยศรี” อยู่ จนกระทั่งยุบเลิกในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปัจจุบันนครชัยศรีมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นอยู่กับจังหวัดนครปฐม จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่ประมาณ ๒,๑๖๘.๓๒๗ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑,๓๕๕,๒๐๔ ไร่

    แบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครปฐม อำเภอพุทธมณฑล อำเภอสามพราน อำเภอนครชัยศรี อำเภอบางเลน อำเภอกำแพงแสน และอำเภอดอนตูม พื้นที่ทั่วไปของจังหวัดนครปฐมเป็นที่ราบลุ่ม ไม่มีภูเขา มีที่ดอนเฉพาะทางตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอเมืองและอำเภอกำแพงแสนเท่านั้น ส่วนที่ราบลุ่มบริเวณลุ่มน้ำท่าจีน (แม่น้ำนครชัยศรี) ได้แก่ ท้องที่อำเภอนครชัยศรี อำเภอสามพราน และอำเภอบางเลน เป็นที่อุดมสมบูรณ์ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรรม การทำสวน ทำไร่ และสวนผลไม้ โดยเฉพาะการปลูกส้มโอ ซึ่งนำชื่อเสียงมาสู่จังหวัดนครปฐมจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองส้มโอหวาน

    อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี
    ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสมุทรสาคร
    ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดนนทบุรีและกรุงเทพมหานคร
    ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดราชบุรี

     
     
     
     
     

    การเดินทาง

     
     
    แผนที่จังหวัดนครปฐม
     
    รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายเก่า สายถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านอ้อมน้อย อ้อมใหญ่ สามพราน ไปจนถึงจังหวัดนครปฐม หรือ เส้นทางสายใหม่ จากกรุงเทพฯ ถนนบรมราชชนนี ผ่านพุทธมณฑล นครชัยศรี ไปจนถึงตัวจังหวัดนครปฐม สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1543

    รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการรถไฟไปจังหวัดนครปฐมทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง โทร. 1690, 0 2220 4334 และที่สถานีรถไฟธนบุรี โทร. 0 2411 3102 หรือ www.railway.co.th

    อัตราค่าโดยสาร

    สถานีต้นทาง กรุงเทพ
    สถานีปลายทาง นครปฐม
    ระยะทาง 64 กิโลเมตร
    อัตราค่าโดยสาร (ไม่รวมค่าธรรมเนียม)
    ชั้นที่ 1 60 บาท
    ชั้นที่ 2 31 บาท
    ชั้นที่ 3 14 บาท

    รถโดยสารประจำทาง การเดินทางไปจังหวัดนครปฐม สามารถเดินทางได้จากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ตั้งแต่เวลา 05.30-23.15 น. ซึ่งมีรถโดยสารประจำทางปรับอากาศวิ่ง 2 เส้นทาง คือ
    สายเก่า (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม) มีรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น 2 สายกรุงเทพฯ-นครปฐม, กรุงเทพฯ-ราชบุรี, กรุงเทพฯ-บางลี่
    สายใหม่ (กรุงเทพฯ-พุทธมณฑล-นครชัยศรี-นครปฐม) สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น 1 สายกรุงเทพฯ-นครปฐม, กรุงเทพฯ-ด่านช้าง(สีน้ำเงิน) หรือ รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 สายกรุงเทพฯ-นครปฐม, สายกรุงเทพฯ-ดำเนินสะดวก, กรุงเทพฯ-เพชรบุรี ตั้งแต่เวลา 05.30-23.00 น. รถอกทุก 15 นาที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี โทร. 0 2435 5605, 0 2434 7192 และ นครปฐมทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2435 4971 นครปฐม โทร. 0 3424 3113 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th

    อัตราค่าโดยสาร

    เส้นทาง กรุงเทพ-นครปฐม
    ระยะเวลา 1.30 ชั่วโมง
    ราคา 59 บาท

    ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอใกล้เคียง

    อำเภอนครชัยศรี ๑๔ กิโลเมตร
    อำเภอพุทธมณฑล ๒๐ กิโลเมตร
    อำเภอสามพราน ๒๑ กิโลเมตร
    อำเภอกำแพงแสน ๒๖ กิโลเมตร
    อำเภอดอนตูม ๓๑ กิโลเมตร
    อำเภอบางเลน ๔๖ กิโลเมตร

    ระยะทางจากจังหวัดนครปฐมไปยังจังหวัดใกล้เคียง

    จังหวัดนนทบุรี ๖๕ กิโลเมตร
    จังหวัดสมุทรสาคร ๔๘ กิโลเมตร
    จังหวัดราชบุรี ๔๓ กิโลเมตร
    จังหวัดกาญจนบุรี ๑๑๒ กิโลเมตร
    จังหวัดสุพรรณบุรี ๑๖๐ กิโลเมตร

     
     
     
     

    ร้านอาหาร

     
     
     

    อำเภอเมือง

     
    กุ้งอบภูเขาไฟ ๘๘๕ ต.สนามจันทร์ ถ.เพชรเกษม โทร.๐ ๓๔๒๔ ๑๑๐๙,๐ ๓๔๒๕ ๕๐๔๑(เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารไทย, กุ้งอบภูเขาไฟ, ต้มยำมะพร้าวอ่อน, ปลาช่อนบ้านไร่, ปูหลน)
    ขนมจีนน้ำยาแกงไก่ ๑๑๑ ถ.หน้าวัง ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๘๓๒๑ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๑๓.๐๐ น.ขนมจีนแกงไก่)
    ข้าวหอม ๒๑๗-๑๙ ถ.เพชรเกษม ต.พระประโทน โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๘๗๕๘ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๔.๐๐ น.อาหารจีน, อาหารตามสั่ง)
    ครัวคุณไข่ ๑๓๕ ถ.ทรงพล ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๐๓๐๖ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารประเภทไข่ อาหารตามสั่ง)
    ครัวบ้านเอก ๑๔ ซ.สระแก้ว ต.พระประโทน โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๓๗๕๒ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๓.๐๐ น.อาหารตามสั่ง, อาหารไทย-จีน)
    ครัวสยาม ๒/๑-๕ ถ.ราชดำเนิน ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๒๒๓๐ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๓.๐๐ น. อาหารจีน, หูฉลาม, ปลิงน้ำแดง, ปลาช่อนโฮกฮือ)
    ครัวหญ้าคา ๑๒๐ ถ.พิพิฐประสาท ริมคลองเจดีย์บูชาซอย ๒ เยื้องสาธารณสุขประปานาสร้าง โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๕๐๐๘, ๐ ๙๗๗๒ ๑๐๔๗ ( เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๑๓.๐๐ น.อาหารไทยโบราณ, ผัดป่า, แกงป่า)
    ครัวเฮียตง ๔/๓ ม.๒ ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๕๔๕๓, ๐ ๙๗๗๓ ๑๖๒๑ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐- ๒๒.๐๐ น.คากิอบหมี่, ปลาม้าผัดพริกไทยดำ, ปลาหมอฉู่ฉี่, หมูแดดเดียว)
    ต.ณรงค์ษา ๙๘๔ ถ.เพชรเกษม ต.ห้วยจรเข้ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๘๑๓๕ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๐.๓๐ น. อาหารไทย-จีน, อาหารตามสั่ง)
    ตลาดโต้รุ่งองค์พระ ในช่วงเวลาเย็นของทุกวันระหว่างเวลา ๑๘.๐๐-๒๔.๐๐ น. บริเวณลานวัดพระปฐมเจดีย์จะมีร้านขายอาหารประเภทรถเข็นมาจำหน่ายอาหารต่างๆหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้าและมีขนมประเภทต่างๆ เช่น ขนมไทย น้ำแข็งใส โรตี ไอศกรีมลอยฟ้า อาหารแต่ละร้านมีรสชาติอร่อยถูกปาก เป็นสถานที่ที่ผู้มาเยือนจังหวัดนครปฐมไม่ควรพลาดในช่วงเวลาเย็น
    ทองดี ๒๗ ถ.พญากง (ใกล้ท่ารถปรับอากาศ นครปฐม-กรุงเทพฯ) โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๘๙๓๙,๐ ๑๘๘๐ ๐๒๓๑ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๙.๐๐ น.อาหารตามสั่ง, ข้าวแกง , ขนมเค้กไข่ไก่)
    นครอินทร์ ๕๕ ในโรงแรมนครอินทร์ ถ.ราชวิถี โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๑๑๕๒-๔ (เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๐๑.๐๐ อาหารตามสั่ง, อาหารไทย , อาหารจีน , อาหารฝรั่ง, อาหารญี่ปุ่น)
    นิวสุกี้บาร์บีคิว คาราโอเกะ ๓๔๘ ถ.เทศา ต.พระประโทน โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๐๑๖๓ , ๐ ๙๐๒๐ ๙๘๒๘ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๔.๐๐ น. สุกี้, บาร์บีคิว, หมูกระทะ)
    บ้านคุณปู่ ๙๖ ถ.นวเขต ต.พระประโทนโทร. ๐ ๓๔๒๕ ๑๙๙๗ (เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๒๓.๐๐ น. อาหารไทย-จีน, อาหารตามสั่ง, อาหารแนะนำ: ออส่วนกระทะร้อน, สาหร่ายทะเลยัดไส้)
    บ้านพงษ์แก้ว ๓๓/๑ ม.๑ ต.ถนนขาด โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๙๐๖๖ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารไทยพื้นบ้าน, แกงต่างๆ)
    บ้านสวนครัวไทย ๒๔/๒ ม.๕ ต.ทุ่งน้อย โทร. ๐ ๓๔๒๐ ๕๕๒๙ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๔.๐๐ น. อาหารไทย)
    ใบเมี่ยง ๖๑/๑๕-๑๖ ถ.ทรงพล ต.พระปฐมเจดีย์ โทร.๐ ๓๔๒๔ ๔๓๕๕ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๑.๐๐ น.อาหารเวียดนาม, อาหารแนะนำ: แหนมเนือง, เมี่ยงกุ้งสด)
    ปฐมโภชนา ๑ ๔๓/๙-๑๐ ถ.ราชดำเนิน ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๐๖๔ (เปิดบริการ ๐๖.๓๐-๑๗.๐๐ น. ข้าวขาหมู, ข้าวหน้าเป็ด, ข้าวมันไก่, ก๋วยเตี๋ยว)
    ปฐมโภชนา ๒ ๓๖๓/๑ ถ.มาลัยแมน ต.ลำพญา โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๓๗๔ (เปิดบริการ ๐๖.๓๐-๑๗.๐๐ น.ข้าวขาหมู, ข้าวหน้าเป็ด, ข้าวมันไก่, ก๋วยเตี๋ยว)
    พนิดาคาราโอเกะ ถ.ราชวิถี โทร.๐ ๓๔๒๕ ๑๗๐๕, ๐ ๓๔๒๔ ๑๒๕๘ (เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๒๑.๐๐ น. อาหารไทย-จีน,ขาหมูทอดกรอบ, ปูเป็น, ปลาเป็น)
    ริมคลอง ๗ ม.๙ ต.บางแขม โทร. ๐ ๓๔๒๗ ๐๓๓๐ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทยพื้นเมือง)
    ลมโชย ๕๙/๒ ถ.หน้าจวน ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๑๙๙๖ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.อาหารอีสาน)
    เล็กโภชนา ๑๓ ซ.โรงพยาบาลเก่า ถ.ราชดำเนิน โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๗๓๙๑ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ข้าวมันไก่,ข้าวหน้าเป็ด,ข้าวหมูแดง)
    สวนกล้วย ๑๙๑ ถ.๒๕ มกรา ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๓๔๒๐, ๐ ๓๔๕๒ ๕๑๒๐ (เปิดบริการ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารตามสั่ง, อาหารอีสาน)
     

    อำเภอพุทธมณฑล

     
    พุทธรักษา ๒ ๑๓๕/๑๕๖ ม.๖ ต.ศาลายา โทร. ๐ ๒๔๔๑ ๐๓๔๐ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๒๓.๐๐ น. ก๋วยเตี๋ยวเป็ด)
    ศรีสุวรรณ ๑๑/๑ ม.๖ ต.ศาลายา โทร. ๐ ๒๔๔๑ ๙๒๔๓ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๔.๐๐ น. อาหารไทยพื้นเมือง, อาหารจีน , อาหารอีสาน)
    หูฉลามฮั่วเซ่งฮง ๒๐๐/๕๒-๕๖ ม.๙ ถ.พุทธมณฑลสาย๔ ต.ศาลายา (ตรงข้าม ม.มหิดล) โทร. ๐ ๒๔๔๑ ๐๖๙๕-๗ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารจีน, อาหารตามสั่ง, หูฉลามกระเพาะปลา)
     

    อำเภอสามพราน

     
    ชวัล ๕๒/๒ ม.๕ ต.หอมเกร็ด โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๓๗๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทย)
    พิณทองเรือนแพกุ้งเผา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ หลังที่ว่าการ อ.สามพราน โทร. ๐ ๓๔๓๒ ๔๖๗๙ (เปิดบริการ ๐๙.๓๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารทะเล, ขาหมูทอด, ลาบปลาช่อน)
    แพโพธิ์แก้ว ๙/๑ ม.๓ ต.ท่าตลาด โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๑๗๐๕, ๐ ๓๔๓๑ ๑๐๔๖ (เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๒๒.๓๐ น. อาหารไทย, อาหารทะเล, อาหารตามสั่ง, กุ้งเป็น, ปลาเป็น)
    แพสามพราน (ในสวนสามพราน) กม.๓๒ ถ.เพชรเกษม ต.ยายชา โทร. ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๘๘–๙๓ (ห้องอาหารไทยเปิดบริการทุกวัน เว้นวันจันทร์ ๑๗.๐๐-๒๒.๐๐ น.)
    โรสการ์เด้น กม.๓๒ ถ.เพชรเกษม ต.ยายชา โทร. ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๘๘–๙๓ โทรสาร ๐ ๓๔๓๒ ๒๗๗๕ (ห้องอาหารไทย/ญี่ปุ่น เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๑๔.๓๐ น., ห้องอาหารนานาชาติ เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.)
    ส้มแก้ว ๑๘/๖ ม.๒ ริม ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี โทร. ๐ ๒๘๘๙ ๔๑๕๒ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๓๐ น.อาหารไทย ,อาหารแนะนำ: กุ้งกระทะ, ปลาทับทิมนึ่งซีอิ้ว, นกกระจอกเทศผัดพริกไทยดำ)
     

    อำเภอนครชัยศรี

     
    ก๋วยเตี๋ยวไก่ (หลังสถานีรถไฟงิ้วราย) ถ.เลียบทางรถไฟ ต.งิ้วราย โทร. ๐ ๑๔๕๗ ๘๐๒๐, ๐ ๖๐๖๗ ๒๒๘๖ (เปิดบริการทุกวัน เว้นวันพุธ เวลา ๐๗.๐๐-๑๒.๐๐ น. ก๋วยเตี๋ยวไก่)
    คุณแมว เปิดบริการทุกวันเวลา ๐๘.๓๐-๑๔.๐๐ น. (ก๋วยเตี๋ยวไก่ ก๋วยจั๊บไก่น้ำใส เลือด ปีก ขาไก่)
    ครัวเรือนน้ำ ๑๑/๒ ม.๓ ต.ขุนแก้ว โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๕๘,๐ ๓๔๒๓ ๒๘๘๓ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐– ๒๒.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารทะเล, อาหารจีน, อาหารแนะนำ: ลาบปลาช่อน)
    คุณป้อม ๑๕๒ ม.๑ ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๒ ๘๓๗๙ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๗.๓๐ น. อาหารตามสั่ง),ร้านน้ำเปิดบริการ ๐๕.๓๐ - ๐๖.๓๐ น.)
    ติ๊กโภชนา ๙๓/๑๑ ม.๑ ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๗๕๓ (เปิดบริการ ๐๙.๓๐-๒๐.๐๐ น. อาหารแนะนำ : ปลาช่อนแช่น้ำปลาทอด, ต้มยำกุ้ง)
    แพพิณทอง หลังที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ถ.ริมเขื่อน ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๐๒๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๓๐ น. อาหารตามสั่งไทย,อาหารจีน,อาหารอีสาน)
    แพแม่น้ำ ๑๙/๒ ม.๓ ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๘๖๗๑-๒ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารจีน, อาหารทะเล , อาหารตามสั่ง)
    แพศรีวิชัย ๒๙/๑ ม.๓ พุทธมณฑลสาย ๗ ต.ขุนแก้ว โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๙๗๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทย, อาหารจีน, อาหารตามสั่ง)
    แพห้วยพลู ๑๐ ม. ๔ ต.ห้วยพลู โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๙๗๓๕, ๐ ๑๗๒๖ ๘๒๙๘ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๒๒.๐๐ น.อาหารไทย-จีน)
    สวนอาหารบ้านเรา ๒๙/๓ ม.๑ ต.ไทยาวาส โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๙๕๕๗ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๒๓.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารตามสั่ง, อาหารแนะนำ: ปลาช่อนต้มแห้ง, ปลาตะเพียนไร้ก้าง)
    สีฟ้า ๑๒๖ ม.๑ ตลาดท่านา ต.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๒๓๓, ๐ ๑๔๔๘ ๘๘๑๑ (เปิดบริการ ๐๙.๐๐-๒๐.๐๐ น.อาหารไทย, อาหารทะเล, อาหารแนะนำ: กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม, ไข่เจียวเห็ดเข็มทอง)
     

    อำเภอบางเลน

     
    ครัวช่อแก้ว ๓๐๐/๓๕ ม.๘ ต.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๔๘๔๗ (เปิดบริการ ๑๐.๓๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารจีน, อาหารฝรั่ง)
    แซบอีหลี ๑๙๒/๕๖-๕๗ ม.๘ ต.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๔๓๘๘ (รับจัดโต๊ะจีน)
    นิ่มอนงค์ ๒๙๒/๙๒-๙๓ ม.๘ ต.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๔๕๙๘–๙ (เปิดบริการ ๑๖.๐๐-๒๓.๐๐ น. ย่างเกาหลี)
    สมชัย (โกเท้) ๑๘/๑๓ ม.๑ ต.บางภาษี โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๕๓๕, ๐ ๓๔๒๓ ๔๒๕๖ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทยกึ่งจีน)
     

    อำเภอกำแพงแสน

     
    กาญจนา ๑๒๘ ม.๓ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๔๑๗ (เปิดบริการ ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น. อาหารไทย, อาหารตามสั่ง)
    ครัวสมถวิล ๑๕๘ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๖๓๕ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๑.๐๐ น. อาหารไทย)
    ครัวแสนไท ๒๐๐ ม.๓ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๑๘๗๗, ๐ ๙๕๑๙ ๔๑๗๘ (เปิดบริการ ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารไทย-จีน)
    บ้านริมน้ำ ๕๗/๑ ม.๒ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๐๗๗ (เปิดบริการ ๑๑.๐๐-๑๗.๐๐ น. อาหารตามสั่ง)
    พยุงโภชนา ๑๒๘ ม.๓ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๔๑๗ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๐๘.๐๐ น.ข้าวแกง)
     

    อำเภอดอนตูม

     
    ครัวผ่องศรี ๑๘๒/๑ ม.๔ ต.ห้วยพระ โทร. ๐ ๓๔๓๘ ๑๙๕๗ (เปิดบริการ ๑๓.๐๐-๒๒.๐๐ น. อาหารตามสั่ง, อาหารไทย, อาหารอีสาน)
     
     
     
     

    ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

     
     
    กลุ่มสตรีสีเขียวบ้านเกาะแรต ๑๔๐ ม.๑๒ ต.บางปลา อ.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๓๐ ๑๓๕๙, ๐ ๓๔๓๙ ๑๓๖๗
    ขนมเปี๊ยะบางเลน ๑๕๓ ม.๘ ต.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๓๐๓ (เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. ขนมเปี๊ยะอย่างเดียว)
    ขนมบ้านขุนแก้ว ๖๐/๑ ม.๓ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๒๒๖๓ โทรสาร ๐ ๓๔๓๓ ๒๖๖๓ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๘๕ ๐๖๙๕ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๙.๐๐ น.)
    ข้าวเหนียวย่างอารีย์ ๓๔ ถ.ทรงพล ต.ลำพญา โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๖๑๙ (เปิดบริการ ๐๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. ข้าวเหนียวย่าง, วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน)
    น้องเนยเบเกอรี่ ๗๘/๒๙ ถ.ราชวิถี อ.เมือง โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๒๑๕๒, ๐ ๑๘๑๕ ๗๗๗๒
    วุ้นคุณอุ๊ ๗๑/๙ ถ.เทศา ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๗๓๔๘ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๒๐.๓๐ น. วุ้นอย่างดียว)
    กุนเชียงหมู ๖๔/๔๐ ม.๓ ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๔๙๑ (เปิดบริการ ๐๖.๐๐-๒๐.๓๐ น. กุนเชียงหมูอย่างเดียว)
    ตั้งฮะเฮง ๓๘๓/๑ ถ.พระงาม ๔ ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๖๔๕๒, ๐ ๓๔๒๕ ๙๐๖๔ (เปิดบริการ ทุกวัน ๐๖.๐๐-๒๐.๐๐ น. โรงงานผลิตหมูแผ่น หมูหย็อง หมูสวรรค์)
    น้ำพริกแม่ศรี/เบเกอรี่ ๓๗ ถ.ซ้ายพระ ต.พระปฐม อ.เมือง โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๘๖๑, ๐ ๓๔๒๕ ๗๔๗๘ (เปิดบริการ ๐๗.๐๐-๑๙.๐๐ น.)
    ลิ้มย่งสุน ๖๓๒/๒๔ ถ.ทหารบก ซ.ปรีชา ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๑๓๕๕, ๐ ๓๔๒๕ ๖๑๖๒ (เปิดบริการ ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. หมูหย็อง, หมูแผ่น, กุนเชียง)
    ฉวี แม้นท่าไม้ ๕๑/๑ ม.๑ ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๒๒ (เปิด ๒๔.ชม.)
    ศิริพร รัตนศรี อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๒๒
    ทิพวัน แสงอำไพ อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๐๕, ๐ ๑๔๘๖ ๓๘๘๖
    คุณลุงเริงชัย-คุณป้าพยอม แจ่มนิยม บ้านลานแหลม ๙/๑ ม.๔ ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๖๐๘๖, ๐ ๑๙๙๑ ๖๐๘๔ (หัตถกรรมในครัวเรือนทำ-ขายในบ้าน) เปิดบริการ ๒๔ ชม.
    อาจารย์ละออรัตน์ ๑๕ ม.๑๑ ต.คลองนกกระทุง อ.บางเลน โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๑๕๕ (หัตถกรรมในครัวเรือนทำ-ขายในบ้าน)
    คุณทิพวัน แสงอำไพ ๘๓ ม.๒ ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๒๓ ๒๕๐๕, ๐ ๙๗๗๗ ๓๔๖๘
     
     
     
     

    สถานที่พัก

     
     
     

    อำเภอเมือง

     
    ก. เอราวัณ ๗๘ ถ.คตกฤช ต.ห้วยจรเข้ โทร. ๐ ๓๔๒๕๓๘๓๘-๙, ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๗๑-๔ โทรสาร ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๓๙ จำนวน ๑๑๐ ห้อง ราคา ๒๑๐–๓๘๐ บาท
    ชวนดี บังกะโล ๔๕๓ ถ.ทรงพล ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๐๘๓๕ โทรสาร ๐ ๓๔๒๑ ๙๐๙๕ จำนวน ๖๘ ห้อง ราคา ๑๖๐–๔๖๐ บาท
    ซันย่า ๑๑๔ ถ.ทรงพล ต.ลำพญา โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๘๖๐๑ จำนวน ๑๖ ห้อง ราคา ๑๒๐-๒๕๐ บาท
    ทานตะวัน ๒ ถ.ยิงเป้า ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๐๓๔๓-๔, ๐ ๓๔๒๕ ๖๕๑๗, ๐ ๓๔๒๕ ๖๗๕๐ โทรสาร ๐ ๓๔๒๑ ๐๓๔๔จำนวน ๓๓ ห้อง ราคา ๓๕๐–๔๐๐ บาท
    นครอินทร์ ๕๕ ถ.ราชวิถี โทร. ๐ ๓๔๒๑ ๐๔๘๙-๙๓, ๐ ๓๔๒๕ ๑๑๕๒-๔ โทรสาร ๐ ๓๔๒๕ ๔๙๙๘จำนวน ๗๐ ห้อง ราคา ๕๒๕-๖๐๐ บาท
    พิมาน ๔๘๓ ถ.เพชรเกษม (สายนอก) โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๓๕๕๕, ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๗๕-๖, ๐ ๓๔๒๕ ๗๘๙๒ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๑๘๐-๓๖๐ บาท
    พานทอง ๑ ซ.เพชรเกษม ถ.เพชรเกษม โทร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๓๒๖, ๐ ๓๔๒๕ ๖๗๗๕ โทรสาร. ๐ ๓๔๒๕ ๖๗๗๕ จำนวน ๕๙ ห้อง ราคา ๓๕๐ บาท
    มิตรไพศาล ๑๒๐/๓๐ ถ.พญาพาน ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๔๒๒, ๐ ๓๔๒๕ ๕๔๔๔, ๐ ๓๔๒๔ ๓๑๒๒ จำนวน ๕๙ ห้อง ราคา ๒๐๐–๓๕๐ บาท
    มิตรสัมพันธ์ ๒/๑๑-๑๓ ถ.หลังพระ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๑๔๒๒, ๐ ๓๔๒๕ ๒๐๑๐ จำนวน ๑๑ ห้อง ราคา ๑๕๐–๒๐๐ บาท
    ริเวอร์ ๑๑๕๖ ถ.เพชรเกษม ต.สนามจันทร์ โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๐๔๔๐-๕ โทรสาร. ๐ ๓๔๒๕ ๔๓๑๐ จำนวน ๑๕๔ ห้อง ราคา ๓๖๐-๑,๐๐๐ บาท
    โรสอินน์ ๑๕๑-๗๕ ถ.ราชวิถี จำนวน ๕๗ ห้อง ราคา ๕๐๐ บาท
    เวล ๑๕๑/๗๙ ถ.ราชวิถี โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๐๒๑๓–๑๗, ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๕๕–๖๓ โทรสาร ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๖๔ www.whale.co.th, E-mail: info@whale.co.th จำนวน ๒๕๑ ห้อง ราคา ๗๐๐-๑,๘๐๐ บาท
    สุธาทิพย์ ๔๒–๔๔ ถ.เทศบาล ต.พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๒๔๒ จำนวน ๓๔ ห้อง ราคา๑๕๐-๓๐๐ บาท
    สยาม ๒/๑-๕ ถ.ราชดำเนิน โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๑๗๕๔, ๐ ๓๔๒๕ ๒๒๓๐ โทรสาร ๐๓๔๒๕ ๗๑๓๗ จำนวน ๔๓ ห้อง ราคา ๒๐๐-๓๐๐ บาท
     

    อำเภอพุทธมณฑล

     
    เดอะ รอยัล เจมส์ ลอด์จ ๒๐๐๐ ๑๗๐/๑๔๘ ม.๓ ต.ศาลายา โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๗๗๒๓-๖ โทรสาร ๐ ๒๔๒๙ ๘๑๕๕ จำนวน ๕๙ ห้อง ราคา ๑,๙๐๐-๕,๐๐๐ บาท
    ศาลายา พาวิลเลี่ยน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ๙๙๙ ถ.พุทธมณฑลสาย ๔ ต.ศาลายา โทร.
    ๐ ๒๔๔๑ ๐๕๖๘-๙ โทรสาร ๐ ๒๔๔๑ ๐๕๕๔ E-mail: rsvn@salayapavilion.com หรือ www.salayapavilion.com จำนวน ๑๗ ห้อง ราคา ๑๗๐๐-๔,๐๐๐ บาท
     

    อำเภอสามพราน

     
    ดรีม ๑๐/๙๓ ม.๘ ถ.เพชรเกษม โทร. ๐ ๒๔๒๐ ๐๐๘๕ โทรสาร ๐ ๒๔๓๑ ๒๐๒๒ จำนวน ๕๐ ห้อง ราคา ๑๗๐-๕๖๐ บาท
    โรส การ์เด้น ริเวอร์ไซด์ ๒๑ ม.๒ ถ.เพชรเกษม โทร. ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๔๔-๗, ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๘๘-๙๓ โทรสาร ๐ ๓๔๓๒ ๒๗๗๕ โทรสาร ๐ ๒๒๙๔ ๖๘๔๒ หรือ www.rose-garden.com จำนวน ๑๘๕ ห้อง และบ้านทรงไทย ๖ หลัง ๓-๔ ห้องนอน ราคา ๓,๐๐๐-๒๖,๐๐๐ บาท
    ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล “บ้านผู้หว่าน” ๒/๔ ม.๖ ต.ท่าข้าม โทร.๐ ๒๔๒๙ ๐๑๒๔–๓๓ โทรสาร ๐ ๒๔๒๙ ๐๑๒๐ จำนวน ๑๕๐ ห้อง (รับจัดประชุมสัมมนา) ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนและประเภทอาหารที่เลือก
     

    อำเภอนครชัยศรี

     
    กรีน เฮ้าส์ บังกะโล ๖๓/๔๓ ม.๓ ต.บางกระเบา โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๔๘๙ จำนวน ๑๔ ห้อง ราคา ๑๒๐–๒๕๐บาท
    แพศรีวิชัย ๒๙/๑ ม.๓ ถ.พุทธมณฑลสาย ๗ ต.ขุนแก้ว โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๙๗๘ แพจำนวน ๓ หลัง ราคา ๔๐๐-๘๐๐ บาท
    สนามสุวรรณกอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ อ.นครชัยศรี โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๙๓๓๓ โทรสาร ๐ ๓๔๓๓ ๙๔๕๑ จำนวน ๓๐ ห้อง
     

    อำเภอกำแพงแสน

     
    สหมิตร บังกะโล ๑๕๕ ม.๑ ถ.สุขาภิบาล ๘ ต.กำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๑๖๔ จำนวน ๒๐ ห้อง ราคา ๑๘๐–๓๖๐ บาท
    แสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม สำนักส่งเสริมและฝึกอบรมกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โทร. ๐ ๓๔๓๕ ๑๔๐๐, ๐ ๓๔๓๕ ๕๑๖๙, ๐ ๓๔๓๕ ๕๑๗๐ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๔๒ ๘๐๐๔-๑๙ ต่อ ๓๘๒๙, ๓๘๓๕ จำนวน ๑๓๓ ห้อง ราคา ๘๐-๙๖๐ บาท
     

    อำเภอดอนตูม

     
    ศูนย์พักผ่อนนครปฐม ๑๔๕ ม.๕ ต.ห้วยพระ โทร.๐ ๓๔๒๙ ๖๙๖๗-๘ จำนวน ๑๔๐ ห้อง ราคา ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท (มีห้องสัมมนา จำนวน ๑๕๐ คน ราคา ๕,๐๐๐ บาท)
     
     
     
     

    หมายเลขโทรศํพท์สำคัญ

    • สำนักงานจังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๓๔ ๐๐๐๓-๔
    • ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๓๔ ๐๐๑๑-๑๒
    • เทศบาลเมืองนครปฐม ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๕๐-๔
    • โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ๐ ๓๔๒๕ ๔๑๕๐-๔
    • โรงพยาบาลสนามจันทร์ ๐ ๓๔๒๑ ๙๖๐๐
    • โรงพยาบาลนครชัยศรี ๐ ๓๔๓๓ ๑๑๕๖, ๐ ๓๔๓๓ ๑๑๕๒
    • โรงพยาบาลสามพราน ๐ ๓๔๓๑ ๑๐๒๑, ๐ ๓๔๓๒ ๑๙๙๘
    • โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ ๐ ๓๔๓๒ ๑๙๘๔-๕, ๐ ๓๔๓๒ ๕๔๕๖-๖๙
    • โรงพยาบาลบางเลน ๐ ๓๔๒๓ ๔๗๙๗-๘
    • โรงพยาบาลศาลายา ๐ ๓๔๒๙ ๗๐๖๘-๙
    • สถานีตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๒๔ ๒๘๘๖, ๐ ๓๔๕๑ ๑๕๖๐
    • ตำรวจภูธรภาค ๗ ๐ ๓๔๒๔ ๓๗๕๑-๒, ๐ ๓๔๒๔ ๑๔๒๖
    • ที่ทำการไปรษณีย์นครปฐม ๐ ๓๔๒๕ ๑๙๘๖, ๐ ๓๔๒๔ ๒๓๕๖
    • สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง ๐ ๓๔๕๑ ๑๕๕, ๐ ๓๔๕๑ ๔๔๓๘
    • สถานีรถไฟจังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๒๔ ๒๓๐๕
    • สำนักงานขนส่งนครปฐม ๐ ๓๔๒๔ ๑๓๗๘
    • ศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ จังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๓๔ ๐๐๖๕ ๖๖
    • หอการค้าจังหวัดนครปฐม ๐ ๓๔๒๕ ๔๒๓๑, ๐ ๓๔๒๕ ๔๖๔๗, ๐ ๓๔๒๑ ๐๒๓๐
    • ตำรวจท่องเที่ยว ๑๑๕๕
    • ตำรวจทางหลวง ๑๑๙๓
     
     
     
     
     

    เทศกาลประเพณี

     
    งานเทศกาลอาหารและผลไม้นครปฐม จัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ผลไม้ที่นิยมปลูกในจังหวัดนครปฐม ได้แก่ ส้มโอ มะพร้าวน้ำหอม ฝรั่ง กล้วย เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ได้แก่ กุนเชียง หมูแผ่น หมูหยอง ฯลฯ ในงานมีการประกวดโต๊ะจีนและผลไม้ต่าง ๆ
    งานประเพณีสงกรานต์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓-๑๗ เมษายน ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์มีกิจกรรม ได้แก่ การจัดตกแต่งขบวนแห่สงกรานต์ ขบวนมังกร และสิงโต การทำบุญสรงน้ำพระพุทธรูปพระร่วงโรจนฤทธิ์ ก่อพระเจดีย์ทราย มีมหรสพ และการละเล่นพื้นเมือง
    งานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ช้าง และประกวดราชินีช้าง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ ๑ พฤษภาคมของทุกปี ที่ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณแก่ช้างภายในฟาร์ม มีการการประกวดราชินีช้างของสาวหุ่นตุ้ยนุ้ย เพื่อหาผู้ที่สามารถถ่ายทอดบุคลิก ความน่ารักอ่อนโยน นุ่มนวล
    งานนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง จัดขึ้นที่วัดไร่ขิง อำเภอสามพราน ระหว่างวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ถึงวันแรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกปี มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าจากหน่วยงานต่าง ๆ และเกษตรกรผู้ผลิต มีการประกวดผลไม้ และมีมหรสพในเวลากลางคืน
    งานประเพณีนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น ๑๒ ค่ำ ถึงแรม ๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ และกลางคืนมีมหรสพ
    งานประเพณีลอยกระทง จัดขึ้นในช่วงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เดือนพฤศจิกายนของทุกปี บริเวณพระราชวังสนามจันทร์ กิจกรรมที่จัด ได้แก่ การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทง การประกวดโคมแขวน และมีการละเล่นพื้นบ้าน
     
     
     
     

    สถานที่ท่องเที่ยว

     
     

    อำเภอเมือง

     
    วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งถือว่าเป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จังหวัดนครปฐมได้ใช้พระปฐมเจดีย์เป็นตราประจำจังหวัด พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อพ.ศ. ๒๓๙๖ โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิมซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีฐานแบบโอคว่ำและมียอดปรางค์อยู่ข้างบน สันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ ๔ เนื่องจากรูปร่างของเจดีย์แบบโอคว่ำ มีลักษณะคล้ายกับสาญจีเจดีย์ในอินเดียซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช การก่อสร้างเจดีย์ครอบองค์ใหม่เสร็จเรียบร้อยในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อพ.ศ. ๒๔๑๓ รวมเวลาก่อสร้าง ๑๗ ปี พระเจดีย์องค์ใหม่มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลม รูประฆังคว่ำแบบลังกา มีความสูงจากพื้นดินถึงยอดมงกุฎ ๓ เส้น ๑ คืบ ๑๐ นิ้ว (หรือประมาณ ๑๒๐.๕ เมตร) ฐานวัดโดยรอบได้ ๕ เส้น ๑๗ วา ๓ ศอก (หรือประมาณ ๒๓๓ เมตร) ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงบูรณะวัดพระปฐมเจดีย์ให้สง่างามมากขึ้น และถือว่าวัดพระปฐมเจดีย์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๖ พระปฐมเจดีย์ เปิดตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐-๒๐.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวต่างประเทศ ๒๐ บาท ประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานจัดประโยชน์และรักษาองค์พระปฐมเจดีย์ โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๑๔๓ และภายในวัดพระปฐมเจดีย์ยังมีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆให้ชม เช่น พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย ประดิษฐานในซุ้มวิหารทางทิศเหนือหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๖ โดยได้พระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท มาจากเมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำรูปปั้นขี้ผึ้งปฏิสังขรณ์ให้บริบูรณ์เต็มองค์ ทำพิธีหล่อที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อพ.ศ. ๒๔๕๖ แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในซุ้มวิหารด้านทิศเหนือตรงกับบันไดใหญ่ และพระราชทานนามว่า “พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรมโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร” และที่ฐานพระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
    พิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่บริเวณชั้นลดด้านทิศตะวันออกตรงข้ามพระอุโบสถ ภายในเก็บวัตถุโบราณที่ขุดพบได้จากสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดนครปฐมทั้งสมัยบ้านเชียง สมัยทวารวดี เช่น พระพุทธรูป หินบดยา ลูกประคำดินเผา กำไลข้อมือ เงินโบราณ ฯลฯ และยังเป็นที่เก็บหีบศพของย่าเหลและโต๊ะหมู่บูชาซึ่งใช้ในพิธีศพของย่าเหลซึ่งเป็นสุนัขที่รัชกาลที่ ๖ ทรงโปรดปรานมากและถูกคนลอบยิงตาย พระองค์ทรงเสียพระทัยมาก โปรดฯให้สร้างอนุสาวรีย์ไว้อาลัย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. (ปิดช่วงเวลา ๑๒.๐๐–๑๓.๐๐)
    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่ในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ด้านทิศใต้เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ ๒ ชั้น โบราณวัตถุที่รวบรวมได้ในระยะแรกได้ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่ระเบียงคตรอบองค์พระปฐมเจดีย์ กระทั่งพ.ศ. ๒๔๕๔ จึงได้ย้ายไปไว้ในวิหารตรงข้ามพระอุโบสถ ซึ่งต่อมาเรียกว่า พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน ( ปัจจุบันยังคงเป็นพิพิธภัณฑสถานในความดูแลของวัดพระปฐมเจดีย์) พ.ศ. ๒๔๗๗ ได้ยกฐานะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในความดูแลของกรมศิลปากร และเมื่อจำนวนโบราณวัตถุเพิ่มมากขึ้น อาคารหลังเดิมคับแคบ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๐ กรมศิลปากรได้รับงบประมาณให้สร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานหลังปัจจุบันขึ้น และเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุจากหลังเดิมมาจัดแสดงไว้ที่นี่ โดยโบราณวัตถุส่วนใหญ่เป็นหลักฐานในวัฒนธรรมทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖) การจัดแสดงแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ แนะนำลักษณะทั่วไปของจังหวัดนครปฐม ประวัติความเป็นมาของดินแดนแห่งนี้ การตั้งถิ่นฐานของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ การติดต่อรับพุทธศาสนาและวัฒนธรรมจากอินเดียเข้ามาผสมผสานกับความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่น ภาพปูนปั้นรูปชาวต่างประเทศ ศิลาจารึกที่พบบริเวณเมืองโบราณนครปฐม ส่วนที่ ๒ เสนอเรื่องราวด้านศาสนาและความเชื่อของชุมชนทวารวดีที่นครปฐมสะท้อนผ่านงานศิลปกรรมประเภทต่างๆ โบราณวัตถุที่จัดแสดงในส่วนนี้ประกอบด้วย ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมและประติมากรรมประเภทต่างๆ เช่น พระพุทธรูป ภาพสลักเล่าเรื่องพุทธประวัติ ภาพปูนปั้นเรื่องชาดกประดับฐานเจดีย์และธรรมจักร ส่วนที่ ๓ เรื่องราวของนครปฐมหลังความรุ่งเรืองสมัยทวารวดี จนถึงสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าให้ปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์และเป็นงานสำคัญที่สืบเนื่องต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงที่นครปฐมได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมณฑลนครชัยศรี และในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ก่อสร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้น เมืองนครปฐมได้รับการพัฒนาเรื่อยมา สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๒๗ ๐๓๐๐, ๐ ๓๔๒๔ ๒๕๐๐ โทรสาร ๐ ๓๔๒๔ ๒๕๐๐ พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันจันทร์ อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท
    พระราชวังนครปฐม อยู่ทางทิศตะวันออกไม่ห่างจากวัดพระปฐมเจดีย์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งสำนักงานเทศบาลนครนครปฐม สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวถึงเหตุที่สร้างพระราชวังแห่งนี้ไว้ในหนังสือเรื่องตำนานวังเก่าว่า เนื่องมาจากในช่วงที่มีการปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์ การไปมาระหว่างกรุงเทพฯและนครปฐมไม่สะดวก ต้องค้างคืนกลางทางหนึ่งคืน จำเป็นต้องสร้างที่ประทับแรมขึ้นในบริเวณนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชวังขึ้นที่บริเวณพระปฐมเจดีย์ทำนองเดียวกับพระราชวังที่พระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาทรงสร้างบริเวณริมพระพุทธบาท และทรงพระราชทานนามว่า “พระนครปฐม” และโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองมหาสวัสดิ์และคลองเจดีย์บูชา ทำให้การคมนาคมระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังนครปฐมสะดวกขึ้น
     
    เนินวัดพระงาม ตั้งอยู่ที่วัดพระงาม(วัดโสดาพุทธาราม) ตำบลนครปฐม ไม่ไกลจากสถานีรถไฟนครปฐม เป็นสถานที่ที่ค้นพบพระเจดีย์ขนาดสูงใหญ่สมัยทวาราวดีและยังขุดค้นพบโบราณวัตถุต่างๆ เช่น พระพุทธรูปศิลาหักพัง พระเสมาธรรมจักร กวางหมอบ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ และพระพิมพ์ดินเผาซึ่งเป็นของเก่าแก่ฝีมืองดงามมากยากจะหาที่อื่นเทียบได้ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่า ที่เรียกว่า วัดพระงาม นั้นเพราะพระพุทธรูปดินเผาที่ขุดได้จากบริเวณวัดนี้งามเป็นเลิศนั่นเอง ปัจจุบันบางส่วนเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และหลายชิ้นเก็บไว้ที่องค์พระปฐมเจดีย์ โบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในบริเวณนี้ล้วนแต่เป็นวัตถุเก่าสมัยทวาราวดีซึ่งเป็นสมัยเดียวกับวัตถุที่ค้นพบบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์

    พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชวังสนามจันทร์) ตั้งอยู่ในตัวเมือง ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๘๘๘ ไร่ ๓ งาน ๒๔ ตารางวา พระราชวังแห่งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ โดยหลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลปี) ซึ่งต่อมาเลื่อนยศเป็นพระยาศิลป์ประสิทธิ์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง พระที่นั่งเมื่อแรกสร้างมีเพียง ๒ พระที่นั่ง ได้แก่ พระที่นั่งพิมานปฐม และพระที่นั่งอภิรมย์ฤดี และพระราชทานนามตามประกาศลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ และต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธียกพระมหาเศวตฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระแท่นรัตนสิงหาสน์ ภายในพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๖

    การสร้างพระราชวังแห่งนี้มีมูลเหตุจูงใจมาจากการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งทำให้พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยเมืองนครปฐมเป็นอย่างยิ่งทรงเห็นว่าเป็นเมืองที่เหมาะสมสำหรับประทับพักผ่อนเนื่องจากมีภูมิประเทศที่งดงาม ร่มเย็น นอกจากนี้ยังทรงมีพระราชดำริที่ลึกซึ้ง นั่นก็คือ ทรงเห็นว่านครปฐมเป็นเมืองที่มีชัยภูมิเหมาะสำหรับต้านทานข้าศึกซึ่งจะยกเข้ามาทางน้ำได้อย่างดี ด้วยทรงจดจำเหตุการณ์ เมื่อ ร.ศ.๑๑๒ ที่ฝรั่งเศสนำเรือรบเข้ามาปิดปากอ่าวไทยได้ และไม่ต้องการที่จะให้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพดังกล่าว จึงตั้งพระทัยที่จะสร้างพระราชวังสนามจันทร์ไว้สำหรับเป็นเมืองหลวงที่สองหากประเทศชาติประสบปัญหาวิกฤติ

    พระราชวังสนามจันทร์ มีอาณาเขตกว้างขวางประกอบด้วยสนามใหญ่อยู่กลาง มีถนนโอบเป็นวงโดยรอบ และมีคูน้ำล้อมอยู่ชั้นนอก ส่วนพระที่นั่งต่าง ๆ นั้นรวมกันอยู่ส่วนกลางของพระราชวังเท่าที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ พระที่นั่งพิมานปฐม เป็นพระที่นั่งองค์แรกที่สร้างขึ้นในพระราชวังสนามจันทร์ เป็นตึก ๒ ชั้นแบบตะวันตกตัวอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงใช้เป็นที่ประทับโดยเฉพาะก่อนเสด็จฯขึ้นครองราชย์ เป็นที่ทรงพระอักษร ที่เสด็จออกขุนนาง ที่รับรองพระราชอาคันตุกะและออกให้ราษฎรเข้าเฝ้ามากกว่าพระที่นั่งอื่นๆ ภายในพระที่นั่งมีห้องต่างๆ อาทิ ห้องบรรทม ห้องสรง ห้องเสวย ห้องภูษา ฯลฯ มีพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาอยู่องค์หนึ่งและมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังฝีมือพระยาอนุศาสน์จิตรกร(จันทร์ จิตรกร) งดงามน่าชม และที่พระที่นั่งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ประทับทอดพระเนตรเห็นปาฏิหาริย์ขององค์พระปฐมเจดีย์บนแท่นไม้สักมีขนาด ๒ เมตร ชื่อว่า “พระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย์” ขณะนี้ทางการได้รื้อนำไปตั้งไว้หน้าพระที่นั่งพุทไธศวรรย์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วนพระที่นั่งพิมานปฐมนั้น ปัจจุบันใช้เป็นส่วนหนึ่งของศาลากลางจังหวัดนครปฐม

    พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี เป็นตึก ๒ ชั้น อยู่ด้านใต้ของพระที่นั่งพิมานปฐม ขณะนี้ใช้เป็นที่ทำการของศาลากลางจังหวัดนครปฐม

    พระที่นั่งวัชรีรมยา เป็นตึก ๒ ชั้น สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทย หลังคาซ้อน มียอดปราสาทมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีงดงาม มีช่อฟ้าใบระกา นาคสะดุ้ง หางหงส์ครบถ้วน

    พระที่นั่งองค์นี้เคยใช้เป็นที่บรรทมเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของศาลากลางจังหวัด

    พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ อยู่ถัดจากพระที่นั่งวัชรีรมยาโดยมีโถงใหญ่และหลังคาเชื่อมต่อกัน เป็นศาลาโถง ทรงไทย ยกสูงจากพื้นดินประมาณหนึ่งเมตรและมีอัฒจันทร์ลงสองข้าง หน้าบันอยู่ทางทิศเหนือเป็นรูปจำหลักท้าวอมรินทราธิราชประทานพรประทับอยู่ในพิมานปราสาทสามยอด พระหัตถ์ขวาทรงวชิระ พระหัตถ์ซ้ายประทานพรแวดล้อมด้วยบริวารประกอบด้วยเทวดาและมนุษย์ห้าหมู่ พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ออกงานสโมสรสันนิบาต เป็นท้องพระโรงเวลาเสด็จออกขุนนาง เป็นที่ประชุมข้าราชการและกองเสือป่า และใช้เป็นโรงละครสำหรับแสดงโขนอีกด้วย จึงมีชื่อเรียกติดปากชาวบ้านว่า “โรงโขน” พระที่นั่งมีลักษณะพิเศษ คือ ตัวแสดงจะออกมาปรากฏกายภายนอกฉากบนเฉลียงถึง ๓ ด้าน มิใช่แสดงอยู่เพียงบนเวที โรงละครที่มีลักษณะดังกล่าวนี้มีอีก ๒ แห่งคือ โรงละครสวนมิสกวันและหอประชุมโรงเรียนวชิราวุธ ปัจจุบันพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ใช้เป็นหอประชุมของจังหวัดนครปฐม หรือใช้ในพิธีต่าง ๆ ของทางราชการ

    พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามจันทร์ เป็นพระตำหนัก ๒ ชั้นคล้ายปราสาทขนาดย่อมสีไข่ไก่ หลังคามุงกระเบื้องสีแดง สถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์ของฝรั่งเศสกับอาคารแบบฮาร์ฟทิมเบอร์ของอังกฤษ สร้างแบบตะวันตกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักนี้ราวปีพ.ศ. ๒๔๕๑ โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ ชั้นบนมีห้องทรงพระอักษร ห้องบรรทม และห้องสรง ชั้นล่างทางทิศตะวันตกเป็นห้องรอเฝ้าฯ และเคยใช้เป็นสำนักงานชั่วคราวในการออกหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิตรายสัปดาห์ พระตำหนักหลังนี้ใช้เคยเป็นที่ประทับเมื่อเวลามีการซ้อมรบเสือป่า ณ พระราชวังสนามจันทร์และทรงใช้เป็นที่ประทับตลอดช่วงปลายรัชกาลเมื่อเสด็จพระราชวังสนามจันทร์

    พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ เป็นเรือนไม้สักทอง ๒ ชั้นแบบตะวันตกทาสีแดง ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค พระตำหนักองค์นี้สร้างขึ้นคู่กับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เชื่อมติดต่อถึงกันด้วยฉนวนทางเดินทอดยาวลักษณะเป็นสะพาน หลังคามุงกระเบื้อง ติดหน้าต่างกระจกตลอดความยาวสองด้าน จากชั้นบนด้านหลังพระตำหนักชาลีฯ ข้ามคูน้ำมาเชื่อมกับชั้นบนด้านหน้าของพระตำหนักมารีฯ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักนี้ราวปี พ.ศ. ๒๔๕๙ โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ พระตำหนักทั้งสองหลังสร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลพระราชหฤทัยจากบทละครเรื่อง My friend Jarlet ของ Arnold Golsworthy และ E.B. Norman ซึ่งทรงแปลบทละครเรื่องนี้เป็นภาษาไทยชื่อว่า “มิตรแท้”โดยทรงนำชื่อตัวละครในเรื่องมาเป็นชื่อของพระตำหนัก

    พระตำหนักทับแก้ว เป็นตึกหลังเล็กซึ่งเคยเป็นที่ประทับในฤดูหนาว ปัจจุบันได้ปรับปรุง และตกแต่งสวยงาม ใช้เป็นบ้านพักของปลัดจังหวัดนครปฐม ภายในอาคารยังมีเตาผิงสำหรับให้ความอบอุ่น และมีภาพเขียนขาวดำของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวบนแผ่นหินอ่อนสีขาวที่ผนังห้อง อนึ่งที่ดินบริเวณเบื้องหลังทับแก้วประมาณ ๔๕๐ ไร่ ได้กลายเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศิลปากร

    พระตำหนักทับขวัญ เป็นเรือนไทยภาคกลางที่สมบูรณ์แบบ สร้างด้วยไม้สักทองใช้วิธีเข้าไม้ตามแบบฉบับบ้านไทยโบราณ ฝาเรือนทำเป็นฝาปะกนกรอบลูกฟัก เชิงชายและไม้ค้ำยันสลักเสลาสวยงาม หลังคาเดิมมุงจาก หลบหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา นายช่างผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างคือ พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) พระตำหนักทับขวัญประกอบด้วยกลุ่มเรือน ๘ หลัง ได้แก่ เรือนใหญ่ ๔ หลัง เรือนเล็ก ๔ หลัง สร้างให้หันหน้าเข้าหากัน ๔ ทิศบนชานรูปสี่เหลี่ยม เรือนหลังใหญ่เป็นหอนอน ๒ หอ (ห้องบรรทมเป็นหอนอนที่อยู่ทางทิศใต้) อีก ๒ หลังเป็นเรือนโถงและเรือนครัวซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ส่วนเรือนเล็กอีก ๔ หลังนั้นตั้งอยู่ตรงมุม ๔ มุมๆ ละ ๑ หลัง ได้แก่ หอนก ๒ หลัง เรือนคนใช้และเรือนเก็บของ เรือนทุกหลังมีชานเรือนเชื่อมกันโดยตลอด บริเวณกลางชานเรือนปลูกต้นจันทน์แผ่กิ่งก้านไว้ให้ร่มเงา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อรักษาศิลปะบ้านไทยแบบโบราณและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนักใหม่ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๔ พระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักองค์นี้เป็นเวลา ๑ คืน และเมื่อมีการซ้อมรบเสือป่า พระตำหนักองค์นี้ใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าราบหนักรักษาพระองค์

    เทวาลัยคเณศวร์ หรือเรียกว่า ศาลพระพิฆเนศวร ตั้งอยู่กลางสนามหญ้าใหญ่ของพระราชวังสนามจันทร์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างศาลเทพารักษ์ขึ้นสำหรับพระราชวังสนามจันทร์ ประดิษฐานพระพิฆเนศวร์ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเมื่อมองจากพระที่นั่งพิมานปฐมจะเห็นพระปฐมเจดีย์ เทวาลัยคเณศวร์และพระที่นั่งพิมานปฐมอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน ศาลนี้เป็นศูนย์กลางของพระราชวังสนามจันทร์มีผู้ศรัทธานับถือกันมาก จนเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของพระราชวังสนามจันทร์
    อนุสาวรีย์ย่าเหล เป็นรูปหล่อด้วยโลหะขนาดเท่าตัวจริงของสุนัข ซึ่งมีความผูกพันใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างยิ่ง ย่าเหลเป็นสุนัขพันธุ์ทางหางเป็นพวง สีขาวด่างดำ หูตก เกิดในเรือนจำจังหวัดนครปฐม เป็นสุนัขของหลวงชัยอาญา (โพธิ์ เคหะนันท์) ซึ่งเป็นพะทำมะรง (ผู้ควบคุมนักโทษ) พระองค์ทรงพบเข้าเมื่อครั้งเสด็จฯตรวจเรือนจำ จึงนับว่าเป็นโชคของย่าเหลที่ทรงพอพระราชหฤทัยและทรงนำย่าเหลมาเลี้ยงไว้ในราชสำนัก ด้วยความที่ย่าเหลเป็นสุนัขที่เฉลียวฉลาด และจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านจนเป็นที่โปรดปรานมาก เป็นเหตุให้มีผู้อิจฉาริษยาและลอบยิงย่าเหลตายในที่สุด พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโศกเศร้าอาลัยย่าเหลมาก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หล่อรูปย่าเหลด้วยทองแดงตั้งไว้หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ และทรงพระราชนิพนธ์กลอนไว้อาลัยย่าเหลติดไว้ที่แท่นใต้รูปหล่อนั้นด้วย
    เรือนพระธเนศวร ในสมัยก่อนเคยใช้เป็นบ้านพักอาศัยของเจ้าพระยาบุรุษรัตนราชวัลลภ ภายในจัดแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและพระบรมวงศานุวงศ์ มีห้องแสดงเรือกอและ และสิ่งของซึ่งนำมาจากหลายที่ เช่น จากพระตำหนักสวนจิตรลดาหรือพระราชวังบางปะอิน
    นอกจากนี้ ภายในพระราชวังสนามจันทร์ยังมีบ้านพักข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายในที่ตามเสด็จ บ้านพักเหล่านี้ บางหลังก็ชำรุดทรุดโทรม แต่หลายหลังยังอยู่ในสภาพดีที่เห็นได้ก็คือ บ้านพักเจ้าพระยารามราฆพ ผู้สำเร็จราชการมหาดเล็กซึ่งครั้งนั้นเรียกว่า “ทับเจริญ” ปัจจุบันนี้ได้ใช้เป็นสถาบันวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตก
    พระราชวังสนามจันทร์ เป็นสถานที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงโปรดมากเป็นพิเศษ จะเห็นได้จากการที่เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังแห่งนี้อยู่เนืองๆ โดยเสด็จฯแปรพระราชฐานให้ตรงกับฤดูการซ้อมรบของพวกเสือป่า พระองค์จึงทรงถือโอกาสออกตรวจตรา และบัญชาการซ้อมรบของพวกเสือป่าด้วยพระองค์เองเสมอ ปัจจุบันก็ยังมีอาคารซึ่งปลูกสร้างขึ้นเพื่อกิจการของเสือป่าเหลืออยู่ให้เห็น เช่น อาคารที่พักของเสือป่าม้าหลวง และเสือป่าพรานหลวงกับโรงพยาบาลเสือป่า เป็นต้น
    ปัจจุบันพระราชวังสนามจันทร์บางส่วนอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยศิลปากร และจังหวัดนครปฐม เปิดให้เข้าชมทุกวัน ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. (ปิดขายบัตร ๑๕.๓๐ น.) อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักศึกษา ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๕๐ บาท โทร. ๐ ๓๔๒๔ ๔๒๓๗ โทรสาร ๐ ๓๔๒๔ ๔๒๓๕

    สถาบันวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำหนักทับเจริญ พระราชวังสนามจันทร์ จัดเป็นสถาบันที่รวบรวมผลงานด้านวัฒนธรรมเชิดชูปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นในภูมิภาค ภายในอาคารมีห้องแสดงผลงานศิลปะของอาจารย์พิน อินฟ้าแสง ห้องศิลปะวัตถุ ห้องงานหัตถกรรม ห้องหุ่นกระบอกคุณยายสาหร่าย ช่วยสมบูรณ์ เปิดวันจันทร์-ศุกร์ ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๒๕ ๓๘๔๐-๔ ต่อ ๒๒๓๑
    เนินธรรมศาลา อยู่ที่วัดธรรมศาลา ตำบลธรรมศาลา ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ไปทางตะวันออกประมาณ ๖ กิโลเมตร อยู่ทางด้านใต้ของถนนสายเพชรเกษม มีสภาพเป็นเนิน เข้าไปด้านในเป็นโพรงซึ่งเชื่อว่าเป็นอุโมงค์จากวัดพระเมรุมาถึงวัดธรรมศาลา เล่าลือกันว่าภายในอุโมงค์มีขุมทรัพย์ เช่น ถ้วยโถโอชาม แต่ไม่สามารถ ที่จะนำออกมาได้ เนื่องจากมีปู่โสมเฝ้าทรัพย์ไว้
    วัดพระเมรุ ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม บริเวณสวนอนันทอุทยาน ตำบลห้วยจระเข้ ห่างจากพระปฐมเจดีย์ไปทางทิศใต้ไม่ไกลนัก วัดนี้เป็นวัดร้างปัจจุบันสภาพที่เห็นเหลือแต่ซากเนินใหญ่ปรากฏอยู่เนินหนึ่ง วัตถุที่ค้นพบบริเวณนี้มีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ พระกร พระเพลา พระหัตถ์ของพระพุทธรูปศิลา เทพยักษ์ เทพสิงห์ดอกบัว และลวดลายประดับองค์พระเจดีย์ที่หักพังลง บางส่วนนำไปไว้ในพิพิธภัณฑ์องค์พระปฐมเจดีย์และบางส่วนไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในสมัยรัชกาลที่ ๖ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้นำพระบาทขนาดโต ๒ คู่จากวัดพระเมรุมาไว้ตรงชั้นนอกพระระเบียงองค์พระปฐมเจดีย์ และกรมศิลปากรได้ร่วมมือกับนักโบราณคดีฝรั่งเศสทำการขุดค้นเมื่อพ.ศ.๒๔๘๒ ค้นพบวัตถุซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพระเจดีย์องค์มหึมาก่อเป็นชั้นๆ ย่อมุมขึ้นไปสูงมากเพราะซากฐานที่หักพังเหลืออยู่ในขณะที่ทำการขุดสูงถึง ๑๒ เมตร มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปศิลานั่งห้อยพระบาทประจำ ๔ ทิศและได้อัญเชิญพระพุทธรูปศิลาองค์นี้มาประดิษฐานไว้ที่วัดพระปฐมเจดีย์ สันนิษฐานว่า สร้างตั้งแต่สมัยทวาราวดีมีอายุเท่ากับพระปฐมเจดีย์เดิม ซึ่งไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ปี ขึ้นไป
    พระประโทณเจดีย์ เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในวัดพระประโทณเจดีย์ ตำบลพระประโทน อยู่ห่างจากพระปฐมเจดีย์ไปตามถนนเพชรเกษมทางทิศตะวันออกเป็นระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร รูปทรงเดิมของพระประโทณเจดีย์ เป็นทรงโอคว่ำ ตามลักษณะของเจดีย์สมัยทวารวดี เนื่องจากวัดพระประโทณตั้งอยู่กลางเมืองโบราณนครชัยศรี ในบริเวณมีการขุดพบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูป เศียรพระพุทธรูปปูนปั้น พระดินเผา รวมทั้งโลหะสำริดรูปพญาครุฑเหยียบนาค รัชกาลที่ ๖ ทรงใช้เป็นเครื่องหมายราชการของพระองค์ สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๒๔ ๒๔๔๐, ๐ ๓๔๒๑ ๒๐๑๑, ๐ ๓๔๒๑ ๒๓๑๓
    เนินพระ หรือ เนินยายหอม อยู่ที่วัดดอนยายหอม ตำบลดอนยายหอม จากจังหวัดนครปฐมไปตามถนนเพชรเกษมมุ่งเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ ๕ กิโลเมตร จะเห็นสามแยกเลี้ยวขวาเข้าถนนเศรษฐกิจ ๒ (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๙๗ บ้านแพ้ว-ดอนยายหอม) เข้าไปประมาณ ๘ กิโลเมตร จะถึงเนินพระหรือเนินยายหอมซึ่งอยู่ด้านซ้ายเข้าไปอีกประมาณ ๑๕๐ เมตร อยู่กลางทุ่งนาใกล้กับถนนสายนครปฐม อำเภอบ้านแพ้ว เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่มาก เมื่อพ.ศ.๒๔๗๙ พระธรรมวาทีคณาจารย์ (หลวงพ่อเงิน) เจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม ได้ขุดเอาอิฐที่หักพังแถวชานเนินไปสร้างพระอุโบสถ เมื่อขุดลึกลงไปพบศิลาเหลี่ยมเขียวสองต้น สูงประมาณ ๔ เมตร มีลายจำหลักที่ปลายเสา คล้ายกับเสาประตูสาญจีเจดีย์ของพระเจ้าอโศกมหาราชกับกวางหมอบ ทำด้วยศิลา ๑ ตัว พระพุทธรูปศิลาสมัยทวาราวดี ๑ องค์ พระเสมาธรรมจักรทำด้วยหินแต่หักพัง เสาศิลานี้ตอนบนมีง่ามสำหรับวางพระเสมาธรรมจักร เป็นแบบเดียวกับที่พบในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์วัดพระงาม วัดพระประโทณ และพระราชวังสนามจันทร์ ปัจจุบันเสาศิลานี้อยู่ที่วัดดอนยายหอม ส่วนกวางหมอบกับพระพุทธรูปส่งไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จากโบราณวัตถุที่พบเหล่านี้เป็นหลักฐานยืนยันว่าเดิมบริเวณนี้เป็นวัดเก่า และตัวเนินคงจะเป็นฐานเจดีย์ขนาดสูงใหญ่ที่อยู่ภายในบริเวณวัด ตั้งแต่สมัยทวาราวดีหรือก่อนหน้านั้น และมีอายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี มาแล้ว ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญ
     

    อำเภอพุทธมณฑล

     

    พุทธมณฑล เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ตั้งอยู่ที่ตำบลศาลายา มีพื้นที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ พุทธมณฑลเป็นสถานที่ซึ่งรัฐบาลและประชาชนชาวไทยร่วมใจกันจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เนื่องในโอกาสที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาได้ถึง ๒,๕๐๐ ปี บริเวณจุดศูนย์กลางของพุทธมณฑลเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา เป็นพระประธานของพุทธมณฑลมีความสูง ๒,๕๐๐ กระเบียด (ประมาณ ๑๕.๘๗๕ เมตร) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามว่า “พระศรีศากยะทศพลญาณประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์” รอบองค์พระประธานเป็นสถานที่จำลองของสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล คือ ตำบลอันเป็นที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน นอกจากนี้ยังมีศานอกจากนี้ยังมีศาสนสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ พระวิหารพุทธมณฑล ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช และที่พำนักสงฆ์อาคันตุกะ หอประชุมทางกิจการพระพุทธศาสนา ศาลาปฏิบัติกรรมฐาน พิพิธภัณฑ์ทางพุทธศาสนา สวนไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ และในปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีในวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา เป็นต้น ผู้ที่จะเข้าชมเป็นหมู่คณะโปรดแจ้งความจำนงได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์พุทธมณฑล โทร. ๐ ๒๔๔๑ ๙๐๑๒, ๐ ๒๔๔๑ ๙๐๐๙, ๐ ๒๔๔๑ ๙๘๐๑-๒, ๐ ๒๔๔๑ ๙๔๔๐

    การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงได้หลายเส้นทาง คือเดินทางไปตามถนนเพชรเกษมถึงประมาณกิโลเมตรที่ ๒๒ เลี้ยวขวาเข้าถนนพุทธมณฑลสาย ๔ ไปประมาณ ๘ กิโลเมตร หรือเดินทางไปตามถนนสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี แล้วแยกเข้าถนนพุทธมณฑลสาย ๔ ไปเล็กน้อย นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางโดยใช้ถนนพุทธมณฑลสาย ๓ แยกเข้าสู่ถนนอุทยาน(อักษะ) เพื่อมุ่งเข้าสู่พุทธมณฑลได้ ถนนอุทยาน(อักษะ)เป็นถนนที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยแนวเสาไฟประดับรูปกินรี น้ำพุและไม้ประดับต่างๆ มีทัศนียภาพที่สวยงาม

    พระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรณ์เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ กลางสระน้ำ หน้าอาคารบังคับการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา ห่างจากพุทธมณฑลประมาณ ๕ กิโลเมตร พระรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์รมดำสีมันปู ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมจารึกตราประจำพระองค์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือได้จัดสร้างพระอนุสาวรีย์ของพระองค์ท่านขึ้นประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๖ โดยผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธีเพื่อเป็นที่สักการะบูชาของทหารเรือและประชาชนทั่วไป เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. การเดินทาง จากสี่แยกพุทธมณฑลสาย ๕ – ถนนไทยาวาส ระยะทางประมาณ ๒๐๐ เมตร หรือ จากที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑลประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร รถโดยสารประจำทาง สาย ปอ.๕๑๕, ๕๔๗, ๑๒๔, ๑๒๕

    ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) ตั้งอยู่ริมถนนศาลายา-บางภาษี ตำบลศาลายา ตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสืบสานงานศิลปะไทยโบราณ “ช่างสิบหมู่” ที่สร้างสรรค์มาจากภูมิปัญญาและความชำนาญที่สั่งสมมาจากบรรพบุรุษไทย “ช่างสิบหมู่” หมายถึง กลุ่มช่างผู้ทำงานด้วยมือ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยโบราณ เช่น ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างปั้น ช่างปูน ช่างรัก ช่างหุ่น ช่างบุ ช่างกลึงและช่างหล่อ (ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าสมัคร ค่าฝึกอบรม แต่ต้องเสียค่าวัสดุ อุปกรณ์ฝึกเองและสมัครด้วยตนเอง) ภายในศูนย์ยังได้จัดแสดงผลงานของนักศึกษาไว้ให้ชม และยังมีสินค้าของที่ระลึกที่ทำจากฝีมือของนิสิต-นักศึกษา สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๒๔๓๑ ๓๖๒๓ โทรสาร ๐ ๒๔๓๑ ๓๖๒๔ หรือ www.nfe.go.th/0415

    การเดินทาง รถประจำทางสาย ๘๔ ก, ๑๖๔ ต่อรถสองแถว

    สวนศิลป์ มีเซียม ยิบอินซอย ตั้งอยู่เลขที่ ๓๘/๑-๙ ถนนพุทธมณฑลสาย ๗ ตำบลท่าตลาด ทางเข้าอยู่ตรงข้ามโรงเรียน ภปร. เข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นที่รวบรวมประติมากรรมของคุณมีเซียม ยิบอินซอย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าและจัดสร้างสวนนิทรรศการชั่วคราวในรูปของหอศิลปะและสวนศิลปะกลางแจ้ง เพื่อให้การสนับสนุนศิลปินซึ่งต้องการเผยแพร่ผลงานของตน สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๑๓ ๒๐๒๗
     

    อำเภอสามพราน

     

    ตลาดดอนหวาย ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกระทึก หลังวัดดอนหวาย เป็นตลาดที่ยังเหลือสภาพตลาดเก่าในอดีตสมัยรัชกาลที่ ๖ ให้เห็น ลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่า ๆ ที่อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน มีพ่อค้า แม่ค้า พายเรือนำสินค้า และอาหารมาจำหน่ายในบริเวณวัดดอนหวาย มีตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรที่วัดดอนหวายทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐-๑๘.๐๐ น. และมีเรือบริการนำเที่ยวชมทิวทัศน์ของสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน
    นอกจากนั้นที่ตลาดดอนหวายมีบริการเรือล่องแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือเอี้ยมจุ้น และเรือกระแชง โดยแบ่งออกเป็น ๒ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรก จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดท่าพูด วัดไร่ขิง และวังปลา ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ๑๕นาที เส้นทางที่สอง จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดไร่ขิง วังปลา ลอดใต้สะพานโพธิ์แก้ว ร.ร.ภปร.ราชวิทยาลัย วัดสรรเพชร วัดเดชานุสรณ์และสวนสามพราน ใช้เวลา ๒ ชั่วโมง แบ่งออกเป็นรอบๆ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศรีสวัสดิ์ย้อนยุค อาจารย์สวัสดิ์ โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๓๖๓๗, ๐ ๑๔๔๘ ๘๘๗๖, ๐ ๑๖๕๙ ๕๘๐๕ มิตรสายชล โทร. ๐ ๑๔๔๖ ๘๕๕๖, ๐ ๑๖๒๕ ๐๖๗๒, ๐ ๑๔๘๒ ๑๑๐๗ เรือรุ้งฟ้า โทร.๐ ๑๒๔๑ ๘๐๒๗, ๐ ๑๑๙๖ ๓๓๗๒

    การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง ได้แก่

    • เส้นทางแรก จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางสายถนนเพชรเกษม (สายเก่า) ทางเข้าตลาดดอนหวายจะอยู่เยื้องกับทางเข้าของลานแสดงช้าง และฟาร์มจระเข้สามพราน ใช้ทางเข้าทางเดียวกับวัดไร่ขิงแล้วตรงไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ผ่านวัดไร่ขิง วัดท่าพูด ตลาดดอนหวายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ
    • เส้นที่สอง จากถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี (สายใหม่) เข้าทางพุทธมณฑล สาย ๕ ซ้ายมือมีป้ายบอกทางไปวัดไร่ขิง เข้าไปประมาณ ๔ กิโลเมตร ไม่ไกลนักจะมีป้ายวัดไร่ขิง ป้ายที่ ๒ ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๔.๕ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางสามแยกไปตลาดน้ำดอนหวาย ตลาดจะอยู่ทางซ้ายมือ

    รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น ๒ จากสถานีขนส่งสายใต้ สายเก่า (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม) กรุงเทพฯ-ราชบุรี กรุงเทพฯ-บางลี่ กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ลงปากทางเข้าวัดไร่ขิงแล้วต่อรถโดยสารประจำทางเข้าไป ตลาดดอนหวายจะอยู่เลยวัดไร่ขิงไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร

    ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมกิโลเมตรที่ ๓๐ ห่างจากสวนสามพราน ๑ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๑๓๐ ไร่ เป็นสวนสัตว์นานาชนิด มีการแสดงโชว์ของช้าง นั่งช้างท่องอุทยาน การแสดงช้างประกอบเสียง การจับจระเข้ด้วยมือเปล่า และการแสดงมายากลทุกวัน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๘.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ ๘๐ บาท เด็ก ๔๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๔๕๐ บาท เด็ก ๒๕๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๓๑ ๑๙๗๑, ๐ ๓๔๓๒ ๑๔๗๑, ๐ ๒๔๒๙ ๐๓๖๑-๒ โทรสาร ๐ ๒๔๒๙ ๐๔๕๕ สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๘๔ ๐๒๗๓, ๐ ๒๒๘๔ ๑๘๗๓, ๐ ๒๒๙๕ ๒๙๓๘-๙, ๐ ๓๔๓๒ ๑๔๗๑ โทรสาร ๐ ๒๒๙๔ ๕๒๑๑ www.elephantshow.com

    • การแสดงการจับจระเข้ด้วยมือเปล่า เริ่มเวลา ๑๒.๔๕ น., ๑๔.๒๐ น., ๑๖.๒๐ น. (วันจันทร์-เสาร์) วันอาทิตย์เพิ่มรอบ ๑๐.๓๐ น., ๑๒.๐๕ น., ๑๖.๐๕ น., ๑๖.๒๐ น.
    • การแสดงมายากล เริ่มเวลา ๑๓.๑๕ น., ๑๕.๐๐ น. (วันจันทร์-เสาร์) วันอาทิตย์เพิ่มรอบ ๑๑.๐๐ น.
    • การแสดงช้างประกอบเสียง เริ่มเวลา ๑๓.๔๕ น., ๑๕.๓๐ น. (วันจันทร์-เสาร์) วันอาทิตย์เพิ่มรอบ ๑๑.๓๐ น.
    • ขี่ช้างท่องอุทยาน วันจันทร์-เสาร์ ๐๙.๐๐-๑๓.๐๐ น. วันอาทิตย์ ๐๙.๐๐-๑๑.๐๐ น.

    การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง ได้แก่ รถยนต์ ใช้เส้นทางสายถนนเพชรเกษม ประมาณกิโลเมตรที่ ๓๐ ก็จะพบป้ายของลานแสดงช้าง และฟาร์มจระเข้สามพรานอยู่ทางซ้ายมือ
    รถโดยสารประจำทาง มีรถประจำทางสาย ๑๒๓ (รถธรรมดา) ออกจากท่าช้าง มาลงที่หน้าลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน หรือ ปอพ.๑๒ หรือ นั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น ๒ จากสถานีขนส่งสายใต้ เส้นสายเก่า ถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม), กรุงเทพฯ-ราชบุรี, กรุงเทพฯ-บางลี่, กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี

    สวนสามพราน เป็นสถานที่พักผ่อนตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๓๒ กิโลเมตร อยู่ติดแม่น้ำนครชัยศรี มีเนื้อที่ประมาณ ๑๓๗.๕ ไร่ ภายในจัดแต่งเป็นสวนดอกไม้นานาชนิด หมู่บ้านไทย และบางส่วนเป็นโรงแรม ที่พัก และสนามกอล์ฟ นอกจากนี้ยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้านให้ชมในช่วงบ่ายเป็นประจำทุกวัน สวนสามพรานเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. อัตราค่าผ่านประตูเข้าชมสวน ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ค่าบัตรผ่านประตูรวมค่าเข้าชมการแสดงต่าง ๆ คนไทย ๒๕๐ บาท และชาวต่างประเทศ ๔๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๙๕ ๓๒๖๑-๔, ๐ ๓๔๓๒ ๒๕๔๔-๗

    การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง ได้แก่ รถยนต์ ใช้เส้นทางสายถนนเพชรเกษม ประมาณกิโลเมตรที่ ๓๒ ก็จะพบป้ายของสวนสามพรานอยู่ทางซ้ายมือ
    รถโดยสารประจำทาง มีรถประจำทางสาย ๑๒๓ (รถธรรมดา) ออกจากท่าช้าง มาลงที่หน้าลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน หรือนั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น ๒ จากสถานีขนส่งสายใต้ สายเก่า (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม) กรุงเทพฯ-ราชบุรี กรุงเทพฯ-บางลี่ กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี

    วัดไร่ขิง ตั้งอยู่ที่ตำบลไร่ขิง บนฝั่งแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรี ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๓๒ กิโลเมตร
    วัดไร่ขิงนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ทรงพระราชทานนามว่า วัดมงคลจินดาราม (ไร่ขิง) แต่ชาวบ้านเรียกกันเต็ม ๆ ว่า วัดมงคลจินดารามไร่ขิง จนกระทั่งเหลือแต่ชื่อ วัดไร่ขิง อาณาเขตวัดแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ เขตศาสนสถานและเขตสาธารณสถานซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนและโรงพยาบาลมีถนนตัดผ่านกลาง วัดนี้เป็นวัดราษฎร์ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด อาศัยจากคำบอกเล่าว่า สร้างตั้งแต่พ.ศ. ๒๓๙๔ สมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์(พุก) รัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา เมื่อสร้างวัดเสร็จได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาจากวัดศาลาปูน (ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยไทยล้านนาและล้านช้าง ตามตำนานเล่าว่าลอยน้ำมาและอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน) ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยามาประดิษฐานไว้เป็นพระประธานวัด ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อวัดไร่ขิง” เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยแบบประยุกต์ หน้าตักกว้าง ๔ ศอก ๒ นิ้ว สูง ๔ ศอก ๑๖ นิ้วเศษ ลักษณะผึ่งผายคล้ายสมัยเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามตามแบบสุโขทัย พระพักตร์ดูคล้ายรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานเหนือฐานชุกชี พระอุโบสถ เป็นทรงโรง ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฝาผนังก่ออิฐถือปูนหน้าบันเป็นลายพุดตาล ติดช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ซุ้มประตูเป็นลายปูนปั้นเครือเถา บานประตูด้านนอกเป็นลายรดน้ำรูปท้าวจัตุโลกบาล ด้านในเป็นภาพสีรูปอสูรยักษ์ เซี้ยวกาง บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำรูปต้นไม้พร้อมด้วยสิงสาราสัตว์ ด้านในเป็นภาพเขียนสีรูปดอกไม้ ส่วนซุ้มหน้าต่างเป็นรูปปูนปั้นลายเครือเถา รอบพระอุโบสถมีวิหารประจำทิศต่างๆทั้งสี่ทิศ หน้าบันใช้ปูนปั้นเป็นลายเทพพนม ไม่มีซุ้มประตูหน้าต่าง ศาลาจตุรมุข ตั้งอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของอุโบสถเป็นศาลาทรงไทย ๔ มุข หน้าบันทั้งสี่ด้านมีภาพปูนปั้นเป็นเรื่องราวพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานและการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ขอบล่างเป็นรูปปั้นราหูอมจันทร์ ปลายเสาทุกต้นมีบัวหงาย มณฑปกลางสระน้ำ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของอุโบสถ วัดไร่ขิงเป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดี นิยมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ ทุกวันอาทิตย์จะมีตลาดนัดอาหารและผลไม้จำหน่าย ที่บริเวณริมแม่น้ำหน้าวัดเป็นเขตอภัยทาน ร่มรื่น มีปลาสวายตัวโตนับพันอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงอาหารปลาได้อีกด้วย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๓๑ ๑๓๘๔, ๐ ๓๔๓๒ ๓๐๕๖

    การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง ได้แก่ รถยนต์ ใช้เส้นทางสายถนนเพชรเกษม ผ่านสวนสามพราน ก็จะพบป้ายของวัดไร่ขิงอยู่ทางขวามือ
    รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น ๒ จากสถานีขนส่งสายใต้ สายเก่า (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม) กรุงเทพฯ-ราชบุรี กรุงเทพฯ-บางลี่ กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ลงปากทางเข้าวัดไร่ขิงแล้วต่อรถโดยสารประจำทางเข้าไปยังวัดไร่ขิง

     

    พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด ตั้งอยู่ในวัดท่าพูด ตำบลไร่ขิง ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า ๒๐๐ ปีจากหลักฐานจารึกบนแผ่นอิฐมอญบนผนังพระอุโบสถ สันนิษฐานว่าสร้างสมัยอยุธยาตอนปลายประมาณสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โดยกลุ่มคนที่อพยพโยกย้ายมาจากกรุงศรีอยุธยาเพื่อหลบภัยสงครามหลังเสียกรุงศรีอยุธยาพ.ศ. ๒๓๑๐ และมาตั้งหลักแหล่งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน หลวงพ่อรดเจ้าอาวาสคนแรกเป็นอดีตพระราชาคณะกรุงศรีอยุธยา แม้ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจะนิมนต์ท่านให้เข้าไปจำพรรษาในเมืองหลวง เนื่องจากทรงฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีสมัยกรุงศรีอยุธยาและทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาโดยสืบหาพระภิกษุสงฆ์ที่มาจากกรุงเก่าเพื่อนิมนต์เข้าไปจำพรรษาในกรุงธนบุรี แต่หลวงพ่อรดก็ประสงค์จะจำพรรษาที่วัดนี้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมิขัดข้องและทรงพระราชทานสิ่งของหลายสิ่ง เช่น พระยานมาศ(คานหาม) กระโถนถมปัทม์ กาน้ำชาและเรือกัญญาจำนวนอีก ๒ ลำ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ วัดท่าพูดเป็นที่รู้จักของเชื้อพระวงศ์ ได้แก่ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องจากในขณะนั้นมีเจ้าอาวาสใหญ่และรองที่มีชื่อเสียงคือหลวงพ่อแก้วและหลวงพ่อชื่น ปีพ.ศ.๒๕๔๐ มีความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ประจำวัดขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา และใช้พื้นที่การจัดแสดงเป็น ๓ ส่วน คือ ๑. หอพระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ ๓ จัดแสดงโบราณวัตถุ เช่น สิ่งของที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระราชทานให้แก่พระอาจารย์รด นอกจากนั้นยังมีเครื่องถมปัทม์ ๒. กุฏิอดีตเจ้าอาวาสหลังเก่าพ.ศ. ๒๕๐๒ จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ของเจ้าอาวาส เครื่องบริขารต่างๆ สมบัติของวัด เช่น เครื่องแก้ว เครื่องกรองน้ำ เครื่องปั้นดินเผาที่งมได้จากแม่น้ำหน้าวัด รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ที่แสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นเช่น เถรรอดเพล (เถร-อด-เพล) เป็นเครื่องเล่นลับสมองของคนไทยโบราณทำจากไม้ มีภาพถ่ายทางอากาศของวัด และ ๓. อาคารเรียนพระปริยัติธรรมสมัยรัชกาลที่ ๕-๖ เป็นอาคารไม้สักประดับลายไม้ฉลุ(ขนมปังขิง) หน้าจั่วเป็นรูปเครื่องหมาย “ มหามกุฏราชวิทยาลัย” วัดบวรนิเวศวิหาร ชั้นบนมุมหนึ่งรวบรวมเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ย้อนยุคสมัยต่างๆ และยังมีหนังสือและเอกสารต่างๆที่ทางวัดเก็บไว้ ชั้นล่างใต้ถุนอาคารเก็บเครื่องวิดระหัดน้ำเข้านา พิพิธภัณฑ์ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงแต่สามารถเข้าชมได้ เปิดวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ไม่เสียค่าเข้าชม (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร ๐ ๑๙๔๑ ๖๖๓๗ (คุณวิรัชน์), ๐ ๙๗๘๖ ๔๕๓๓ (คุณมานะ), ๐ ๓๔๒๘ ๘๘๕๒, ๐ ๓๔๓๒ ๑๑๒๒ (เจ้าอาวาส)

    การเดินทาง นั่งรถสองแถวจากปากทางเข้าวัดไร่ขิงเข้าไป (อยู่เลยวัดไร่ขิงไปแต่ก่อนถึงวัดดอนหวาย)

     

    อำเภอนครชัยศรี

     
    ดินแดนแห่ง ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย เอกลักษณ์เหล่านี้แม้จะมีมานานแต่ก็ยังคงความเด่นอันเป็นลักษณะเฉพาะไว้ได้ที่นครชัยศรี นอกจากจะมีส้มโอ และข้าวสารแล้ว ปัจจุบันยังมีไร่องุ่น และโรงงานทำเหล้าองุ่น นอกจากนั้น กิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอำเภอนครชัยศรี ได้แก่ การล่องเรือเที่ยวในแม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีน) โดยมีเรือออกจากท่าเรือหน้าอำเภอนครชัยศรี เป็นเรือเช่า เรือรับจ้าง และตามร้านอาหารยังมีเรือเช่า หรือเรือบริการ เช่น ไปชมฟาร์มกุ้ง สวนผลไม้ ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ ๑-๒ ชั่วโมง สอบถามได้ที่ ท่าเรือหน้าที่ว่าการอำเภอนครชัยศรีหรือตามร้านอาหารที่มีบริการเรือให้เช่า

    พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ตั้งอยู่เลขที่ ๔๓/๒ หมู่ ๑ ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) กิโลเมตรที่ ๓๑ ตำบลขุนแก้ว เป็นสถานที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสซึ่งมีความสวยงามและเหมือนจริงให้ความรู้สึกนุ่มนวล ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์และกลุ่มศิลปินไทยซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองกว่า ๑๐ ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในอันที่จะส่งเสริม เผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของไทย ก่อตั้งโครงการเมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๕ เปิดเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒ ภายในอาคารแบ่งออกเป็น ๒ ชั้น ชั้นล่าง จัดเป็นห้องแสดงถาวรจำนวน ๗ ห้องประกอบด้วยหุ่นชุดต่างๆ ได้แก่ ชุดพระอริยสงฆ์ ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีและชุดมุมหนึ่งของชีวิตเป็นการแสดงชุดหมากรุกไทย ชุดครอบครัวไทย ชุดเลิกทาส เป็นต้น ชั้นบน จัดเป็นห้องแสดงนิทรรศการชั่วคราวชุดต่างๆหมุนเวียนตามความเหมาะสม ปัจจุบันจัดแสดงเรื่องชุดครูเพลงไทย ชุดบุคคลสำคัญของโลก ชุดวรรณคดีไทย พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ชุดการละเล่นของเด็กไทย ชุดประวัติศาสตร์ไทย พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด (จันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา ๐๘.๓๐-๑๘.๐๐ น.) อัตราค่าเข้าชม คนไทย ๕๐ บาท นักศึกษาในเครื่องแบบและพระภิกษุ ๒๐ บาท นักเรียนอนุบาล-ม.๖ และ เด็ก(สูงไม่เกิน ๑๓๐ ซม.) ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๓๓ ๒๐๖๑, ๐ ๓๒๓๓ ๒๑๐๙, ๐ ๓๔๓๓ ๒๖๐๗ โทรสาร ๐ ๓๔๓๓ ๒๐๖๑

    การเดินทาง จากกรุงเทพโดยสารรถประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้ สายกรุงเทพฯ-นครปฐม(สายใหม่) รถจะผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓๐ นาที จากนครปฐมนั่งรถสายนครปฐม-ศาลายา รถจะผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที

    วัดกลางบางแก้ว เป็นวัดโบราณริมแม่น้ำท่าจีน แต่เดิมชื่อวัดคงคาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลนครชัยศรี ภายในมีโบสถ์ วิหาร และพระประธานเก่าแก่ ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในมี พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก ก่อตั้งขึ้นโดยพระครูสิริชัยคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอนครชัยศรีและเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้วคนปัจจุบัน เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุล้ำค่าต่างๆ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ของอดีตเจ้าอาวาส ๒ รูป คือ หลวงปู่บุญ หรือ ท่านเจ้าคุณพุทธวิถีนายก(บุญ ขันธโชติ) ซึ่งปกครองวัดตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๔๒๙–๒๔๗๘ และหลวงปู่เพิ่ม พระพุทธวิถีนายก(เพิ่ม ปุญญวสโน) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่บุญและสืบตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดต่อมา ภายในแบ่งออกเป็น ๓ ชั้น ชั้นหนึ่ง จัดแสดงประวัติและข้าวของเครื่องใช้ของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่ม เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลและพระบูชาของหลวงปู่ อีกส่วนหนึ่งจัดเป็นเรื่องตัวยาไทย สมุนไพร ยารักษาโรค ปฏิทินโหราศาสตร์เขียนด้วยลายมือหลวงปู่ รูปปั้นและรูปถ่ายของหลวงปู่ นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ตำราโหราศาสตร์ ตำรายาไทย สมุดภาพพระมาลัย ชั้นสอง จัดแสดงเครื่องถ้วยชามของใช้ แก้วเจียระไน เครื่องทองเหลือง ธรรมาสน์มุกของหลวงปู่บุญ ซึ่งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ ๘ สร้างถวาย ชั้นสาม จัดแสดงพระบุเงิน และพระบูชาไม้แกะ ธรรมาสน์บุษบกเก่าสลักไม้ลงรักปิดทอง และกุฏิเก่าของหลวงปู่ที่นำมาประกอบในลักษณะเดิม เพื่อประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่เหมือนกับสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ พิพิธภัณฑ์เปิดวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๒๐บาท เด็กนักเรียน นักศึกษา ๑๐ บาท (เข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องทำหนังสือจดหมายติดต่อล่วงหน้า เรียน เจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว) สอบถามเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๓๓ ๑๔๖๒, ๐ ๓๔๓๓ ๒๑๘๒
    การเดินทาง รถยนต์

    1. เส้นทางแรก ไปตามถนนบรมราชชนนีหรือปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน แล้วกลับรถเลี้ยวเข้าพุทธมณฑลสาย ๗ ไปตามเส้นทางนครชัยศรีสายใน ผ่านหน้าวัด
    2. เส้นทางที่ ๒ จากถนนเพชรเกษม แยกเข้าตลาดนครชัยศรี เลี้ยวขวาไปอีก ๑ กิโลเมตร เส้นทางที่ ๓ จากทางแยกพุทธมณฑลสาย ๔ ผ่านมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ตามถนนราดยางสายใหม่ข้ามสะพานเข้าตลาดนครชัยศรี แล้วเลี้ยวซ้ายต่อไปวัด

    รถไฟ ลงที่สถานีนครชัยศรี แล้วต่อรถประจำทาง
    เรือ ไปตามลำน้ำท่าจีน ขึ้นท่าน้ำหน้าวัด

    ตลาดน้ำวัดกลางคูเวียง
    ตั้งอยู่ที่ตำบลสัมปทวน มีจำหน่ายอาหาร ผลไม้นานาชนิดและแพปลา ทั้งยังมีบริการล่องเรือชมทิวทัศน์แม่น้ำนครชัยศรี ชมวิถีชีวิตชุมชนและเที่ยวชมวัดต่างๆ ติดต่อเรือศรีสุขสันต์ สามารถล่องไปทางทิศเหนือไปวัดลำพญา หรือ ทางทิศใต้ไปวัดไร่ขิง โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๙๐๓๖, ๐ ๑๘๒๙ ๘๐๓๕
    พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง ตั้งอยู่ในวัดสำโรง ตำบลวัดสำโรง เริ่มดำเนินการโดยพระครูสิริ ปุญญาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดสำโรง เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเจ้าอาวาสและชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้พื้นบ้าน ครื่องมือจับสัตว์น้ำ สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยในอดีต ห้องพิพิธภัณฑ์อยู่ชั้นล่างของศาลาอเนกประสงค์ ภายในห้องแบ่งการจัดแสดงเป็นหมวดหมู่ ส่วนที่ ๑ ครัวโบราณ จัดแสดงอุปกรณ์ในการหุงต้ม อันประกอบด้วย เตาดินเผา หม้อ ดิน ประเภท ต่างๆ เช่น หม้อหูกระทะ หม้อต้ม กาดินเผาและเครื่องใช้ในครัว เช่น ตะกร้าล้างปลา กระต่ายขูดมะพร้าว กระบวย โอ่งน้ำ ส่วนที่ ๒ หัตถกรรมพื้นบ้าน แสดงเครื่องจักสานอันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการ แปรรูปไม้ไผ่และหวายเป็นเครื่องมือ ใช้สอย เช่น สาแหรก ตะกร้ากระบุง กระจาด กระด้ง สนับโรย ปุ้งกี๋ ส่วนที่ ๓ อุปกรณ์ตวงข้าว แสดงอุปกรณ์ชั่ง ตวง วัด การตวงข้าวเปลือกแบบเก่าที่บรรพบุรุษเคยใช้ในอดีตประกอบด้วย กระบุงปากบาน กระบุงโกย กระบุงตวง ถังตวงข้าว(ไม้) (เหล็ก) กระด้งบดข้าว ไม้บดข้าว ส่วนที่ ๔ เครื่องมือการทำนา การทำนาในอดีตใช้แรงงานจากสัตว์ คือ วัว ควาย เป็นแรงงานหลัก เครื่องมือในการทำนาที่จัดแสดงประกอบด้วย โกรกคล้องคอควายสำหรับ ลากไถ แอก คราด ไถ ไม้คานหาบข้าวไม้คานหลาว งอบ เคียวเกี่ยวข้าว ส่วนที่ ๕ เครื่องมือจับสัตว์น้ำ สะท้อนวิถีการกินอยู่อย่างไทยแบบพออยู่พอกิน ประกอบด้วยเครื่องมือดักสัตว์ เช่น ด้วงดักหนู แร้ว กับดักต่างๆและอุปกรณ์จับสัตว์น้ำ เช่น ข้อง เบ็ด อวน ฉมวก สุ่ม ส่วนที่ ๖ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด เป็นตู้แสดง ๓ ชั้น ตู้ที่ ๑ ชั้นบนตั้งแสดงเชี่ยนหมากทองเหลือง ตะเกียงลาน กลอนประตู ชั้นล่างจัดแสดง เครื่องมือช่างไม้ จำพวกกบผิว กบบังใบ เลื่อยอก เลื่อยลันดา อีกด้านหนึ่งจัดแสดง เครื่องทองเหลือง จำพวก ถาดทองเหลือง หม้อทองเหลือง ตู้ที่ ๒ จัดแสดง ตราชั่ง ลูกคิดและของเบ็ตเตล็ดอื่นๆ ส่วนรอบๆห้องตั้งแสดง ไห กระถางเคลือบ ประเภทต่างๆ นอกจากนี้ยังมีอาคารจัดแสดงอาชีพชาวนา จัดแสดงอุปกรณ์เครื่องมือในการทำนา อุปกรณ์ในการไถหว่าน อุปกรณ์ในการเกี่ยวข้าว นวดข้าว เช่น เครื่องฝัดข้าว สีข้าว ครกตำข้าว, อุปกรณ์ในการวิดน้ำ เช่น ระหัดชกมวย ระหัดเครื่องยนต์ และเป็นที่จัดแสดงเรือประเภทต่างๆ เช่น เรือบด เรือจ้าง เรือแปะ พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๒๓ ๙๔๘๙, ๐ ๑ ๗๐๕ ๘๓๖๖ (เกตุ พุ่มประจำ) หรือ www.watsamrong.com
    การเดินทาง ไปตามถนนนครชัยศรี-ดอนตูม เลยทางรถไฟไปประมาณ ๕ กิโลเมตร จะเห็นปากทางเข้าวัด เข้าไปอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร
    วัดบางพระ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางแก้วฟ้า ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓๓ กิโลเมตรที่ ๑๐-๑๑ ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดปากคลองบางพระ สร้างขึ้นสมัยอยุธยา ประมาณพ.ศ.๒๒๒๐ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง พระอุโบสถหลังเก่ายาวประมาณ ๘ วา กว้าง ๔ วา ก่ออิฐถือปูน หลังคาลดสองชั้นหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินธรรมดา ภายในพระอุโบสถหลังเดิมประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรหินทรายแดงประทับนั่งปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อสิทธิมงคล” ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนกลาง สีในภาพใช้เพียงสี ขาว ดำ แดง และเขียวใบแค มีรูปเทพชุมนุม สลับกับอดีตขององค์พระพุทธเจ้า มีการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ และมี “ภาพมารผจญ”เป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงจีวรแดงประทับนั่งบนดอกบัวแก้ว แม่ธรณีบีบมวยผม “เสมาหินครก”สมัยพระเจ้าทรงธรรม กว้าง ๓๗ เซนติเมตร สูง ๖๐ เซนติเมตร หนา ๕ เซนติเมตร นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองทำด้วยโลหะสร้างเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๖ ขนาดกว้าง ๑.๑๐ เมตร ยาว ๔.๒๐ เมตร โทร. ๐ ๓๔๓๘ ๙๓๓๓ มีเรือไปตลาดน้ำลำพญา ๑๑.๓๐ น., ๑๔.๐๐ น. โทร. ๐ ๓๔๓๘ ๙๓๓๓
    สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดละมุด ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓๓ กิโลเมตรที่ ๑๓-๑๔ เป็นสนามแข่งรถระดับนานาชาติ บนพื้นที่ ๒๐–๓๐ ไร่ มีเกมส์มอร์เตอร์สปอร์ตให้ชมทุกเดือน ทั้งการแข่งรถวิบากและรถจักรยานยนต์วิบาก เปิดทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐–๑๗.๐๐ น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ๐ ๓๔๓๐ ๑๖๔๒-๓ หรือ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๑๓ ๗๘๐๐–๔ (คุณพรรณเพชร) หรือ www.thailandcircuit.com
    พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชาวนาไทย ตั้งอยู่เลขที่ ๙/๑ หมู่ ๔ บ้านลานแหลม ถนนนครชัยศรี-ดอนตูม กิโลเมตรที่ ๑๔–๑๕ ตำบลวัดละมุด ในบริเวณบ้านของอาจารย์เริงชัยและคุณป้าพยอม แจ่มนิยม ซึ่งใช้บ้านของท่านเป็นที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงเครื่องมือ เครื่องใช้ของชาวนาไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเล่าขานตำนานวิถีชาวนาไทย ตัวอาคารเป็นเรือนไทยเครื่องผูก ๒ ห้อง จัดแสดงวิถีชีวิตชาวนาย้อนไปเมื่อประมาณ ๔๐ ปีก่อน เครื่องมือเครื่องใช้การเกษตร เครื่องมือจับปลา เครื่องมือก่อสร้างบ้านเรือน ผู้สนใจสามารถชมการเกษตรแบบดั้งเดิม การเกษตรแบบพอเพียง สาธิตการผลิตข้าวกล้องข้าวซ้อมมือ การผลิตหัตถกรรมจักสานผักตบชวาของอำเภอนครชัยศรี โดยควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม เปิดทุกวันเวลา ๐๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ๑๐ บาท โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๖๐๘๖, ๐ ๑๙๙๑ ๖๐๘๔, ๐ ๕๑๘๖ ๔๔๐๔
    อุทยานปลา ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑ ตำบลห้วยพลู จะมีปลามาอยู่รวมกันโดยธรรมชาติในแม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน) เช่น ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาตะเพียน ปลาหางแดง บริเวณท่าน้ำหน้าวัดเกือบทุกแห่งที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี เช่น วัดไร่ขิง วัดห้วยพลู วัดกลางคูเวียง

    วัดศีรษะทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยตะโก สร้างจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลาวที่อพยพมาจากเวียงจันทน์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในขณะที่มีการขุดดินสำหรับสร้างวัด ได้พบเศียรพระทองจมอยู่ในดิน จึงถือเป็นนิมิตที่ดี เลยได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า “วัดหัวทอง” ตั้งแต่นั้นมา เจ้าอาวาสองค์แรกคือ หลวงพ่อไต เป็นชาวลาวที่มาจากเวียงจันทน์ จากวัดเล็กๆ กลายมาเป็นวัดใหญ่ สืบทอดเจ้าอาวาสมาอีก ๖ รุ่นจนมาถึง สมัยหลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ ซึ่งได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วัดและหมู่บ้านเป็นอย่างมาก ต่อมาทางการได้ขุดคลองเจดีย์บูชา แยกจากแม่น้ำนครชัยศรี ไปยังองค์พระปฐมเจดีย์เพื่อสะดวกในการเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ คลองนี้ผ่านพื้นที่ทางตอนใต้ของวัดหัวทองและหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงอพยพมาอยู่ใกล้คลองเพราะสะดวกในการคมนาคม วัดนี้จึงย้ายจากที่เดิมมาอยู่ใกล้คลองเจดีย์บูชาและเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดศีรษะทอง” ต่อมาทางราชการได้ยกขึ้นเป็นตำบลศีรษะทองสืบมาจนถึงทุกวันนี้ ที่วัดแห่งนี้ประชาชนจำนวนมากนิยมมานมัสการพระราหูเพื่อความเป็นสิริมงคล

    การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ มาตามถนนสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เข้าสู่ถนนเพชรเกษม ผ่านหมู่บ้านสวนตาล แล้วกลับรถ จากนั้นเลี้ยวเข้าซอยไปประมาณ ๕๐๐ เมตร รถประจำทาง นั่งรถประจำทางปรับอากาศชั้น ๑ หรือ ชั้น ๒ สายกรุงเทพฯ-นครปฐม ผ่านแยกถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เลยหมู่บ้านสวนตาลไปเล็กน้อยลงรถแล้วต่อรถจักรยานยนต์เข้าวัดศีรษะทอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๔๒๒ ๗๔๖๒

     

    อำเภอบางเลน

     

    ตลาดน้ำวัดลำพญา ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดลำพญา ริมแม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน) ลำพระยา เดิมเป็นชื่อของหมู่บ้าน ในสมัยที่ยังเป็นอำเภอบางปลา มณฑลนครชัยศรี มีประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระยากรมท่าขุดคลองบริเวณท้ายตลาดในปัจจุบันเพื่อการจับจองที่นา ชุมชนชาวบ้านสองกลุ่ม คือ ชาวมอญอพยพมาจากสามโคกในปลายสมัยรัชกาลที่ ๓ ตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำทำอาชีพการเกษตร และชาวจีนซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำทำการค้าขาย บริเวณนี้จึงกลายเป็นตลาดริมน้ำ วัดนี้ถือกำเนิดราวปีพ.ศ. ๒๔๐๐ อยู่คู่ชุมชนแห่งนี้นานนับ ๑๐๐ ปี ได้รับการบูรณะและพัฒนาให้สวยงาม สงบร่มเย็น เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อมงคลมาลานิมิต พระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลาแลง พอกปูนและปิดทองทับ มีงานนมัสการในวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ถึงวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ รวม ๓ วัน ตลาดน้ำวัดลำพญาแห่งนี้ริเริ่มโดย สภาวัฒนธรรมตำบลลำพญา ร่วมกับวัดลำพญา เป็นแหล่งรวมพืชผักผลไม้ ผลิตผลทางการเกษตร เช่น เครื่องจักสาน ผ้าทอ ผ้าย้อม และอาหารราคาถูก มีอาหารไทยจำหน่าย อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขนมหวาน ขนมเปี๊ยะ ห่อหมก ผัก และผลไม้ บริเวณหน้าวัดมีปลานานาชนิด เช่น ปลาสวาย ปลากระแห ปลาแรด ปลาเทโพ นอกจากนี้ทางวัดมีบริการจักรยานน้ำ เรือล่องแม่น้ำท่าจีนโดยมีเรือบริการหลายประเภทดังนี้

    1. เรือแจวโบราณ ล่องลำน้ำท่าจีน ออกจากหน้าวัดลำพญาไปนมัสการศาลเจ้าแม่ทับทิมซึ่งเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ประจำตำบลลำพญา ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที
    2. เรือลาก ล่องแม่น้ำท่าจีนไป-กลับ ออกจากหน้าวัดลำพญาไปวัดสุขวัฒนาราม ที่บริเวณหน้าวัดลำพญามีวังปลาชุกชุมสามารถให้อาหารปลาได้
    3. เรือกระแชง ออกจากหน้าวัดลำพญาไปวัดบางพระ (วัดหลวงพ่อเปิ่น) ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง

    ตลาดน้ำแห่งนี้มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๖.๐๐-๑๕.๐๐ น.
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประชาสัมพันธ์ตลาดน้ำวัดลำพญา โทร. ๐ ๑๗๖๓ ๔๑๗๙, ๐ ๑๖๕๙ ๗๓๗๑, ๐ ๑๗๒๑ ๔๘๗๔ สภาวัฒนธรรมตำบลลำพญา โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๖๒๖ วัดลำพญา โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๑๙๘๕ โรงเรียนวัดลำพญา โทร. ๐ ๓๔๓๙ ๒๐๒๒

    การเดินทาง รถยนต์

    1. เส้นทางแรก สายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ขับตรงไปจนถึงบริเวณสะพานลอยเข้าสู่ศาลายา เลี้ยวขวาขึ้นสะพาน และขับตรงไปผ่านมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑล ถึงสถานีตำรวจพุทธมณฑลแล้วให้เลี้ยวขวาขับรถตรงไปอีกประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ก็จะพบวัดลำพญาอยู่ทางซ้ายมือ ใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที
    2. เส้นทางที่สอง ใช้เส้นทางสายบางบัวทอง ขับตรงไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ให้สังเกตป้ายเข้าสู่อำเภอบางเลนด้านซ้ายมือ แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร จะพบทางแยกซ้ายมืออีกครั้ง (ก่อนข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ ๙ กิโลเมตร ก็จะพบวัดลำพญาอยู่ทางขวามือ

    รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทาง สายกรุงเทพฯ-นครปฐม โดยให้มาลงที่ตัวตลาด แล้วจากนั้นให้นั่งรถสองแถว สายนครปฐม-ลำพญา ให้ลงที่หน้าวัดลำพญา หรือจะขึ้นที่ตลาดตัวเมืองนครปฐม สายลำพญา-ทุ่งน้อย มาลงที่หน้าวัดลำพญาโดยตรง

    แอร์ออร์คิด สวนกล้วยไม้หลากหลายพันธุ์บนพื้นที่ ๑๒๐ ไร่ ที่นี่มีห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ ที่อนุบาลกล้วยไม้ พันธุ์กล้วยไม้ที่นี่ทั้งส่งออกต่างประเทศและจำหน่ายในประเทศในราคาย่อมเยา ผู้สนใจเยี่ยมชมซื้อกล้วยไม้ สามารถใช้รถเข็นซุปเปอร์มาร์เก็ตเข็นเลือกซื้อกล้วยไม้ จึงเรียกกันว่า ซุปเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ การเดินทาง จากมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ไปอีกประมาณ ๑๖ กิโลเมตร โดยเลี้ยวซ้ายแยกแรกและเลี้ยวขวาแยกแรก เปิดทุกวัน ๐๗.๐๐-๑๗.๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คุณลัดดา คุ้มวิเชียร ๒๓/๑ หมู่ ๓ ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน นครปฐม ๗๓๑๓๐ โทร. ๐ ๓๔๒๙ ๘๒๓๘, ๐ ๑๔๓๘ ๒๖๓๓, ๐ ๑๙๑๖ ๒๓๔๒ หรือ www.airorchids.com
     

    อำเภอกำแพงแสน

     
    สวนป่าสมุนไพรวัดปลักไม้ลาย ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งขวาง ห่างจากตัวเมืองนครปฐมไปตามถนนสายมาลัยแมน ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ทางเข้าวัดจะอยู่ด้านซ้ายมือ เข้าไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นสวนป่าที่มีสมุนไพรไทยประมาณ ๕๐๐ ชนิด ในเนื้อที่ประมาณ ๙๒ ไร่ บรรยากาศภายในร่มรื่นเหมาะสำหรับพักผ่อนกับธรรมชาติในป่าสมุนไพร นอกจากนั้นภายในวัดยังมีการนวดไทยแผนโบราณ การอบสมุนไพร การรับประทานอาหารประเภทสมุนไพร ตลอดจนการ อบรมจิต และการปฏิบัติธรรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. ๐ ๓๔๒๐ ๔๐๔๔, ๐ ๓๔๒๐ ๔๔๗๐

    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน (สวนพฤกษศาสตร์) ตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ ๒๑ กิโลเมตร ภายในมหาวิทยาลัยมีโครงการต่าง ๆ ที่ให้ความรู้แก่เกษตรกร และผู้ที่สนใจ ได้แก่

    • โครงการจำลองเทคโนโลยีเกษตร ระบบชลประทาน ตามโครงการพระราชดำริ
    • สวนแสนปาล์ม อยู่บริเวณใกล้กับที่พักแสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม เป็นสวนปาล์มที่มีพันธุ์ปาล์มน่าสนใจหลายชนิด เช่น ปาล์มหางหมาป่า ปาล์มสามทาง อีกทั้งมีปาล์มที่มีลักษณะแปลก คือ ต้นตาลกิ่งเป็นปาล์มที่แตกกิ่งจากเมล็ดพันธุ์ ซึ่งโดยทั่วไปปาล์มไม่สามารถแตกกิ่งจากเมล็ดได้และยังมีมะพร้าวทะเล เข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม โทร. ๐ ๓๔๒๘ ๑๖๕๔ โทรสาร ๐ ๓๔๒๘ ๑๖๕๕
    • คาวบอยแลนด์ เป็นศูนย์สาธิตการผลิตโคเนื้อครบวงจร บนพื้นที่ ๑๕๐ ไร่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี ๒๕๔๒ ผู้สนใจจะได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตโคเนื้อทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยงดูแม่โค การคัดเลือกลูกเพื่อเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ การขุนโคจนกระทั่งเป็นเนื้อโค สามารถหาซื้อเนื้อโคขุนที่อร่อยและถูกสุขลักษณะ และร่วมภาคภูมิใจกับโคพันธุ์กำแพงแสนโคเนื้อพันธุ์แรกของไทย นอกจากนี้ยังมีบริการฝึกอบรมการขี่ม้า บริการให้เช่าม้า
    • สัมผัสธรรมชาติบนหอคอยชมวิว และร้านอาหารประเภทสเต๊กเนื้อโคขุน เข้าชมเป็นหมู่คณะโปรดติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๓๕ ๒๐๔๖-๗ โทรสาร ๐ ๓๔๓๕ ๒๐๔๖ หรือ www.thaibeef.com/cowboyland.htm/
    • อุทยานแมลงฯ อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและพัฒนากีฏวิทยาอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินงานด้านการวิจัยค้นคว้าและพัฒนางานด้านกีฏวิทยา จัดเป็น ๔ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ และ ๒ เป็นนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ จัดอยู่ภายในอาคารชั้นเดียวประกอบด้วยการจัดแสดงแมลงสตัฟฟ์ แมลงหายาก ส่วนที่ ๓ เป็นอาคารรูปโดม มีพื้นที่มากกว่า ๑,๐๐๐ ตารางเมตร สูง ๑๕ เมตร จัดแสดงระบบนิเวศวิทยาของแมลงวิจัยพฤติกรรมแมลง การเพาะเลี้ยงแมลงเชิงพาณิชย์ รวบรวมพันธุ์ผีเสื้อและแมลงหายากใกล้สูญพันธุ์เช่น จิ้งหรีด จักจั่น ตั๊กแตน ด้วง ส่วนที่ ๔ เป็นงานพัฒนากีฏผลิตภัณฑ์ปรับปรุงผลิตผลที่เกี่ยวข้องกับแมลงในเชิงพาณิชย์ อาทิ แมงกระชอน แมลงทับ แมลงตับเต่า ภายในจะได้พบเห็นผีเสื้อและแมลงในภูมิภาคตะวันตกและได้เรียนรู้วงจรชีวิตของผีเสื้อและแมลง เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๒๘ ๑๐๖๖, ๐ ๒๙๔๒ ๘๐๑๐-๙ ต่อ ๓๙๐๓ โทรสาร ๐ ๓๔๒๘ ๑๐๖๖
    เมืองเก่ากำแพงแสน ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลทุ่งขวาง เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี มีอายุเท่ากับเมืองนครชัยศรี แต่มีขนาดเล็กกว่า อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปทางทิศเหนือ ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ตามถนนมาลัยแมน ปัจจุบันใช้เป็นค่ายลูกเสือของจังหวัด เมืองเก่ากำแพงแสนสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นโดยเมืองนครชัยศรี เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าตามคูคลอง เพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองท่าศูนย์กลางการค้าทางทะเลของเมืองนครชัยศรีดังนั้นความเจริญและความเสื่อมของเมืองกำแพงแสนจึงน่าจะเป็นไปพร้อมๆกับเมืองนครชัยศรี การเที่ยวชมโบราณสถานแห่งนี้ จะเน้นไปในลักษณะของคูน้ำและคันดิน ที่ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างชัดเจนโดยไม่มีซากโบราณสถานใด ๆ สภาพภายในตัวเมืองมีเนินดิน สระน้ำ ต้นไม้ใหญ่ และเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาพันธุ์
    โรงเรียนการบินกำแพงแสน กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ตั้งอยู่ที่ตำบลกระตีบ ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร เป็นสถาบันผลิตนักบินประจำการกองทัพอากาศ ซึ่งได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนและผจญภัยมีสนามกอล์ฟขนาดมาตรฐาน ๗๒ หลุม พร้อมสนามฝึกซ้อมและมีโครงการจัดทำที่พักรับรองซึ่งจะเสร็จประมาณสิ้นปี ๒๕๔๘ นอกจากนี้ยังมีสวนน้ำธรรมชาติสำหรับกีฬาเจ็ตสกีและสามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจเล่นเรือถีบริมสระน้ำ สนามบินเล็กซึ่งอยู่ตรงข้ามสวนน้ำ สวนสัตว์ สถานที่ปฏิบัติธรรม สวนสุขภาพ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๓๘ ๓๖๐๑-๓ ต่อ ส่วนกิจการพลเรือน
     
     

    Hot Promotion

    step-one-college

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 290 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 5,800 AUD$ (ประมาณ 168,200 บาท) เท่านั้น


    North Sydney English College

    เรียนภาษาอังกฤษ เพียง 140 AUD$ ต่อสัปดาห์ เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 2,800 AUD$ (ประมาณ 81,200 บาท) เท่านั้น ...


    Lloyds International School

    เรียน General English ที่คุ้มค่าที่สุด เพียง 180 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เมื่อลงเรียน 20 สัปดาห์ เพียง 3,600 AUD$ (ประมาณ 104,400 บาท) เท่านั้น ...


    Specialty Language Centre

    เรียน General English กับโปรโมชั่นพิเศษ เพียง 170 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 3,400 AUD$ (ประมาณ 98,600 บาท) เท่านั้น


    Metro English Collage

    เรียน General English แบบประหยัด เพียง 220 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์เพียง 4,400 AUD$ (ประมาณ 127,600 บาท) เท่านั้น ...


    The Meridian International School

    เรียนภาษาอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพกับ Meridian ด้วยราคาเพียง 275 AUD$ ต่อสัปดาห์เท่านั้น


    Windsor Institute of Commerce and Languages

    เรียน General English ที่มีคุณภาพสูง ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล นักเรียนมาจากหลากหลายประเทศ เพียง 215 AUD$ ต่อสัปดาห์ ฟรีค่าสมัคร เรียน 20 สัปดาห์ ราคา 4,300 AUD$ (ประมาณ 129,000 บาท) พร้อมหลักสูตรวิชาชีพ ราคา 2,200 AUD$ (ประมาณ 66,000 บาท) อีกมากมาย

    หลักสูตรแนะนำ

    TAFE NSW - Sydney Institute English Language Centre

    หลักสูตร General English แบบเข้มข้น และได้ผลอย่างแน่นอน กับสถาบันระดับเกรด A TAFE Sydney (TAFE SITEC) >> อ่านต่อ


    Insearch UTS

    ประสิทธิภาพสูงสุด รับรองผล 100% กับสถาบันเกรด A INSEARCH หลักสูตร General English และหลักสูตร Intensive DEEP สำหรับศึกษาต่อ University >> อ่านต่อ


    l หน้าแรก l ติดต่อเรา l ติดต่อโฆษณา l
    © 2004 - 2005 http://www.educatepark.com All Rights Reserved.